thansettakij
thansettakij
อุดรฯ ปั้นฮับอีสานเหนือ ‘พืชสวนโลก’ ดึงเงิน 3.2 หมื่นล้าน  ลุยต่อยอดนิคมฯ สีเขียว-เหมืองโปแตช

อุดรฯ ปั้นฮับอีสานเหนือ ‘พืชสวนโลก’ ดึงเงิน 3.2 หมื่นล้าน ลุยต่อยอดนิคมฯ สีเขียว-เหมืองโปแตช

ประธานสภาอุตสาหกรรม ลุย อุดรธานีเร่งปั้นฮับเศรษฐกิจอีสานเหนือ ชูพืชสวนโลกดึงเม็ดเงินสะพัด 3.2 หมื่นล้านบาท ต่อยอดนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว เชื่อมรถไฟจีน–ลาว พร้อมดันเหมืองโปแตชป้อนวัตถุดิบผลิตปุ๋ย ลดต้นทุนเกษตรกรไทย

KEY

POINTS

  • อุดรธานี มุ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอีสานเหนือ โดยมี 3 โครงการหลักเป็นตัวขับเคลื่อน ได้แก่ มหกรรมพืชสวนโลก, นิคมอุตสาหกรรมสีเขียว และเหมืองแร่โปแตช
  • มหกรรมพืชสวนโลกปี 2569 ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างเม็ดเงินสะพัดในภูมิภาคกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท
  • ผลักดันการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวเพื่อต่อยอดระบบรางเชื่อมรถไฟจีน-ลาว และเดินหน้าโครงการเหมืองโปแตชเพื่อสร้างความมั่นคงด้านปุ๋ยของประเทศ

“จังหวัดอุดรธานี” กำลังเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า และโลจิสติกส์ของอีสานเหนือ โดยมี 3 ปัจจัยสำคัญเป็นแรงขับเคลื่อน ได้แก่ มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 การเชื่อมโยงระบบขนส่งทางรางกับเส้นทางรถไฟจีน–ลาว และโครงการเหมืองแร่โปแตช ซึ่งมีศักยภาพต่อยอดสู่อุตสาหกรรมปุ๋ยและสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบทางการเกษตรของประเทศ

“ฐานเศรษฐกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “นายอนุพงศ์ มกรานุรักษ์”  ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี เปิดแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมข้อเสนอภาคเอกชนต่อ ครม.สัญจร เพื่อปลดล็อกศักยภาพการค้าและการลงทุนของภูมิภาค

ชูสวนไผ่ พืชเศรษฐกิจ ดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลก

 นายอนุพงศ์ กล่าวว่า ภาคเอกชนในพื้นที่กำลังผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดอุดรธานีในหลายมิติ ทั้งการท่องเที่ยว การลงทุนอุตสาหกรรม และการขนส่งสินค้า โดยมุ่งใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมเตรียมเสนอแนวทางพัฒนาต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอีสานเหนือในระยะยาว

 

สำหรับมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ภาคอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานีมีส่วนร่วมจัดแสดงภายใต้แนวคิดสวนไผ่ โดยมองว่าไผ่เป็นมากกว่าพืชที่ช่วยสร้างความชุ่มชื้นและฟื้นฟูระบบนิเวศ เพราะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ตั้งแต่ลำต้น ใบ ไปจนถึงหน่อ สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ขณะเดียวกันภาคเอกชนในพื้นที่ยังร่วมสนับสนุนการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว โดยจัดเตรียมพื้นที่จอดรถฟรีฝั่งตรงข้ามสถานที่จัดงาน เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถเดินทางเข้าสู่พื้นที่จัดงานได้สะดวกยิ่งขึ้น

นายอนุพงศ์ มกรานุรักษ์”  ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี

นายอนุพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้ภาคธุรกิจ ร้านค้า สถาบันการเงิน และประชาชนในจังหวัดมีความตื่นตัวอย่างมากในการเตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยอีกเป้าหมายสำคัญคือการผลักดันเที่ยวบินบินตรงจากประเทศจีนมายังสนามบินอุดรธานี เพื่อขยายตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการในพื้นที่

“จุดแข็งของอุดรธานีไม่ได้มีเพียงงานพืชสวนโลก แต่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งทะเลบัวแดง แหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา และวิถีวัฒนธรรมไทย จีน และเวียดนาม ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวต่อเนื่องได้ตลอดทั้งปี เป้าหมายไม่ใช่เพียงให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวงานแล้วเดินทางกลับ แต่อยากให้พักค้างคืนและเดินทางท่องเที่ยวต่อ เพื่อให้เม็ดเงินกระจายไปถึงโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า และผู้ประกอบการในจังหวัดอย่างทั่วถึง”

เชื่อมเที่ยวอีสานเหนือ กระจายรายได้ทั่วภูมิภาค

สำหรับการท่องเที่ยว นายอนุพงศ์ เสนอให้ใช้อุดรธานีเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางเชื่อมโยงกลุ่มจังหวัดอีสานเหนือ โดยจัดโปรแกรมท่องเที่ยวที่ผสมผสานทั้งธรรมชาติ ศาสนา และความเชื่อ เริ่มจากเข้าชมมหกรรมพืชสวนโลก ก่อนเดินทางไปทะเลบัวแดง เจดีย์หลวงตาพระมหาบัว และคำชะโนด นอกจากนี้ ยังสามารถต่อยอดเส้นทางไปยังจังหวัดใกล้เคียง เช่น หนองคาย บึงกาฬ และหนองบัวลำภู เพื่อเพิ่มระยะเวลาพำนักและสร้างรายได้ให้ธุรกิจท่องเที่ยวในภูมิภาค

ด้านการรองรับนักท่องเที่ยว ประเมินว่าในวันธรรมดาอาจมีผู้เข้าชมงานพืชสวนโลกเฉลี่ยประมาณ 30,000 คนต่อวัน ขณะที่วันเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องวางแผนบริหารจัดการทั้งการเดินทาง ที่พัก และระบบรับส่งให้มีประสิทธิภาพ ซึ่ง “อุดรธานี” มีความพร้อมด้านการคมนาคมทั้งทางบก ทางอากาศ และทางราง ขณะที่การรองรับที่พักต้องอาศัยความร่วมมือจากจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะขอนแก่นและหนองคาย ซึ่งสามารถช่วยกระจายนักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่จัดงาน พร้อมจัดระบบรถรับส่งให้เดินทางเชื่อมต่อกันได้สะดวก คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินสะพัดและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่กว่า 3.2 หมื่นล้านบาท

ชง ครม.สัญจร ติดตั้งเครื่อง X-ray ตู้สินค้า

นอกเหนือจากการท่องเที่ยวแล้ว ภาคเอกชนเตรียมผลักดันข้อเสนอต่อที่ประชุม ครม.สัญจร ผ่านคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณติดตั้งเครื่องสแกนตู้คอนเทนเนอร์ ช่วยให้การตรวจสอบสินค้าทำได้รวดเร็วขึ้น ลดความจำเป็นในการเปิดตู้ตรวจในบางขั้นตอน และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินพิธีการศุลกากร

ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และการอนุมัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากดำเนินการได้ตามเป้าหมาย จะช่วยลดระยะเวลาการขนส่งและต้นทุนของผู้ประกอบการ เพิ่มความน่าสนใจให้กับนักลงทุน และสนับสนุนให้อุดรธานีเป็นศูนย์กลางรวบรวมและกระจายสินค้าของภาคอีสานเหนือที่เชื่อมโยงตลาดต่างประเทศ ส่วนข้อเสนอด้านโครงสร้างพื้นฐานอีกประเด็น คือการพัฒนาสนามกีฬาและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับการแข่งขันกีฬาเยาวชนระดับประเทศ และเพิ่มศักยภาพของจังหวัดในการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่

 สำหรับแผนบริหารพื้นที่มหกรรมพืชสวนโลกหลังสิ้นสุดงาน นายอนุพงศ์กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานีจะเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลพื้นที่ต่อเนื่อง โดยภาคเอกชนพร้อมร่วมสนับสนุนในรูปแบบเครือข่าย เพื่อให้พื้นที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ทั้งด้านการท่องเที่ยว การพักผ่อน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การผลักดันนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร โดยนักลงทุนสามารถใช้ระบบรางเชื่อมต่อรถไฟจีน-ลาวที่หนองคาย เพื่อขนส่งสินค้าไปจีนหรือนำวัตถุดิบมาแปรรูปเพิ่มมูลค่าเพื่อการส่งออก ซึ่งเป็นแนวทางสร้างรายได้และการจ้างงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

 

เหมืองโปแตชอุดรฯ ความหวังวัตถุดิบผลิตปุ๋ย

อีกหนึ่งโครงการที่ภาคเอกชนให้ความสำคัญ คือโครงการเหมืองแร่โปแตช ซึ่งเปรียบเหมือน “ทองคำใต้ดิน” หากขุดแร่โปแตชขึ้นมาได้ จะช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP/GDP) ของอุดรธานีได้เป็นเท่าตัว หรือหลายเท่าตัว แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่ามูลค่าเงินคือ การสร้างความมั่นคงด้านปุ๋ยของประเทศไทย จากบทเรียนวิกฤตสงครามต่างประเทศ เช่น รัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลให้ปุ๋ยขาดแคลนและราคาพุ่งสูง ทำให้ต้นทุนของเกษตรกรไทยสูงจนแข่งขันยาก

 “การมีวัตถุดิบโปแตชในประเทศจะช่วยต่อยอดสู่อุตสาหกรรมผลิตปุ๋ยสำเร็จรูป ทำให้เกษตรกรอุดรธานีเข้าถึงปุ๋ยราคาต่ำกว่าท้องตลาด ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างเตรียมการขุดเจาะ โดยมีความพร้อมทั้งด้านสัมปทานและเงินทุน 100% จากรัฐวิสาหกิจรัฐบาลกลางจีน ซึ่งกงสุลจีนประจำประเทศไทยจะเข้าร่วมกำกับดูแลในกิจกรรมหลักของโครงการ เพื่อสร้างความมั่นใจในการดำเนินงาน”

 ปัจจุบันโครงการเหมืองโปแตช มีจัดสรรเงินเข้ากองทุนพัฒนาวิสาหกิจและคุณภาพชีวิตชุมชน โดยประเมินวงเงินไว้ประมาณปีละ 100 ล้านบาท และมีการสำรองเงินก้อนแรกตามข้อมูลที่ได้รับ เพื่อสนับสนุนการศึกษา สุขอนามัย และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ รายละเอียดการจัดสรรและการใช้จ่ายควรเป็นไปตามหลักเกณฑ์และกลไกกำกับดูแลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน

 “งานมหกรรมพืชสวนโลก จะเป็นแรงกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ขณะที่นิคมอุตสาหกรรมสีเขียวและระบบรางเป็นโครงสร้างรองรับการค้าในระยะยาว ส่วนโครงการเหมืองโปแตชเป็นโอกาสต่อยอดอุตสาหกรรมวัตถุดิบและปุ๋ยของประเทศ แต่ผลสำเร็จของยุทธศาสตร์ทั้งหมดจะต้องวัดจากการสร้างงาน การเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการและเกษตรกร การลดต้นทุนขนส่ง และการกระจายประโยชน์สู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมและความโปร่งใสในการดำเนินโครงการ เพื่อให้อุดรธานีก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจการค้าเกษตรของอีสานเหนือได้อย่างมั่นคง” นายอนุพงศ์ กล่าวในตอนท้าย

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,248 วันที่ 29 - 31 ตุลาคม พ.ศ. 2569