thansettakij
thansettakij
“สุริยะ” สั่ง กยท. คุมเกมทั้งระบบ ราคายางทะลุ 97.90 บาท สูงสุดรอบ 10 ปี

“สุริยะ” สั่ง กยท. คุมเกมทั้งระบบ ราคายางทะลุ 97.90 บาท สูงสุดรอบ 10 ปี

28 ต.ค. 69 | 07:40 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ต.ค. 69 | 07:44 น.

“สุริยะ” สั่ง กยท. คุมเข้มยางนอกระบบ หลังราคายางปี 69 ทุบสถิติสูงสุดรอบ 10 ปี ยางแผ่นรมควันชั้น 3 แตะ 97.90 บาท/กก. เร่งบริหารอุปทาน–รักษาเสถียรภาพราคา เตรียมใช้ GPS ผ่าน Smart CESS ปี 70 ดันรายได้ชาวสวนยางยั่งยืน

KEY

POINTS

  • รมว. เกษตรฯ สั่ง กยท. บริหารจัดการยางพาราทั้งระบบ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา หลังจากราคายางแผ่นรมควันพุ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี แตะ 97.90 บาทต่อกิโลกรัม
  • เน้นนโยบายควบคุมปริมาณผลผลิต กลไกตลาด ยกระดับคุณภาพ พร้อมสกัดกั้นยางนอกระบบที่อาจเข้ามากดดันราคาในประเทศ
  • กยท. คาดการณ์ว่าราคายางจะยังคงทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องในไตรมาส 4 จากปัจจัยอุปทานโลกที่ตึงตัวและมาตรการของภาครัฐ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เร่งบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบ ตั้งแต่ปริมาณผลผลิต กลไกตลาด การตรวจสอบการซื้อขาย ไปจนถึงการยกระดับคุณภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสม พร้อมลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดโลก

ข้อมูลจากฝ่ายเศรษฐกิจยาง กยท. ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2558 ถึงวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ราคายางพาราในประเทศทุกชนิดปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี โดยราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 สูงสุดที่ 97.90 บาทต่อกิโลกรัม ยางแผ่นดิบ 93.50 บาทต่อกิโลกรัม น้ำยางสด 89.95 บาทต่อกิโลกรัม และยางก้อนถ้วย 100% สูงสุด 82.17 บาทต่อกิโลกรัม

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ กำชับให้ กยท. ติดตามแนวโน้มราคาอย่างใกล้ชิด โดยพิจารณาความต้องการใช้ยางในตลาดโลก ปริมาณผลผลิต สภาพอากาศ ภาวะเศรษฐกิจ และสถานการณ์ตลาดยางระหว่างประเทศ ควบคู่กับการวางมาตรการรักษาเสถียรภาพราคา เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์จากภาวะตลาดที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 

เร่งสกัดยางนอกระบบ–พัฒนา Smart CESS

นายสุริยะ กล่าวว่า อีกหนึ่งโจทย์สำคัญคือการป้องกันยางนอกระบบที่อาจเข้ามาเพิ่มปริมาณอุปทานและสร้างแรงกดดันต่อราคารับซื้อผลผลิตของเกษตรกรไทย จึงสั่งการให้ กยท. บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบชนิด ปริมาณ และเส้นทางขนส่งยางอย่างเข้มงวด พร้อมเตรียมพัฒนาโครงการ Smart CESS ในปีงบประมาณ 2570 โดยนำเทคโนโลยี GPS มาใช้ติดตามการเคลื่อนย้ายยาง และตรวจสอบข้อมูลค่าธรรมเนียมการส่งยางออกนอกราชอาณาจักร

 

“สุริยะ” สั่ง กยท. คุมเข้มยางนอกระบบ หลังราคายางปี 69 ทุบสถิติสูงสุดรอบ 10 ปี

ขณะเดียวกัน ศูนย์ปฏิบัติการพระพิรุณ (ศพร.) จะเดินหน้ามาตรการป้องกัน เฝ้าระวัง ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ส่วนกรมวิชาการเกษตรเปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแส พร้อมประสานหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่เกษตรกรและผู้รวบรวมยาง เพื่อร่วมกันตรวจสอบและป้องกันการกระทำผิดอย่างจริงจัง

“แม้ราคายางจะปรับตัวสูงขึ้น แต่สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญมากกว่าคือการทำให้เกษตรกรได้รับราคาที่เป็นธรรม มีรายได้มั่นคง และประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน การรักษาเสถียรภาพราคาต้องดำเนินการทั้งด้านปริมาณ คุณภาพ และตลาดไปพร้อมกัน พร้อมป้องกันไม่ให้ยางนอกระบบบิดเบือนกลไกการแข่งขัน และทำให้ยางไทยมีคุณภาพมาตรฐาน เป็นที่ต้องการของตลาดโลก” นายสุริยะ กล่าว
 

กยท. ฟันธงไตรมาส 4 ราคายางยังสูง

ด้านนายศันสนะ สุริยะโยธิน รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กยท. คาดการณ์ว่าราคายางพาราในไตรมาส 4 ปี 2569 จะยังทรงตัวในระดับสูง และอาจปรับเพิ่มขึ้นเป็นบางช่วง จากปัจจัยพื้นฐานตลาดโลกที่มีอุปทานตึงตัว ประกอบกับมาตรการบริหารจัดการปริมาณยางและกลไกตลาด การป้องกันยางนอกระบบ การควบคุมคุณภาพ และการบริหารสต็อกยางของภาครัฐ

ทั้งนี้ กยท. จะติดตามความต้องการใช้ยางและปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปรียบเทียบราคายางไทยกับตลาดโลกเป็นรายเดือน เพื่อใช้ประกอบการวางแผนบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์

 

กยท. คาดการณ์ว่าราคายางพาราในไตรมาส 4 ปี 2569 จะยังทรงตัวในระดับสูง และอาจปรับเพิ่มขึ้นเป็นบางช่วง จากปัจจัยพื้นฐานตลาดโลกที่มีอุปทานตึงตัว

นอกจากนี้ ยังเร่งยกระดับคุณภาพยางพาราไทย โดยสนับสนุนให้เกษตรกรใช้สารจับตัวยางที่ได้มาตรฐาน หลีกเลี่ยงสารเคมีผิดประเภทและสิ่งปลอมปนที่อาจกระทบคุณภาพผลผลิตและความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ยางไทยในฐานะวัตถุดิบคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรมโลก

นายศันสนะ กล่าวว่า กยท. จะเร่งขับเคลื่อนนโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย” ทั้งการบริหารปริมาณยางและพัฒนาระบบตลาดให้ผู้ซื้อและผู้ขายเข้าถึงได้มากขึ้น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ตลาดยางไทย ลดปัจจัยกดดันราคา และเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรได้รับประโยชน์จากภาวะตลาดที่ปรับตัวดีขึ้นในระยะยาว