
‘ศุภจี’ ถก ผอ.WTO ดัน SMEs ไทย ดึง AI-เซมิคอนดักเตอร์ ขับเคลื่อนส่งออกโต
'ศุภจี' หารือ ผอ. WTO เร่งเพิ่มมูลค่าการส่งออกและยกระดับ SMEs ไทย พร้อมจับมือ IFC ดันโครงการ Trade Finance เพิ่มช่องทางเข้าถึงทุน และเดินหน้าเร่งปฏิรูป WTO สู้ความท้าทายภูมิรัฐศาสตร์โลก
KEY
POINTS
- นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ หารือกับผู้อำนวยการใหญ่ WTO เพื่อผลักดันการส่งออกของไทย โดยเน้นการใช้อุตสาหกรรม AI และเซมิคอนดักเตอร์เป็นตัวขับเคลื่อน และเพิ่มขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการ SMEs
- รัฐบาลมุ่งยกระดับขีดความสามารถของ SMEs ใน 3 ด้าน คือ การพัฒนาทักษะ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการขยายตลาดต่างประเทศ โดย WTO แนะให้พิจารณาความร่วมมือด้านการเงินเพื่อการค้า (Trade Finance)
- ไทยเร่งกระจายตลาดส่งออกผ่านการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลผ่านกรอบ DEFA เพื่อสร้างโอกาสให้ SMEs เข้าถึงตลาดต่างประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้หารือทวิภาคีกับ ดร. เอ็นโกซี โอคอนโจ-อิเวียลา (Dr. Ngozi Okonjo-Iweala) ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) โดยทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าโลก การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย การกระจายตลาดส่งออก การส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs การค้าดิจิทัล และการปฏิรูป WTO
นางศุภจี กล่าวว่า แม้การส่งออกของไทยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 จะขยายตัวถึง 18.9% โดยมีอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยี AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ แต่ไทยยังต้องเร่งเพิ่มมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ ลดการพึ่งพาวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากต่างประเทศ และยกระดับทักษะแรงงาน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไทยสามารถสร้างมูลค่าและได้รับประโยชน์จากห่วงโซ่อุปทานโลกมากขึ้น โดยเฉพาะ SMEs ซึ่งมีสัดส่วนมูลค่าการส่งออกเพียงประมาณร้อยละ 12–14
ทั้งนี้ ไทยยังให้ความสำคัญกับการกระจายตลาดคู่ค้าผ่านการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ได้แก่ FTA กับสหภาพยุโรป การต่อยอดความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม (CEPA) กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และการหารือด้านการค้ากับสหรัฐอเมริกา เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนของไทย ควบคู่กับการสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีภายใต้ WTO
ขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการใหญ่ WTO ชื่นชมไทยที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจหลากหลาย ทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ และสนับสนุนแนวทางการกระจายตลาดส่งออกและห่วงโซ่อุปทานของไทย
โดยเห็นว่าการจัดทำ FTA ช่วยลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง และสามารถดำเนินควบคู่กับระบบการค้าพหุภาคีได้ รวมทั้งสนับสนุนให้ไทยยกระดับการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ ผ่านมาตรการที่สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ WTO
นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลมุ่งยกระดับ SMEs ใน 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาทักษะและขีดความสามารถในการแข่งขัน การเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการขยายตลาดต่างประเทศ โดยส่งเสริมความรู้ด้านธุรกิจ การเงิน และเทคโนโลยีดิจิทัล การใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันทางการเงิน (IP Financing) รวมถึงการส่งเสริมให้ SMEs ใช้ประโยชน์จาก FTA ผ่านการให้ความรู้และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศได้มากขึ้น
โดยประเด็นดังกล่าว ผู้อำนวยการใหญ่ WTO แนะนำให้ไทยพิจารณาความร่วมมือด้านการเงินเพื่อการค้า (Trade Finance) และการเงินในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Finance) เพื่อเพิ่มการเข้าถึงเงินทุนหมุนเวียนของ SMEs พร้อมแนะนำบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (International Finance Corporation: IFC) ซึ่งเป็นองค์กรในกลุ่มธนาคารโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้านดังกล่าว โดย WTO พร้อมพิจารณาความร่วมมือด้านการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงเงินทุนและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs ไทย
สำหรับการค้าดิจิทัล นางศุภจี ได้กล่าวถึงบทบาทของไทยในการขับเคลื่อนการเจรจาความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (ASEAN Digital Economy Framework Agreement: DEFA) ซึ่งจะช่วยสร้างกฎเกณฑ์ร่วมกันและเปิดโอกาสให้ SMEs สามารถเข้าถึงตลาดอาเซียนผ่านช่องทางดิจิทัลได้สะดวกยิ่งขึ้น ขณะที่ฝ่าย WTO ชื่นชมบทบาทของไทยและสนับสนุนให้ไทยพิจารณาขยายการมีส่วนร่วมในความร่วมมือด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ภายใต้ WTO
นางศุภจี เน้นย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญกับการปฏิรูป WTO เพื่อให้ระบบการค้าพหุภาคีมีประสิทธิภาพและสามารถตอบสนองต่อความท้าทายทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และมาตรการทางการค้าที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ขณะที่ผู้อำนวยการใหญ่ WTO ชื่นชมบทบาทที่แข็งขันของไทยใน WTO และเชิญชวนให้ไทยร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูป WTO โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประเทศกำลังพัฒนา
“ไทยให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจจากภายใน ควบคู่กับการขยายโอกาสทางการค้าในตลาดโลก โดยเฉพาะการช่วยให้ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เทคโนโลยี และตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ไทยแสดงความมุ่งมั่นและพร้อมทำงานร่วมกับ WTO เพื่อส่งเสริมระบบการค้าพหุภาคีที่มีกฎเกณฑ์มีความแน่นอน และเอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงและยั่งยืน” นางศุภจี กล่าว





