
ชาวสวนปาล์มค้าน เพิ่มสต็อก CPO 3.5 แสนตัน หวั่นต้นทุนพุ่งกดราคา
กนป.เลื่อนประชุมไม่มีกำหนด ปมเสนอเพิ่มสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) จาก 2.5 แสนตัน เป็น 3.5 แสนตัน ด้านชาวสวนปาล์มค้าน หวั่นเพิ่มภาระดอกเบี้ย ผลักต้นทุนกดราคารับซื้อผลปาล์มสด พร้อมโต้เหตุผลสำรองรับมือเอลนีโญ ชี้ผลกระทบภัยแล้งต่อผลผลิตปาล์มต้องใช้เวลา 1-2 ปี
KEY
POINTS
- ชาวสวนปาล์มคัดค้านข้อเสนอเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) จาก 2.5 แสนตัน เป็น 3.5 แสนตัน
- กังวลว่าการเพิ่มสต็อกจะสร้างภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการกดราคารับซื้อผลปาล์มจากเกษตรกร
- เกษตรกรชี้ว่าปริมาณน้ำมันปาล์มคงคลังทั้งระบบในปัจจุบันมีเพียงพอต่อความต้องการแล้ว และการเพิ่มสต็อกจะกระทบโครงสร้างราคาในตลาด
จับตาปมสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ 3.5 แสนตัน เตรียมบรรจุวาระเสนอคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ในวันที่ 27 ตุลาคม 2569 เพื่อขอปรับเพิ่มปริมาณสำรอง ทำให้ชาวสวนรวมตัวกันคัดค้าน หวั่นต้นทุนเพิ่ม ทำให้ต้องกดราคารับซื้อผลปาล์มสด
นายอธิราษฎร์ ดำดี นายกสมาคมผู้ปลูกปาล์มน้ำมันจังหวัดกระบี่ และอดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในกนป. เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า มติคณะทำงานสมดุลน้ำมันปาล์ม กรมการค้าภายใน ซึ่งเป็นมติทิ้งทายของคณะทำงานชุดเดิมก่อนพ้นจากตำแหน่ง เสนอให้ปรับเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) จากเดิม 2.5 แสนตัน เป็น 3.5 แสนตัน โดยในชั้นการหารือเดิมมีความพยายามเสนอขอเพิ่มสูงถึง 4 แสนตัน ก่อนจะมีการเจรจาต่อรองลงมาอยู่ที่ 3.5 แสนตัน ซึ่งเดิมได้มีการบรรจุวาระเพื่อเตรียมนำเสนอในวันที่ 27 ตุลาคม 2569 นี้
มติดังกล่าวสร้างความกังขาแก่ภาคเกษตรกรอย่างมาก เนื่องจากกระบวนการประชุมของคณะทำงานสมดุลฯ ที่ผ่านมา ไร้เสียงคัดค้านจากฝั่งตัวแทนเกษตรกร หลังจากการเปลี่ยนผ่านอธิบดีกรมการค้าภายในคนใหม่ ไม่ได้มีการส่งลิงก์เชิญตัวแทนเกษตรกรเข้าร่วมประชุมตามกลไกเดิม ส่งผลให้เกิดการรวบรัดจัดทำมติที่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อโครงสร้างราคาในตลาด
“เห็นถึงความผิดปกติของการประเมินสต็อกว่า การพิจารณาสต็อกน้ำมันปาล์มของประเทศ จะมองเพียงสต็อก CPO อย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องคำนวณรวมสต็อกน้ำมันปาล์มบริโภคสำเร็จรูปพร้อมจำหน่าย และสต็อกน้ำมันไบโอดีเซล (B100) ที่รอส่งมอบแก่กลุ่มผู้ค้าน้ำมัน ซึ่งเมื่อนำมารวมกัน ปริมาณน้ำมันปาล์มคงคลังทั้งระบบมีสูงมากและเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศอย่างแท้จริง”
นายอธิราษฎร์ กล่าวอีกว่า หากรัฐบาลฝืนอนุมัติให้เพิ่มสต็อก CPO เป็น 3.5 แสนตัน จะต้องใช้เงินงบประมาณภาคอุตสาหกรรมในการกว้านซื้อเก็บสต็อกสูงถึงประมาณ 15,000 ล้านบาท การบังคับให้ผู้ประกอบการแบกรับสต็อกสูงเกินความจำเป็น จะสร้างภาระดอกเบี้ยเงินกู้มหาศาล ซึ่งสุดท้ายภาระดอกเบี้ยทั้งหมดจะถูกส่งผ่านและผลักมาอยู่ที่เกษตรกร ผ่านการกดราคารับซื้อผลปาล์มสดหน้าลานเททันที ซึ่งเพียงแค่มีข่าวการขอเพิ่มสต็อกหลุดออกมา ราคารับซื้อผลปาล์มในตลาดก็ปรับลดลงตอบรับทันทีแล้ว
สำหรับข้ออ้างของคณะทำงานในคณะกรรมการสมดุลน้ำมันปาล์ม ที่ระบุว่าจำเป็นต้องเพิ่มสต็อกเพื่อรองรับภัยแล้งหรือปรากฏการณ์เอลนีโญในอนาคตนั้น นายอธิราษฎร์ ยืนยันว่าเป็นการอ้างอิงที่ไม่ถูกต้องตามหลักพฤกษศาสตร์ เนื่องจากปาล์มน้ำมันเป็นพืชสวนเฉพาะทาง ไม่ใช่พืชไร่หรือผักชีที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศทันที แต่ปาล์มน้ำมันมีวงรอบการผลิตและการส่งผลกระทบย้อนหลัง 1-2 ปี หากเกิดภาวะแล้งจัดในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า ผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตจะไม่ได้เกิดขึ้นในปีนี้หรือปีหน้า แต่จะไปปรากฏผลในอีก 2 ปีข้างหน้า
เปิดสัดส่วนการใช้น้ำมันปาล์มในไทย
ทั้งนี้โครงสร้างการผลิตและบริโภค ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้น้ำมันปาล์มแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักเท่าๆ กัน ได้แก่ 1.ภาคการบริโภค (น้ำมันพืชบรรจุขวด): ประมาณ 100,000 ตัน/เดือน 2.ภาคพลังงาน (ไบโอดีเซล B100): ประมาณ 100,000 ตัน/เดือน 3.ภาคการส่งออกต่างประเทศ: เฉลี่ยประมาณ 100,000 ตัน/เดือน รวมความต้องการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300,000 ตัน/เดือน ซึ่งสอดคล้องกับกำลังการผลิต CPO เฉลี่ยของไทยที่ผลิตได้ประมาณ 300,000 ตันเศษต่อเดือนเช่นกัน
“ในอดีตประเทศไทยเคยมีสต็อก CPO ลดต่ำลงเหลือเพียง 90,000 ตัน แต่รัฐบาลขณะนั้นชะลอการนำเข้าจนผลผลิตตามฤดูกาลใหม่ทยอยออกมาเติมเต็มระบบได้โดยไม่เกิดวิกฤต แม้ผลผลิตปีนี้ทั่วโลกจะลดลง โดยคาดว่าผลผลิตในไทยจะลดลงจาก 21 ล้านตัน เหลือประมาณ 18–19 ล้านตัน แต่เนื่องจากปีนี้มีฝนตกชุก ปริมาณผลผลิตปาล์มจะทยอยฟื้นตัวกลับออกมาพีกขึ้นอย่างแน่นอนในปีหน้า”
นายอธิราษฎร์ กล่าวมุมมองในแง่ดี กนป. ได้สั่งเลื่อนการประชุมในครั้งนี้ออกไปไม่มีกำหนด ถือเป็นโอกาสอันดีที่รัฐบาลจะได้ทบทวนและถอนมติการเพิ่มสต็อก 3.5 แสนตันออกไป โดยเกษตรกรพร้อมที่จะส่งมอบข้อมูลเชิงวิชาการที่ถูกต้อง เพื่อร่วมมือกับ กนป. ในการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่ที่เข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างแท้จริง
หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,247 วันที่ 25 - 28 ตุลาคม พ.ศ. 2569
เลื่อนประชุม กนป.ออกไปไม่มีกำหนด







