thansettakij
thansettakij
‘วัชระพล’ ชูพืชสวนโลก ปั้นหนองแดเครื่องยนต์เศรษฐกิจ

‘พืชสวนโลก’ อุดรฯ ดันห้องพักเต็ม 100% ปักหมุดเครื่องยนต์ศก.ใหม่ ภาคอีสาน

21 ต.ค. 69 | 10:18 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ต.ค. 69 | 10:21 น.

เกษตรฯ เดินหน้าเปิดฉากมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ดันเศรษฐกิจท่องเที่ยว การค้า และเกษตรคึกคัก ห้องพักกว่า 7,000 ห้องจ่อเต็ม 100% รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ‘วัชระพล’ ชูหนองแดแลนด์มาร์กใหม่ สร้างปอดเมืองและเครื่องยนต์เศรษฐกิจอีสาน พร้อมต่อยอดสู่ศูนย์เรียนรู้เกษตรยั่งยืนหลังจบงาน

KEY

POINTS

  • งานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ส่งผลให้ยอดจองห้องพักในจังหวัดประมาณ 7,000 ห้องเต็ม 100%
  • งานนี้ถูกผลักดันให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของภาคอีสาน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ภูมิภาค
  • มีการวางแผนต่อยอดพื้นที่หลังจบงาน (Legacy Plan) เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจและเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนในระยะยาว

21 ตุลาคม 2569 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานแถลงข่าวความพร้อมในงาน "มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569" โดยมีนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร

‘พืชสวนโลก’ อุดรฯ ดันห้องพักเต็ม 100% ปักหมุดเครื่องยนต์ศก.ใหม่ ภาคอีสาน

มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 รวม 134 วัน ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ภายใต้แนวคิด “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” มุ่งนำเสนอความหลากหลายทางชีวภาพ นวัตกรรมพืชสวน เทคโนโลยีการเกษตร และภูมิปัญญาท้องถิ่น ควบคู่การสร้างโอกาสทางธุรกิจและกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค

 

‘พืชสวนโลก’ จุดเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ปั้นหนองแดแลนด์มาร์กอีสาน

นายวัชระพล  กล่าวว่า การผลักดันมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานีเป็นผลจากวิสัยทัศน์การพัฒนาเมืองที่ริเริ่มเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน โดยนายวิเชียร ขาวขำ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ซึ่งต้องการยกระดับพื้นที่หนองแดให้เป็นสถานที่จัดงานระดับโลก และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้จังหวัดในระยะยาว เดิมหนองแดเป็นแหล่งน้ำสาธารณะที่ชุมชนตำบลกุดสระ ตำบลนาข่า และตำบลหมูม่นใช้ประโยชน์ด้านเกษตรกรรมและประมง ก่อนพัฒนาสู่พื้นที่จัดงานพืชสวนโลก

โดยวางเป้าหมายสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การสร้างสวนสาธารณะและปอดแห่งใหม่ของเมือง การดึงดูดนักท่องเที่ยวและเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ภาคอีสาน และการยกระดับชื่อเสียงประเทศไทยสู่เวทีนานาชาติ แม้โครงการต้องใช้เวลาผลักดันทั้งด้านเอกสารและงบประมาณ แต่ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน หอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมโรงแรม สมาคมท่องเที่ยว และผู้ประกอบการในพื้นที่ ตลอดจนการสนับสนุนจากรัฐบาลหลายชุด เพื่อผลักดันให้โครงการเดินหน้าสู่การจัดงานจริง

‘พืชสวนโลก’ อุดรฯ ดันห้องพักเต็ม 100% ปักหมุดเครื่องยนต์ศก.ใหม่ ภาคอีสาน

อุดรฯ สะพัด ห้องพัก 7,000 ห้องเต็ม รับนักท่องเที่ยว-ครม.สัญจร

นอกจากนี้ยังมีแรงส่งจากมหกรรมพืชสวนโลกเริ่มสะท้อนผ่านภาคท่องเที่ยวและบริการ โดยข้อมูลที่นำเสนอในงานระบุว่า ห้องพักในระบบของจังหวัดอุดรธานีประมาณ 7,000 ห้องมียอดจองเต็ม 100% ขณะที่ร้านอาหารและธุรกิจบริการในเมืองมีแนวโน้มคึกคักตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น นายวัชระพล แนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางมาร่วมงานควรจองที่พักล่วงหน้า หากโรงแรมในอุดรธานีเต็ม สามารถเลือกพักจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ หนองคาย หนองบัวลำภู บึงกาฬ และขอนแก่น ก่อนเดินทางเชื่อมต่อเข้ามายังพื้นที่จัดงาน

นอกจากนี้ จังหวัดอุดรธานียังเตรียมรองรับการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรในช่วงการจัดงาน ซึ่งจะเป็นอีกแรงกระตุ้นการใช้จ่าย ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และธุรกิจท้องถิ่น โดยการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาเยือน

วาง Legacy Plan ต่อยอดพื้นที่ สร้างรายได้เกษตรกร

หลังสิ้นสุดการจัดงาน 134 วัน พื้นที่มหกรรมพืชสวนโลกจะได้รับการพัฒนาต่อภายใต้แผน Legacy Plan เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเป็นศูนย์เรียนรู้สำหรับเยาวชนด้านพืช สภาพแวดล้อม และระบบนิเวศ การถ่ายทอดเทคโนโลยีและสายพันธุ์พืชให้เกษตรกรนำไปต่อยอดอาชีพ ตลอดจนการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามาใช้ประโยชน์ในระยะยาว เป้าหมายสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการจัดงานระดับโลกให้สำเร็จ แต่เป็นการสร้างสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจและแหล่งเรียนรู้ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้จังหวัดอุดรธานีและภาคอีสานในอนาคต

เปิดรอบปฐมทัศน์ 1 พ.ย. ก่อนพิธีเปิดใหญ่ 2 พ.ย.

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวไทม์ไลน์ เริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 จะเปิดให้ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าชมงานเป็นวันแรกในรอบปฐมทัศน์ ก่อนจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงเย็นวันที่ 2 พฤศจิกายน โดยนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจะเดินทางมาร่วมงานตามกำหนดการที่วางไว้ 

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ภายในงานแบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 6 โซนหลัก ครอบคลุมสวนจัดแสดงและอาคารหลัก สวนนานาชาติ นิทรรศการภายในอาคาร นิทรรศการและเทคโนโลยีการเกษตรกลางแจ้ง ตลอดจนสวนพันธุ์ไม้ประจำจังหวัด สวนไผ่ และเรือนเพาะชำ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมสัมผัสความหลากหลายของพืชพรรณและนวัตกรรมจากไทยและต่างประเทศ

ผนึก 17 ประเทศ เปิดเวที Business Matching เกษตรโลก

นอกจากมิติการท่องเที่ยว งานพืชสวนโลกยังมุ่งสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุน ผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ด้านเทคโนโลยีการเกษตรแม่นยำและนวัตกรรมพืชสวน เชื่อมโยงเกษตรกร ผู้ประกอบการ นักลงทุน และหน่วยงานวิจัยตลอดช่วงการจัดงาน  มีการตอบรับจัดสวนนานาชาติรวม 32 สวน จาก 17 ประเทศ และ 2 องค์กรนานาชาติ แบ่งเป็นสวนภายนอกและภายในอาคารอย่างละ 16 สวน พร้อมสวนจากองค์กรภาครัฐและเอกชนไทยอีก 16 สวน สะท้อนโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ

ทีเส็บชู MICE City กระจายรายได้สู่ธุรกิจท้องถิ่น

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ กล่าวว่า อุดรธานีเป็นหนึ่งในเมือง MICE City ที่มีศักยภาพ โดยทีเส็บทำงานร่วมกับจังหวัด ภาคเอกชน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อดึงงานระดับนานาชาติมาเป็นกลไกพัฒนาเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับจุดแข็งของพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญประกอบด้วยการสร้างความเชื่อมั่นด้านความพร้อมของเมืองและระบบคมนาคม การเชื่อมโยงธุรกิจผ่านกิจกรรมจับคู่ทางการค้า และการกระจายรายได้สู่โรงแรม ร้านอาหาร ผู้ประกอบการ และชุมชนโดยรอบ

"ความสำเร็จของงานไม่ควรวัดเพียงจำนวนผู้เข้าชม แต่ต้องพิจารณาถึงการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ การสร้างรายได้ และประโยชน์ที่ตกถึงประชาชนและภาคเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 จึงเป็นมากกว่างานแสดงพืชสวนระดับนานาชาติ แต่เป็นบททดสอบสำคัญของการใช้การท่องเที่ยว การค้า และนวัตกรรมเกษตรเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค โดยโจทย์หลังจบงานคือการรักษาแรงส่งดังกล่าวให้กลายเป็นรายได้ อาชีพ และโอกาสทางเศรษฐกิจที่เติบโตต่อเนื่องในระยะยาว"