
น้ำท่วมปราจีนฯ กระทบประมง 4,471 ราย กระทรวงเกษตรฯ เร่งเยียวยา–ฟื้นอาชีพ
น้ำท่วมกระทบเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในปราจีนบุรี 4,471 ราย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 8.8 หมื่นไร่ “เกษตรฯ” เร่งสำรวจความเสียหายและขึ้นทะเบียนขอรับความช่วยเหลือ จ่อชง ครม.ขอใช้งบกลาง พร้อมสนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำและอาหารสัตว์น้ำ ฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรหลังน้ำลด
KEY
POINTS
- สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดปราจีนบุรีส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำรวม 4,471 ราย ในพื้นที่ 7 อำเภอ ครอบคลุมพื้นที่เพาะเลี้ยงกว่า 88,000 ไร่
- กระทรวงเกษตรฯ สั่งการให้เร่งสำรวจความเสียหายและขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเตรียมเสนอของบกลางช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิต เช่น พันธุ์สัตว์น้ำและอาหารสัตว์
- กรมประมงมีแผนฟื้นฟูระบบนิเวศในแม่น้ำปราจีนบุรีโดยการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำพื้นถิ่น พร้อมพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าเพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถรับมือและลดความเสียหายในอนาคต
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตำบลบางพลวง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและประเมินความเสียหายด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พร้อมด้วยนายมานพ นุสรณ์ รองอธิบดีกรมประมง นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
น้ำท่วมกระทบสัตว์น้ำ เร่งขึ้นทะเบียนรับเยียวยา
นายวัชระพลกล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ส่งผลให้คุณภาพน้ำเปลี่ยนแปลง กระทบต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยพบปัญหาปลาและสัตว์น้ำขาดอากาศหายใจในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ปทุมธานี และฉะเชิงเทรา สร้างความเสียหายแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาและกุ้ง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงสั่งการให้สำนักงานประมงจังหวัดและประมงอำเภอเร่งสำรวจความเสียหาย พร้อมรวบรวมรายชื่อเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ เพื่อจัดทำแบบคำขอรับความช่วยเหลือ (กษ 01) ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 และเร่งดำเนินการตามขั้นตอนการช่วยเหลือโดยเร็ว
นอกจากนี้ กระทรวงฯ เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากงบกลาง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ โดยมุ่งสนับสนุนปัจจัยการผลิตที่จำเป็น เช่น พันธุ์สัตว์น้ำ อาหารสัตว์น้ำ กระชัง และอุปกรณ์สำหรับการเพาะเลี้ยง เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนและให้เกษตรกรสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้อีกครั้ง ทั้งนี้ เกษตรกรที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนก็จะได้รับการพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิตตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ปราจีนฯ เสียหาย 4,471 ราย พื้นที่รวมกว่า 8.8 หมื่นไร่
ข้อมูลสถานการณ์ด้านประมง ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2569 จังหวัดปราจีนบุรีประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินด้านประมงแล้ว 7 อำเภอ ครอบคลุม 62 ตำบล 441 หมู่บ้าน
มีเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับผลกระทบรวม 4,471 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 88,457.25 ไร่ แบ่งเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อดิน 4,396 ราย พื้นที่ 58,732.75 ไร่ และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง 75 ราย พื้นที่ 29,724.50 ไร่
สำหรับความคืบหน้าการขอรับความช่วยเหลือ มีเกษตรกรยื่นคำขอแล้ว 279 ราย แบ่งเป็นผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อดิน 244 ราย และผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง 35 ราย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งประชาสัมพันธ์และติดตามให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบเข้าสู่กระบวนการขอรับความช่วยเหลือภายในระยะเวลาที่กำหนด
เร่งฟื้นแม่น้ำปราจีนบุรี วางระบบเตือนภัยลดความเสียหาย
นายวัชระพลกล่าวเพิ่มเติมว่า ได้สั่งการให้กรมประมงเร่งฟื้นฟูระบบนิเวศในแม่น้ำปราจีนบุรี โดยปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำพื้นถิ่นที่เหมาะสมกับแหล่งน้ำ เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรประมงและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ พร้อมติดตามคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ปลายน้ำสามารถเตรียมรับมือและลดความเสียหายได้ทันท่วงที
ขณะเดียวกัน กรมประมงมีแผนฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในภาพรวม โดยเตรียมปล่อยสัตว์น้ำมากกว่า 1,100 ล้านตัว ลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ 4,700 แห่ง และแหล่งน้ำชุมชน 100 แห่ง รวมถึงแผนผลิตพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งมากกว่า 397 ล้านตัว เพื่อเสริมความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรและสนับสนุนการทำประมงในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังมีแผนปล่อยพันธุ์ปลาตะเพียนทอง ปลาสร้อยขาว และปลากระแห ในพื้นที่ทุ่งบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยืนยันว่าจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามความเสียหายและดำเนินมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการฟื้นฟูแหล่งน้ำและทรัพยากรประมง เพื่อบรรเทาผลกระทบและช่วยให้เกษตรกรกลับมาประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง







