
แฉมติทิ้งทวนดันสต๊อก CPO 3.5 แสนตัน ทุบราคาปาล์มร่วงแตะ 7 บาท
เปิดเบื้องหลังมติขยับสต๊อก CPO แตะ 3.5 แสนตัน ก่อนราคาปาล์มสดร่วงจาก 8 บาทกว่า เหลือเกือบ 7 บาทต้น ๆ ฝ่ายเกษตรกรตั้งข้อสังเกตโบรกเกอร์เร่งช้อนซื้อน้ำมันปาล์มดิบ ก่อนโรงงานชะลอรับซื้อและกดราคาหน้าสวน จี้อธิบดีกรมการค้าภายในคนใหม่รื้อเกณฑ์สต๊อก สกัดผลกระทบซ้ำเติมชาวสวน
KEY
POINTS
- คณะอนุกรรมการฯ มีมติเพิ่มเป้าหมายสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) เป็น 350,000 ตัน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาผลปาล์มสดร่วงลงจากกิโลกรัมละ 8 บาท เหลือประมาณ 7 บาท
- มีการเปิดเผยกลไกที่กลุ่มทุนและโบรกเกอร์ใช้ข้อมูลวงในเข้ากว้านซื้อ CPO ก่อนที่โรงงานสกัดจะร่วมกันกดราคาซื้อผลปาล์มจากเกษตรกร
- การตั้งเป้าสต็อก CPO ที่สูงขึ้นยังส่งผลกระทบต่อการส่งออก โดยทำให้ปริมาณน้ำมันปาล์มส่วนเกินที่จะได้รับอนุญาตให้ส่งออกลดน้อยลง
- มีการเรียกร้องให้อธิบดีกรมการค้าภายในคนใหม่เข้ามาทบทวนมติการกำหนดสต็อกดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ผลผลิตจริง
แฉมติทิ้งทวนตั้งเป้าสต๊อก 3.5 แสนตัน กดดันราคาปาล์มดิ่ง
แหล่งข่าวจากกรรมการในคณะอนุกรรมการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์ม เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าในที่ประชุมได้มีประชุมในช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก่อนการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าภายใน ได้มีความวิตกกังวลเรื่องปริมาณน้ำมันปาล์มและไบโอดีเซล B10 ทำให้มีการเสนอตั้งตัวเลขความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน โดยกำหนดสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) เพิ่มขึ้นเป็น 350,000 ตัน
ก่อนหน้านี้เคยมีความพยายามเสนอตัวเลขสต๊อกสูงถึง 400,000 ตัน แต่ถูกคัดค้านว่าสูงเกินไปและล้นสต๊อกได้ง่าย ทำให้สุดท้ายสรุปตัวเลขไว้ที่ 350,000 ตันการส่งสัญญาณเพิ่มตัวเลขสต๊อกดังกล่าวกลายเป็นปัจจัยลบที่กดดันราคาผลปาล์มสดทันที โดยราคาปรับลดลงจากระดับ 8 บาทกว่ากิโลกรัม ลงมาเหลือเพียงเกือบ 7 บาทต้นๆ นอกจากนี้ การตั้งสต๊อกสูงถึง 350,000 ตัน ยังส่งผลให้ปริมาณ CPO ส่วนเกินที่จะอนุญาตให้ส่งออกได้ลดลง เนื่องจากเดิมต้องมีสต๊อกเกิน 300,000 ตันขึ้นไปจึงจะอนุญาตให้ส่งออกได้
เปิดกลไกวงใน โบรกเกอร์ช้อนซื้อ CPO บีบเกษตรกรยอมขายถูก
แหล่งข่าวจากเกษตรกรภาคใต้ ระบุว่า หลังสิ้นสุดการประชุมในวันนั้นได้มีกลุ่มโบรกเกอร์เข้ามากว้านซื้อ CPO ในตลาดอย่างผิดสังเกต เนื่องจากกลุ่มทุนวงในล่วงรู้นโยบายรัฐล่วงหน้าว่าจะมีการตั้งเป้าสต๊อกสูง เมื่อกลุ่มโบรกเกอร์และโรงงานกว้านซื้อ CPO เก็บไว้จนเต็มมือแล้ว กลุ่มโรงงานสกัดจึงหยุดเสนอซื้อ CPO เพิ่มเติม ส่งผลให้มี CPO ค้างอยู่ในมือโรงงานจำนวนมาก จากนั้นโรงงานจึงถือโอกาสกดราคาเสนอซื้อผลปาล์มสดจากชาวสวน โดยบีบว่าหากไม่ขายในราคาที่กดไว้ก็จะไม่รับซื้อ ทำให้เกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้เงินสดจำใจต้องยอมขายผลปาล์มในราคาต่ำ
ส่วนนโยบายด้านพลังงาน ทางกระทรวงพลังงานได้แจ้งต่อคณะอนุกรรมการสมดุลฯ ว่าจะขยายเวลาการอุดหนุนไบโอดีเซลต่อออกไปอีก 3 เดือน โดยจะทบทวนสถานการณ์ทุกๆ 3 เดือน. แม้กระทรวงพลังงานจะอ้างว่าราคา CPO ที่สูงขึ้นสร้างภาระต่อกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ฝ่ายเกษตรกรโต้แย้งว่า ภาระจริงของกองทุนน้ำมันฯ เกิดจากการนำเงินไปอุดหนุนก๊าซ LPG แล้วดึงเงินจากผู้ใช้น้ำมันดีเซลมาร่วมรับภาระ
นอกจากนี้ หากมีการยกเลิกการผสมไบโอดีเซลแล้วกลับไปใช้น้ำมันดีเซล B0 จะไม่สามารถใช้ได้ทันที แต่ต้องนำเข้าน้ำมันหล่อลื่นจากต่างประเทศเข้ามาผสม ซึ่งทำให้เงินตราไหลออกนอกประเทศ ในทางกลับกัน การนำน้ำมันปาล์มมาทำไบโอดีเซลช่วยสร้างรายได้ให้ชาวสวนปาล์มนำไปจับจ่ายใช้สอย และกระตุ้นการหมุนเวียนของเศรษฐกิจฐานรากในประเทศ
จี้อธิบดีกรมการค้าภายในคนใหม่รื้อโครงสร้างสต๊อก
การตั้งตัวเลขสต๊อก CPO ไว้สูงถึง 350,000 ตัน จากก่อนหน้านี้ 250,000 ตัน ถือเป็นโจทย์สำคัญที่ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายในคนใหม่ จะต้องเข้ามาทบทวนและแก้ไขให้สอดคล้องกับปริมาณผลผลิตจริง







