thansettakij
thansettakij
หอมมะลิต้นฤดูพุ่ง 1.65 หมื่น หวั่น พ.ย.ผลผลิตทะลักฉุดราคา จี้ ‘จำนำยุ้งฉาง’

หอมมะลิต้นฤดูพุ่ง 1.65 หมื่น หวั่น พ.ย.ผลผลิตทะลักฉุดราคา จี้ ‘จำนำยุ้งฉาง’

โรงสีอีสานเดือด เปิดศึกชิงข้าวหอมมะลิต้นฤดู ดันราคาพุ่ง 1.55–1.65 หมื่นบาทต่อตัน แต่หวั่นผลผลิตทะลักเดือน พ.ย. กดราคาร่วง กระทุ้ง “จำนำยุ้งฉาง” ช่วยชาวนา ขณะผู้ส่งออกเล็งดัน “สุวรรณภูมิ” ข้าวพันธุ์ใหม่ผ่าน DNA ตามเกณฑ์หอมมะลิ ขึ้นแท่นบุกตลาดโลก

KEY

POINTS

  • ราคาข้าวหอมมะลิใหม่ต้นฤดูพุ่งสูงถึงตันละ 15,500-16,500 บาท ซึ่งเป็นราคาที่น่าพอใจ
  • มีความกังวลว่าผลผลิตข้าวจำนวนมากที่จะออกสู่ตลาดในเดือนพฤศจิกายน อาจกดดันให้ราคาตกต่ำลงเหลือตันละ 10,000-12,000 บาท
  • สมาคมโรงสีข้าวฯ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการ "จำนำยุ้งฉาง" เพื่อเป็นหลักประกันและช่วยพยุงราคาข้าวให้เกษตรกร
  • ผู้ส่งออก เล็ง “สุวรรณภูมิ” พันธุ์ข้าวใหม่ผ่าน DNA ตามเกณฑ์หอมมะลิ

ฤดูข้าวหอมมะลิใหม่ เริ่มเดินหน้าเข้าสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ โรงสีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิสำคัญของประเทศ เริ่มได้รับโควตราคาล่วงหน้าจากบริษัทสมาชิกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เพื่อนำไปใช้เป็นฐานคำนวณราคารับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาในฤดูการผลิตปี 2569/70 สะท้อนทิศทางราคาข้าวต้นฤดู และเป็นสัญญาณสำคัญว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงรับผลผลิตใหม่อย่างเต็มตัว

นายวิชัย ศรีนวกุล นายกสมาคมโรงสีข้าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นายวิชัย ศรีนวกุล นายกสมาคมโรงสีข้าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากการพิจารณาราคาข้าวสารที่บริษัทส่งออกให้มาเป็นราคารับซื้อข้าวหอมมะลิ ถือเป็นระดับราคาที่สมเหตุสมผลในช่วงต้นฤดู  โดยรับซื้อเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,700-1,800 บาทต่อหาบ หรือราว 28.33-30 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อคำนวณย้อนกลับเป็นราคาข้าวเปลือก ความชื้น 15% อยู่ที่ประมาณ 15,500-16,500 บาทต่อตัน เมื่อคำนวณเป็นข้าวเกี่ยวสดความชื้น 25% ที่ส่วนใหญ่เป็นความชื้นที่ชาวนาขาย ราคาจะอยู่ประมาณ 13,600 บาทต่อตัน

จี้เร่ง "จำนำยุ้งฉาง"

“สำหรับสูตรคำนวณ เมื่อข้าวมีความชื้นเกินมาตรฐาน 15% ทุก 1 จุดเปอร์เซ็นต์ จะมีการหักน้ำหนัก 1.5% หรือคิดเป็นเงินประมาณ 240 บาทต่อตันสำหรับข้าวหอมฯ ดังนั้น ข้าวสดความชื้น 25% ซึ่งมีความชื้นเกินมาตรฐาน 10 จุดเปอร์เซ็นต์ จะถูกหักน้ำหนักรวม 15% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,400 บาทต่อตัน ส่งผลให้ราคาที่ชาวนาได้รับอยู่ที่ประมาณ 13,600 บาทต่อตัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่โรงสีกังวลคือ เมื่อผลผลิตข้าวใหม่ทยอยออกสู่ตลาดจำนวนมากในเดือนพฤศจิกายน อาจเกิดแรงกดดันต่อราคาข้าวเปลือก หากมาตรการดูแลราคาและชะลอการขายของภาครัฐยังไม่ชัดเจนมีโอกาสปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 10,000-12,000 บาทต่อตันได้”

ผ่าโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2569/70

ดังนั้น  สมาคมฯเสนอให้ภาครัฐเร่งออกประกาศหลักเกณฑ์มาตรการชะลอการขายข้าวเปลือก หรือจำนำยุ้งฉาง เพื่อสร้างหลักประกันด้านราคาให้เกษตรกร โดยเสนอราคาขั้นต่ำ สำหรับข้าวหอมมะลิที่ 13,000 บาทต่อตัน บวกค่าขึ้นยุ้งฉางอีก 1,500 บาทต่อตัน รวมเป็น 14,500 บาทต่อตัน ส่วนข้าวเปลือกเจ้าเสนอให้กำหนดราคาขั้นต่ำไว้ที่ประมาณ 6,500-7,000 บาทต่อตัน เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก เพื่อไม่ให้ต้องเร่งขายข้าวในช่วงที่ราคาตกต่ำ เนื่องจากในระดับนโยบายผ่านคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบกรอบวงเงินและแผนงานแล้ว จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในช่วงต้นเดือนตุลาคม เพื่อให้โรงสีและเกษตรกรมีเวลาเตรียมตัวก่อนผลผลิตจะออกสู่ตลาดจำนวนมากในเดือนพฤศจิกายน

ทั้งนี้ในการคำนวณย้อนกลับจากราคาข้าวสารส่งออกมาเป็นราคาข้าวเปลือกที่เกษตรกรได้รับ ไม่สามารถดูเฉพาะราคาข้าวสารได้ แต่ต้องนำรายได้จากผลพลอยได้ เช่น ปลายข้าวและรำข้าว มาคำนวณรวมด้วย ดังนั้น สมาคมฯ จึงเรียกร้องให้ภาครัฐพิจารณาและหลีกเลี่ยงการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศที่อาจเข้ามากระทบตลาดปลายข้าวและรำข้าว เพราะหากราคาผลพลอยได้ลดลง ย่อมส่งผลย้อนกลับมายังราคาข้าวเปลือกที่โรงสีสามารถรับซื้อจากเกษตรกรได้ด้วย

นายโชคชัย เศรษฐีวรรณ อุปนายก ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย

ขณะที่นายโชคชัย เศรษฐีวรรณ อุปนายก ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า การส่งออกข้าวหอมมะลิยังดำเนินไปต่อเนื่อง แม้ปริมาณช่วงนี้ยังไม่สูงมาก เนื่องจากตลาดอยู่ระหว่างรอผลผลิตข้าวใหม่ โดยราคาข้าวหอมมะลิใหม่ที่มีการตกลงซื้อขายล่วงหน้าช่วงต้นฤดูอยู่ในระดับสูง ประเมินราคาข้าวเปลือกความชื้น 15% ที่ประมาณ 16,000-17,000 บาทต่อตัน ปัจจัยที่ต้องติดตามคือ ต้นทุนค่าขนส่งและค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางไปสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้ผู้ซื้อกดราคาข้าวเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าเป็นปัจจัยบวก ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก

ขณะเดียวกัน ผู้ส่งออกให้ความสนใจ “ข้าวพันธุ์สุวรรณภูมิ” ซึ่งผ่านการตรวจ DNA ตามมาตรฐานข้าวหอมมะลิ และมีศักยภาพให้ผลผลิตต่อไร่สูง คาดว่าจะช่วยขยายตลาดส่งออกได้ โดยแม้การส่งออกไปอิรักลดลง แต่ไทยสามารถขยายตลาดใหม่ไปตุรกีและซีเรียได้ ทั้งนี้ สมาคมฯ ยังประเมินว่าเป้าหมายส่งออกข้าวไทยปี 2569 ที่ 7 ล้านตัน มีโอกาสบรรลุได้ตามเป้าหมาย

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,243 วันที่ 11 - 14 ตุลาคม พ.ศ. 2569