
“ดร.เสรี” อัปเดตฝนวันนี้ 26 ก.ย. เตือน 11 จังหวัดเสี่ยงฝนหนัก–หนักมาก กทม.เร่งระบายน้ำ
“ดร.เสรี ศุภราทิตย์” อัปเดตสถานการณ์ฝน 26 ก.ย. เตือนพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคกลาง 11 จังหวัด เสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก ขณะที่ กทม.และปริมณฑลยังมีฝนปานกลางถึงหนัก ชี้การเร่งระบายน้ำและแจ้งเตือนประชาชนต้องทำต่อเนื่อง จับตาระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาแตะ 1,850 ลบ.ม./วินาที
KEY
POINTS
- ดร.เสรี เตือนวันที่ 26 ก.ย. มี 11 จังหวัด โดยเฉพาะภาคตะวันตกและภาคกลาง เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก
- กทม. และปริมณฑลยังคงมีฝนตกปานกลางถึงหนัก ทำให้ต้องเร่งระบายน้ำในหลายพื้นที่ที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง
- คาดการณ์ว่าปริมาณฝนจะเริ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย. และสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติในวันที่ 28 ก.ย.
26 กันยายน 2569 ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก รศ. ดร. เสรี ศุภราทิตย์ ระบุ อัปเดตสถานการณ์ความเสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ประเมินว่า วันนี้ (26 ก.ย.) ยังคงมีพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะภาคตะวันตกและภาคกลางบางจังหวัด
พื้นที่ที่ต้องจับตา ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี นครปฐม ชัยนาท นครสวรรค์ ตาก และกำแพงเพชร ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงพื้นที่อื่นของภาคกลางและภาคตะวันออก ยังคงมีฝนตกในระดับปานกลางถึงหนัก
ฝนเริ่มลด 27 ก.ย. ก่อนกลับสู่ภาวะปกติ
จากภาพคาดการณ์รายวัน พบว่าปริมาณฝนจะเริ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2569 ยกเว้นพื้นที่ภาคตะวันตกที่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง ก่อนที่ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน สถานการณ์โดยรวมจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เหลือเพียงบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันตกเฉียงเหนือตอนบนที่ยังมีฝน
สำหรับการคาดการณ์รายชั่วโมงในวันนี้ ช่วงเช้ายังคงมีฝนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก โดยเฉพาะ จันทบุรีและตราด ก่อนที่ช่วงบ่ายฝนในพื้นที่ดังกล่าวจะเริ่มเบาลง แต่แนวฝนจะเคลื่อนเข้าปกคลุมพื้นที่ภาคตะวันตกมากขึ้น และมีโอกาสเกิดฝนตกหนักในหลายจังหวัด
ดร.เสรีระบุว่า ประชาชนที่ต้องเดินทางในวันนี้ควรวางแผนล่วงหน้า เนื่องจากยังมีความเสี่ยง น้ำท่วมขังรอการระบายหลายเส้นทางในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำให้การเร่งระบายน้ำเป็นประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะประสิทธิภาพของระบบสูบน้ำและการบริหารจัดการจุดเสี่ยงน้ำท่วม ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์และเส้นทางที่ได้รับผลกระทบให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง
เจ้าพระยาเพิ่มระบาย 1,850 ลบ.ม./วินาที
ส่วนสถานการณ์พื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ดร.เสรีระบุว่า กรมชลประทานแจ้งการเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็นประมาณ 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่นอกคันกั้นน้ำบางแห่งมีน้ำท่วมขังเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์จากจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ดร.เสรีย้ำว่า สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ใช่ระดับเดียวกับมหาอุทกภัยปี 2554 โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาคือปริมาณน้ำเหนือที่จะไหลหลากลงมาและล้นคันกั้นน้ำ ปัจจุบันปริมาณน้ำเหนือที่ผ่าน จ.นครสวรรค์อยู่ที่ประมาณ 1,800 ลบ.ม./วินาที ขณะที่ในช่วงมหาอุทกภัยปี 2554 เคยสูงถึงประมาณ 4,600 ลบ.ม./วินาที จึงยังมีความแตกต่างกันอย่างมาก
ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป คือปริมาณน้ำเหนือ การระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา และสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ หากปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจนส่งผลให้เกิดน้ำหลากล้นคันกั้นน้ำ จะเป็นสัญญาณสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างใกล้ชิด







