
“อำนวย” ผ่าเกมนมโรงเรียน เปิดโมเดลไตรภาคี ปลดล็อก MOU–อุ้มสหกรณ์เข้าตลาดทุน
สภาเกษตรกรฯ เปิดเกมไตรภาคี ดึง “อำนวย ปะติเส” ผ่าวิกฤต MOU นมโรงเรียน งัดโมเดลอ้อย–น้ำตาล ผสานกฎหมายโคนม 2 ฉบับ ปิดช่องว่างราคา พร้อมเชื่อมสหกรณ์–อ.ส.ค. สู่ตลาดทุน
KEY
POINTS
- นายอำนวย ปะติเส เสนอโมเดลความร่วมมือแบบไตรภาคี (ภาครัฐ-เกษตรกร-ภาคอุตสาหกรรม) เพื่อแก้ปัญหาอุตสาหกรรมโคนม โดยนำกฎหมาย 2 ฉบับมาผสานการทำงานร่วมกัน
- ภารกิจเร่งด่วนคือการเจรจาแก้ปัญหาข้อขัดแย้งเรื่องราคาและปลดล็อกการลงนาม MOU ซื้อขายน้ำนมดิบให้ทันกำหนดวันที่ 1 ตุลาคม
- วางเป้าหมายระยะยาวในการผลักดันสหกรณ์โคนมและองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในตลาดเงินและตลาดทุนได้
ผสาน 2 กฎหมาย สร้างนวัตกรรมกลไก "ไตรภาคี"
นายอำนวย ปะติเส อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงแนวทางการเข้ามาขับเคลื่อนโครงสร้างใหม่ในอุตสาหกรรมโคนมไทยว่า ได้รับการแต่งตั้งจาก นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ อาศัยอำนาจตามมาตรา 18 และมาตรา 20 วรรค (6) แห่งพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. 2553
ให้ดำรงตำแหน่งประธาน คณะกรรมการประสานงานเพื่อสร้างระบบความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม พ.ศ. 2551 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2569
“การดำเนินงานครั้งนี้เป็นการนำเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.โคนมและผลิตภัณฑ์นม พ.ศ. 2551 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2569 มาผสานเข้ากับ พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. 2553 หรือเปรียบเสมือนการ "จับกฎหมายมาแต่งงานกัน" เพื่อสร้างระบบความร่วมมือและระบบสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม โดยยึดหลักการไตรภาคี 3 ฝ่าย ได้แก่ ภาครัฐ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม และภาคอุตสาหกรรมแปรรูปนม พร้อมจัดตั้งทีมเลขานุการร่วม 3 ฝ่ายเข้ามาขับเคลื่อนงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ”
ถกวิกฤตเร่งด่วน! ปลดล็อก MOU นมก่อนเดดไลน์ 1 ต.ค.
สำหรับภารกิจเร่งด่วน คณะกรรมการฯ ได้นัดประชุมนัดสำคัญ ณ สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อพิจารณาประเด็นความขัดแย้งและข้อติดขัดเกี่ยวกับการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือซื้อขายน้ำนมดิบ (MOU) ให้ทันตามกำหนดเวลาวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ซึ่งถือเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลใหม่
นายอำนวย ระบุว่า ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายยังมีความต้องการและตัวเลขที่แตกต่างกัน เช่น ราคาน้ำนมดิบ เป็นต้น ซึ่งตนจะเข้าทำหน้าที่เจรจาเพื่อปิดช่องว่าง (Gap) ดังกล่าว โดยเน้นกระบวนการหารือร่วมกันของทั้ง 3 ฝ่ายให้เป็นไปตามหลักกฎหมายและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ก่อนนำข้อสรุปที่ได้เสนอต่อคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (Milk Board) เพื่อให้ภาครัฐดำเนินการแก้ไขปัญหาตามขั้นตอนต่อไป
หนุนสหกรณ์ - อ.ส.ค. ลุยตลาดเงิน-ตลาดทุน
นอกจากการเจรจาเรื่องราคาแล้ว กลไกนี้ยังมุ่งสร้างระบบสนับสนุนด้านการเงินและการตลาดในระยะยาว โดยจะไม่พึ่งพาเพียงงบประมาณจากภาครัฐหรือกระทรวงการคลังเท่านั้น แต่จะนำพาองค์กรเกษตรกร ทั้งสหกรณ์โคนม และองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) รวมถึงเครือข่ายพันธมิตร เข้าถึงแหล่งเงินทุนใน "ตลาดเงิน ตลาดทุน และการค้าแบบเอกชน" ภายใต้เงื่อนไขและต้นทุนเดียวกับภาคเอกชน
ดึงโมเดล "อ้อยและน้ำตาล" ปรับใช้ ยันมี 3 แม่ทัพร่วมสร้างระบบ
"สภาเกษตรกรแห่งชาติมีโครงสร้างกฎหมายและบุคลากรรองรับกว่า 600 คน พร้อมบอร์ดสภาเกษตรกร 100 คน ซึ่งครอบคลุมทั้ง 76 จังหวัด และ 14 สาขาอาชีพ รวมทั้งกลุ่มอาชีพเลี้ยงโคนม การนำโครงสร้างนี้มาประสานเข้ากับภาคอุตสาหกรรมจะช่วยสร้างเอกภาพให้เกิดขึ้นก่อนนำเสนอภาครัฐ"
นายอำนวย กล่าวเสริมว่า ต้นแบบระบบไตรภาคีนี้ประยุกต์มาจาก พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย ซึ่งตนเคยดูแลและขับเคลื่อนในอดีต โดยการสร้างระบบความร่วมมือครั้งนี้จะสำเร็จได้ด้วยการทำงานร่วมกันของ 3 แม่ทัพหลัก ได้แก่
- นายนัยฤทธิ์ จำเล แม่ทัพฝั่งเกษตรกรและสหกรณ์
- นายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษานายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แม่ทัพฝั่งหน่วยงานรัฐ
- นายวสันต์ จีนหลง คือ นายกสมาคมผู้ผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ แม่ทัพฝั่งภาคอุตสาหกรรม และ
ส่วนตนเองเข้ามาช่วยวางโครงสร้างและกลไกด้านกฎหมาย เพื่อปรับปรุงแนวทางการทำงานเดิมให้มีความชัดเจน ชอบธรรม และเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน นับเป็นโครงสร้างและนวัตกรรมใหม่ในการทำงาน
นมทั้งระบบสะดุด เลื่อนประชุม รอ Milk Board ชี้ขาด 24 ก.ย.
แหล่งข่าวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการบริหารนมทั้งระบบ แจ้งเลื่อนการประชุมคณะอนุกรรมการฯ ครั้งที่ 3/2569 เดิมกำหนดวันที่ 21 กันยายน 2569 เวลา 13.30–16.30 น. ออกไปก่อน สาเหตุเนื่องจากได้รับทราบว่า Milk Board กำหนดประชุมวันที่ 24 กันยายน 2569 เพื่อพิจารณาประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการนม จึงขอเลื่อนการประชุมคณะอนุกรรมการฯ เพื่อรอผลการพิจารณาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ หากมีการกำหนดวันประชุมครั้งใหม่ ฝ่ายเลขานุการฯ จะแจ้งให้คณะอนุกรรมการทราบอีกครั้ง โดยประเด็นดังกล่าวต้องจับตาว่าจะส่งผลต่อทิศทางการบริหารจัดการ นมทั้งระบบ และการแก้ปัญหาภาคอุตสาหกรรมนมอย่างไรต่อไป







