thansettakij
thansettakij
ข่าวดี  ปลัดเกษตรฯ นัด Milk Board ถก 24 ก.ย. ลุ้นเคาะกติกา MOU นมปี 69/70

ข่าวดี ปลัดเกษตรฯ นัด Milk Board ถก 24 ก.ย. ลุ้นเคาะกติกา MOU นมปี 2569/70

17 ก.ย. 69 | 12:29 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ก.ย. 69 | 12:29 น.

เกษตรกรโคนมทั่วประเทศจับตา ปลัดเกษตรฯ เรียกประชุม Milk Board 24 ก.ย. เร่งวางกติกาซื้อขายน้ำนมดิบปี 69/70 ก่อน MOU 68/69 สิ้นสุด 30 ก.ย. หวั่นเกิดสุญญากาศกระทบตลาด ขณะที่ศูนย์นม–สหกรณ์ยังมีน้ำนม 211 ตัน/วันไม่มีที่จำหน่าย หากขยาย MOU ต้องเร่งหาทางออก

KEY

POINTS

  • ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นัดประชุมคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (Milk Board) ในวันที่ 24 ก.ย. 69 เพื่อเร่งพิจารณาข้อตกลง (MOU) การซื้อขายน้ำนมดิบปี 2569/2570
  • ประเด็นสำคัญที่จะหารือคือการกำหนดระยะเวลา MOU ใหม่ (เสนอ 1, 3, และ 5 ปี) และกติกาการซื้อขายให้เป็นไปตามราคากลาง เพื่อสร้างความแน่นอนให้ทุกฝ่าย
  • ต้องเร่งหาข้อสรุปก่อน MOU ฉบับปัจจุบันจะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. 69 เพื่อป้องกันผลกระทบต่อเกษตรกร และแก้ปัญหาน้ำนมดิบส่วนเกิน 211 ตันต่อวันที่ยังไม่มีตลาดรองรับ

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือ Milk Board เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม ได้สั่งการให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ เรียกประชุม Milk Board ในวันที่ 24 กันยายน 2569 เพื่อเร่งพิจารณาการจัดทำบันทึกข้อตกลงซื้อขายน้ำนมดิบ หรือ MOU ปี 2569/2570

เปรียบเทียบคณะกรรมโครงสร้างตามกฎหมายโคนมฯ เก่า และใหม่

การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญ เนื่องจาก MOU ซื้อขายน้ำนมดิบปี 2568/2569 หรือ MOU 68/69 จะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2569 หาก MOU ฉบับใหม่ไม่สามารถจัดทำได้ทัน อาจเกิดช่องว่างในการบริหารจัดการและการรับซื้อน้ำนมดิบ กระทบโดยตรงต่อรายได้และความมั่นคงในการประกอบอาชีพของเกษตรกรโคนมทั่วประเทศ โดยเฉพาะศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบและสหกรณ์ที่ต้องมีตลาดรองรับผลผลิตอย่างต่อเนื่อง

แหล่งข่าวระบุว่า ในการจัดทำ MOU ฉบับใหม่ ในที่ประชุมก่อนหน้านี้ได้มีข้อเสนอให้กำหนดระยะเวลาการทำข้อตกลง 3 รูปแบบ ได้แก่ 1 ปี 3 ปี และ 5 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์อุตสาหกรรมนมมากขึ้น หลังผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายเห็นว่า MOU แบบปีต่อปี อาจไม่สะท้อนข้อเท็จจริงและไม่เอื้อต่อการวางแผนธุรกิจทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย

“การเปลี่ยนหลักเกณฑ์และวิธีดำเนินการทุกปี ทำให้ทั้งผู้ผลิตและผู้ประกอบการขาดความแน่นอนด้านวัตถุดิบ ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหม่อาจชะลอการลงทุน เพราะไม่สามารถวางแผนธุรกิจระยะยาวได้”

จับตากติกาซื้อขาย–ราคากลาง

อีกประเด็นที่ Milk Board ต้องเร่งพิจารณา คือการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ MOU โดยเฉพาะการจำกัดปริมาณการซื้อขายน้ำนมดิบ และการซื้อขายไม่เป็นไปตามราคากลางที่กำหนด ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงสร้างต้นทุนและการแข่งขันในอุตสาหกรรมนม เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์นมบางประเภทอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมการค้าภายใน

ไทม์ไลน์การบันทึกข้อตกลงน้ำนมโค ปี 2569/70

ขณะที่ต้นทุนของผู้ประกอบการถูกนำไปพิจารณาในภาพรวม หากผู้ประกอบการบางรายสามารถซื้อน้ำนมดิบในราคาต่ำกว่าราคากลางได้ ย่อมทำให้เกิดความแตกต่างด้านต้นทุน และอาจนำไปสู่การแข่งขันด้านราคาที่ไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งควรนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาอย่างเป็นระบบ เพื่อกำหนดกติกาที่ชัดเจนและลดปัญหาซ้ำซ้อนในปีต่อไป

ลุ้นต่อ MOU แต่โจทย์ใหญ่ “น้ำนม 211 ตัน/วัน”

สำหรับแนวทางแก้ปัญหาระยะสั้น มีการคาดการณ์ว่า Milk Board อาจพิจารณาขยายระยะเวลา MOU 68/69 ออกไปประมาณ 3 เดือน เพื่อรอการจัดตั้งและดำเนินงานของ Milk Board ชุดใหม่ ป้องกันไม่ให้ระบบซื้อขายน้ำนมดิบเกิดสุญญากาศในช่วงเปลี่ยนผ่าน

อย่างไรก็ตาม การต่ออายุ MOU เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ เนื่องจากปัจจุบันยังมีปริมาณน้ำนมดิบจากศูนย์รวบรวมน้ำนมและสหกรณ์ประมาณ 211 ตันต่อวัน ที่ยังไม่มีตลาดรองรับ จึงต้องเร่งหาคำตอบว่าหากขยาย MOU แล้ว น้ำนมส่วนดังกล่าวจะถูกบริหารจัดการอย่างไร เพื่อไม่ให้ภาระตกกับเกษตรกรและสหกรณ์

ดำเนินสะดวก–จอมบึง จี้ Milk Board สางข้อพิพาท

ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้เลี้ยงโคนมดำเนินสะดวก–จอมบึง ขอให้เร่งนำข้อพิพาทระหว่างกลุ่มฯ กับบริษัทผู้รับซื้อน้ำนมดิบเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการโดยเร็ว หลังเรื่องดังกล่าวผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการบริหารนมทั้งระบบ และอยู่ในขั้นตอนเสนอให้ Milk Board พิจารณา เพราะเห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่ควรถูกมองเป็นเพียงข้อพิพาทระหว่างเอกชน เพราะเกี่ยวข้องกับระบบบริหารจัดการน้ำนมดิบและสิทธิของเกษตรกรผู้ผลิต จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมเปิดโอกาสให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายนำเสนอข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานอย่างครบถ้วน ก่อนมีมติ

นอกจากนี้ กลุ่มฯ ยังอ้างถึง MOU ข้อ 7.7 ซึ่งกำหนดกรณีผู้ซื้อหรือผู้ขายประสงค์ยกเลิก MOU ระหว่างปี จะต้องชี้แจงเหตุผลและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด รวมถึงเสนอเรื่องต่อคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณา

การประชุม Milk Board วันที่ 24 กันยายน จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะนอกจากต้องเร่งวางกติกา MOU นมปี 69/70 ให้ต่อเนื่องก่อนครบกำหนดวันที่ 30 กันยายนแล้ว ยังต้องหาคำตอบให้ได้ว่า “น้ำนมส่วนเกิน–ตลาดรับซื้อ–ราคากลาง” จะบริหารอย่างไร เพื่อไม่ให้ปัญหาสะสมและกระทบเกษตรกรโคนมในระยะยาว