
มิตรผล หารือ GISTDA ดึงดาวเทียม THEOS-2 ยกระดับบริหารจัดการไร่อ้อยอัจฉริยะ
มิตรผล เตรียมใช้ข้อมูลดาวเทียม THEOS-2 ผสาน AI และแพลตฟอร์มดิจิทัล บริหารไร่อ้อยแม่นยำ ตั้งแต่คาดการณ์ผลผลิต สุขภาพพืช ไปจนถึงลดต้นทุนและคาร์บอน
KEY
POINTS
- กลุ่มมิตรผลร่วมมือกับ GISTDA เพื่อนำข้อมูลจากดาวเทียม THEOS-2 มายกระดับการบริหารจัดการไร่อ้อยให้เป็นเกษตรอัจฉริยะ
- การประยุกต์ใช้ข้อมูลดาวเทียมจะครอบคลุม 3 ด้านหลัก คือ การจัดการแปลงอย่างแม่นยำ, การวิเคราะห์ด้วย AI และการบริหารจัดการด้านความยั่งยืน เช่น การประเมินคาร์บอนเครดิต
- มีแผนต่อยอดความร่วมมือในการใช้แพลตฟอร์ม Dragonfly และ Nitrogen Map เพื่อช่วยเกษตรกรในการใส่ปุ๋ยอย่างแม่นยำ ลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิต
ดร.อาคม เติมพิทยาไพสิฐ กรรมการบริษัท กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า มิตรผลเดินหน้าการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมน้ำตาลและการเกษตรของไทย โดยล่าสุดได้หารือกับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) เพื่อนำข้อมูลจากดาวเทียม THEOS-2 ขอมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการไร่อ้อย เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม
มิตรผลมีเป้าหมายในการนำ Agriculture Solutions ซึ่งอาศัยข้อมูลดาวเทียมที่มีรายละเอียดสูง เข้ามาช่วยบริหารจัดการไร่อ้อยอย่างครอบคลุม โดยแบ่งการประยุกต์ใช้เป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ การจัดการแปลงอย่างแม่นยำ การวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ และการบริหารจัดการด้านความยั่งยืน
ใช้ดาวเทียมวิเคราะห์ผลผลิต-สุขภาพอ้อย
สำหรับการจัดการแปลงอย่างแม่นยำ มิตรผลเตรียมใช้ข้อมูลดาวเทียมเพื่อคาดการณ์ผลผลิตอ้อยในระดับแปลง พร้อมประเมินสุขภาพพืช หรือ Crop Health ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้สามารถติดตามสภาพพื้นที่เพาะปลูกและนำข้อมูลมาใช้ประกอบการบริหารจัดการได้ละเอียดมากขึ้น
ขณะเดียวกันจะนำเทคโนโลยี AI Analyst มาใช้ติดตามและวิเคราะห์พื้นที่เพาะปลูกแบบอัตโนมัติ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจให้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น ขณะที่ด้านความยั่งยืนจะประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการประเมินคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) รวมถึงเสริมความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Resilience
ต่อใช้ THEOS-2-Dragonfly-Nitrogen Map
มิตรผล และ GISTDA ยังวางแนวทางความร่วมมือเพื่อต่อยอดการใช้เทคโนโลยีในพื้นที่จริง โดยประเด็นแรกคือการทดลองใช้ข้อมูลจากดาวเทียม THEOS-2 มาวิเคราะห์เชิงพื้นที่และประเมินความคุ้มค่า เพื่อนำไปต่อยอดเป็นโมเดลธุรกิจขององค์กร
ประเด็นที่สองคือการขยายผลแพลตฟอร์ม Dragonfly เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรชาวไร่อ้อยเข้าถึงและใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัลดังกล่าว เพื่อให้เกิดประโยชน์ในระดับรายแปลง และประเด็นที่สามคือการประยุกต์ใช้ Nitrogen Map หรือแผนที่ความต้องการไนโตรเจน เพื่อแนะนำการใส่ปุ๋ยอย่างแม่นยำ
การใช้ Nitrogen Map จะช่วยสนับสนุนการเพิ่มปริมาณผลผลิต ควบคู่กับการลดต้นทุนและการปล่อยคาร์บอน รวมถึงส่งเสริมแนวทางการทำเกษตรที่มีความยั่งยืนมากขึ้น







