thansettakij
thansettakij
ทลาย “สารเร่งเนื้อแดง” เงินสะพัด 80 ล้าน อายัด 32 ล้าน โคโยงขบวนการ 967 ตัว

ทลายขบวนการ “สารเร่งเนื้อแดง” สะพัด 80 ล้าน อายัด 32 ล้าน ยึดโค 967 ตัว

15 ก.ย. 69 | 06:48 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ก.ย. 69 | 06:48 น.

ศพร.” ผนึกกำลังตำรวจสอบสวนกลาง เดินหน้าสกัดขบวนการ “สารเร่งเนื้อแดง” ต่อเนื่องกว่า 8 เดือน ตรวจพบตั้งแต่ฟาร์ม อาหารสัตว์ เนื้อโค จนถึงตลาด พบโคเกี่ยวข้อง 967 ตัว อายัดของกลางมูลค่ากว่า 32 ล้านบาท ขณะที่ผู้จำหน่ายสารต้นทางมีเงินสะพัดกว่า 80 ล้านบาท สกัดเนื้อเสี่ยงกว่า 125 ตัน ก่อนเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร

KEY

POINTS

  • เจ้าหน้าที่บุกทลายขบวนการลักลอบใช้และจำหน่ายสารเร่งเนื้อแดงในโคเนื้อ ซึ่งเป็นสารอันตรายต่อผู้บริโภค
  • พบเงินหมุนเวียนในเครือข่ายกว่า 80 ล้านบาท และสามารถอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องได้มูลค่ากว่า 32 ล้านบาท
  • ตรวจสอบพบโคเนื้อในขบวนการ 967 ตัว และสกัดกั้นเนื้อปนเปื้อนก่อนเข้าสู่ตลาดได้กว่า 125 ตัน-จ่อสาวถึงผู้บงการ

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ ศพร. บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสกัดกั้นขบวนการกระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย โดยเฉพาะสารเร่งเนื้อแดง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและตลาดโคเนื้อในวงกว้าง

สนธิกำลังอายัดสินค้าเกษตรเถื่อน โดยเฉพาะสารเร่งเนื้อแดง

การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยดำเนินการต่อเนื่องกว่า 8 เดือน ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางของห่วงโซ่การผลิต

จ่อสาวเครือข่ายถึงผู้บงการ

ผลการตรวจสอบพบการใช้สารเร่งเนื้อแดงในหลายจุด ทั้งเนื้อโค ฟาร์มเลี้ยง และอาหารสัตว์ ก่อนขยายผลไปถึงตลาด พบโคที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดรวม 967 ตัว พร้อมอายัดของกลางมูลค่า 32,366,240 บาท ขณะที่สามารถจับกุมผู้จำหน่ายสารเร่งเนื้อแดงจากต้นทาง โดยพบเส้นทางการเงินมีเงินสะพัดกว่า 80 ล้านบาท

ทลายขบวนการ “สารเร่งเนื้อแดง” สะพัด 80 ล้าน อายัด 32 ล้าน ยึดโค 967 ตัว

นายสรวุฒิ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สามารถสกัดความเสี่ยงได้ตั้งแต่ต้นทาง ก่อนที่โคและเนื้อโคที่เกี่ยวข้องจะเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของประชาชน รวมปริมาณกว่า 125 ตัน พร้อมเดินหน้าสืบสวนขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้อง เส้นทางการจำหน่าย และเครือข่ายที่อาจเชื่อมโยงไปถึงผู้บงการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

 

เปิด 5 กลุ่มเสี่ยง 

ด้าน นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า สารเร่งเนื้อแดงในกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ เช่น ซัลบูตามอล เป็นยาอันตรายและเป็นวัตถุที่ห้ามใช้ผสมในอาหารสัตว์โดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจตกค้างในเนื้อสัตว์และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง

เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยเบาหวาน หญิงตั้งครรภ์ และเด็ก หากได้รับสารตกค้างอาจมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ มือสั่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือเวียนศีรษะ และกรณีรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต 

กรมปศุสัตว์จึงย้ำว่า ห้ามนำสารเร่งเนื้อแดงหรือสารเคมีต้องห้ามมาผสมในอาหารสัตว์โดยเด็ดขาด ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดทางอาญาและอาจได้รับโทษทั้งจำคุกและปรับ พร้อมแนะนำประชาชนเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ และสังเกตเครื่องหมายรับรอง “ปศุสัตว์ OK” เพื่อเพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัยและมาตรฐานเนื้อสัตว์