thansettakij
thansettakij
น้ำนมดิบระทึก Milk Board เลื่อนประชุมไม่มีกำหนด MOU จ่อหมด 30 ก.ย.

น้ำนมดิบระทึก Milk Board เลื่อนประชุมไม่มีกำหนด MOU จ่อหมด 30 ก.ย.

15 ก.ย. 69 | 05:55 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ก.ย. 69 | 05:58 น.

จับตา MOU น้ำนมดิบโค้งสุดท้าย! Milk Board เลื่อนประชุมไม่มีกำหนด เกษตรกรโคนมหวั่นสุญญากาศรับซื้อ จี้เร่งเคาะ MOU ฉบับใหม่ก่อน 30 ก.ย. เพื่อรักษาตลาดและรายได้เกษตรกร

KEY

POINTS

  • คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (Milk Board) เลื่อนการประชุมออกไปอย่างไม่มีกำหนด ทำให้การจัดทำข้อตกลงซื้อขายน้ำนมดิบ (MOU) ฉบับใหม่เสี่ยงที่จะไม่ทันกำหนดเดิมซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน
  • เกษตรกรโคนมกังวลว่าหากไม่มี MOU ฉบับใหม่ อาจเกิดช่องว่างในการบริหารจัดการ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการรับซื้อน้ำนมดิบและรายได้ของเกษตรกรทั่วประเทศ
  • ภาคเกษตรกรเรียกร้องให้ Milk Board เร่งจัดประชุมเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ MOU ฉบับใหม่และแก้ไขข้อพิพาทที่ค้างอยู่ให้แล้วเสร็จก่อน 30 ก.ย. เพื่อให้ระบบการซื้อขายดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง

แหล่งข่าวจากภาคเกษตรกรโคนม เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า  ขณะนี้มีความกังวลอย่างมากต่อการบริหารจัดการน้ำนมดิบทั้งระบบ หลังคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือ Milk Board ยกเลิกการประชุมที่กำหนดไว้วันที่ 9 กันยายน 2569 และเลื่อนออกไปโดยยังไม่กำหนดวันประชุมใหม่ ทั้งที่มีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา โดยเฉพาะแนวทางบริหารจัดการน้ำนมดิบของเกษตรกรทั่วประเทศ และการจัดทำบันทึกข้อตกลงการซื้อขายน้ำนมดิบ (MOU) ฉบับใหม่ ทางชุมนุมสหกรณ์โคนมฯ จึงได้ยื่นหนังสือกับนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับหนังสือจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม

"ประเด็นดังกล่าวมีความเร่งด่วน เนื่องจาก MOU การซื้อขายน้ำนมดิบปี 2568/2569 หรือ MOU 68/69 จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายน 2569 หากการจัดทำ MOU ฉบับใหม่ไม่แล้วเสร็จทันกรอบเวลา อาจเกิดช่องว่างในการบริหารจัดการและการซื้อขายน้ำนมดิบ ซึ่งกระทบโดยตรงต่อการรับซื้อ รายได้ และความมั่นคงในการประกอบอาชีพของเกษตรกรโคนมทั่วประเทศ"

ภาคเกษตรกรจึงเสนอให้เร่งเรียกประชุม Milk Board เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของ MOU ฉบับใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมกำหนดกรอบให้การจัดทำ MOU แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 และก่อนวันที่ 30 กันยายน ซึ่งเป็นวันสิ้นสุด MOU 68/69 เพื่อให้ระบบรับซื้อน้ำนมดิบเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เกษตรกรโคนมยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง การแข่งขันด้านตลาด ตลอดจนปัญหาการบริหารปริมาณน้ำนมดิบ และผลกระทบจากผลิตภัณฑ์นมและวัตถุดิบนมผงจากต่างประเทศ ทำให้การกำหนดกรอบ MOU ฉบับใหม่มีความสำคัญต่อเสถียรภาพของอุตสาหกรรมโคนมไทย

จี้ Milk Board เคลียร์ข้อพิพาทดำเนินสะดวก–จอมบึง

ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้เลี้ยงโคนมดำเนินสะดวก–จอมบึง ได้ทำหนังสือถึงประธานคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม ขอให้เร่งนำข้อพิพาทระหว่างกลุ่มฯ กับบริษัทผู้รับซื้อน้ำนมดิบเข้าสู่การพิจารณาของ Milk Board โดยเร็ว หลังเรื่องดังกล่าวผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการบริหารนมทั้งระบบ และอยู่ในขั้นตอนที่จะเสนอให้คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นมพิจารณา

กลุ่มฯ ระบุว่า เรื่องดังกล่าวถูกบรรจุเป็นวาระการประชุมแล้ว แต่การประชุมถูกเลื่อนหลายครั้ง และล่าสุดเลื่อนออกไปโดยไม่กำหนดวันประชุมใหม่ ส่งผลให้ข้อพิพาทยังไม่มีข้อยุติ ขณะที่กลุ่มฯ และเกษตรกรที่เกี่ยวข้องยังได้รับผลกระทบและความเสียหายอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ กลุ่มผู้เลี้ยงโคนมดำเนินสะดวก–จอมบึงเห็นว่า ปัญหานี้ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงข้อพิพาทระหว่างเอกชน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับระบบบริหารจัดการน้ำนมดิบและสิทธิของเกษตรกรผู้ผลิตน้ำนมดิบ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเปิดโอกาสให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายนำเสนอข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานอย่างครบถ้วนก่อนมีมติ

นอกจากนี้ กลุ่มฯ ยังอ้างถึง MOU ข้อ 7.7 ซึ่งกำหนดกรณีผู้ซื้อหรือผู้ขายประสงค์ยกเลิก MOU ระหว่างปี จะต้องชี้แจงเหตุผลและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด รวมถึงนำเสนอเรื่องต่อคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องพิจารณา

 

ภาพรวมอุตสาหกรรมนมไทย

แจงเหตุเลื่อน-ไม่กำหนดวันประชุมใหม่

กลุ่มผู้เลี้ยงโคนมฯ จึงเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และ Milk Board ชี้แจง 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ เหตุผลที่เลื่อนการประชุมวันที่ 9 กันยายน ทั้งที่มีความเห็นจากคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ให้ดำเนินการพิจารณาข้อพิพาท เหตุผลและผู้เสนอหรือผู้มีคำสั่งให้เลื่อนประชุม รวมถึงเหตุใดจึงไม่มีการกำหนดวันประชุมครั้งใหม่ที่ชัดเจน

พร้อมขอให้พิจารณาผลกระทบจากการเลื่อนประชุมต่อสิทธิของกลุ่มผู้เลี้ยงโคนมและเกษตรกรในวงกว้าง และเร่งนำข้อพิพาทเข้าสู่การประชุม Milk Board ก่อน MOU 68/69 สิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2569  ย้ำว่า ไม่ได้มีเจตนาขัดขวางกระบวนการพิจารณาของภาครัฐ แต่ต้องการให้ข้อพิพาทได้รับการพิจารณาอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้มีข้อยุติและลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของกลุ่มฯ และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่เกี่ยวข้อง

จับตาโค้งสุดท้าย MOU น้ำนมดิบ

สถานการณ์ดังกล่าวจึงกลายเป็นโจทย์เร่งด่วนของ Milk Board ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อน MOU 68/69 สิ้นสุด เพราะนอกจากต้องเร่งสะสางข้อพิพาทที่ค้างอยู่แล้ว ยังต้องวางกรอบ MOU ฉบับใหม่ให้ทันก่อนวันที่ 30 กันยายนนี้ เพื่อไม่ให้ระบบซื้อขายน้ำนมดิบของประเทศเกิดสุญญากาศ และสร้างหลักประกันด้านตลาดให้เกษตรกรโคนมเดินหน้าผลิตได้อย่างต่อเนื่อง

เปิดยอด MOU น้ำนมโคปีที่แล้ว

สรุปผลการจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) การซื้อขายน้ำนมโค ปี 2568/2569 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ผลการจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) การซื้อขายน้ำนมโค ปี 2568/2569 ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งสามารถเจรจาตกลงซื้อขายและจัดทำ MOU ได้เรียบร้อยแล้ว มีปริมาณน้ำนมโครวม 2,841.149 ตัน/วัน จากคู่ MOU จำนวน 405 คู่ ประกอบด้วย ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนม (ผู้ซื้อ) จำนวน 95 แห่ง และ ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ (ผู้ขาย) จำนวน 159 แห่ง