thansettakij
thansettakij
ไทยนำเข้าคอมพิวเตอร์เวียดนามโต 400% จับตาสินค้าเทคฯ รุกตลาดไทย

ไทยนำเข้าคอมพิวเตอร์เวียดนาม โต 400% จับตาสินค้าเทคฯ รุกตลาดไทย

13 ก.ย. 69 | 08:41 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.ย. 69 | 08:41 น.

ไทยนำเข้าคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์จากเวียดนาม 7 เดือนแรกปี 2569 โตกระโดด 403% แตะ 4.02 หมื่นล้านบาท สะท้อนบทบาทเวียดนามในห่วงโซ่สินค้าเทคโนโลยีไทย ขณะการค้าสองฝ่ายโต 23% ลุ้นแตะ 3 หมื่นล้านดอลลาร์

KEY

POINTS

  • ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ไทยนำเข้าคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบจากเวียดนาม เพิ่มขึ้นถึง 403% คิดเป็นมูลค่า 40,157 ล้านบาท
  • การเติบโตอย่างก้าวกระโดดทำให้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์กลายเป็นสินค้านำเข้าอันดับ 1 จากเวียดนาม สะท้อนการรุกตลาดไทยของสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี
  • ปรากฏการณ์นี้ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการค้าและห่วงโซ่อุปทาน โดยเวียดนามกำลังขยับบทบาทขึ้นเป็นฐานการผลิตสินค้าเทคโนโลยีที่สำคัญในภูมิภาค

การค้าไทย–เวียดนามกำลังเข้าสู่โจทย์ใหม่ เมื่อเวียดนามไม่ได้เป็นเพียงตลาดส่งออกสำคัญของไทย แต่กำลังขยับบทบาทขึ้นเป็นฐานการผลิตสินค้าเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงเข้ากับตลาดไทยอย่างชัดเจน โดย 7 เดือนแรกปี 2569 ไทยนำเข้า เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบจากเวียดนามเพิ่มขึ้นถึง 403% มูลค่า 40,157 ล้านบาท สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการค้าและห่วงโซ่อุปทานระหว่างสองประเทศ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในปีที่ไทยและเวียดนามครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต และยังคงเป็นทั้งคู่ค้าและคู่แข่งสำคัญในอาเซียน โดยภาคเอกชนมองว่า หากทั้งสองประเทศสามารถเชื่อมโยงจุดแข็งด้านอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อเปิดทางให้การค้าขยับสู่ระดับ 25,000–30,000 ล้านดอลลาร์ในระยะต่อไป

คอมพิวเตอร์เวียดนามโต 403%

นายสนั่น อังอุบลกุล นายกสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ข้อมูลทางการเวียดนามระบุว่า ไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของเวียดนามในอาเซียน ขณะที่เวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทยในอาเซียน โดยปี 2025 (พ.ศ. 2568) การค้าสองฝ่ายมีมูลค่าประมาณ 22.1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 9% และเพียง 4 เดือนแรกของปี 2026 มีมูลค่าประมาณ 8.6 พันล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ดีเมื่อพิจารณาข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากรถึงสถิติการค้าไทย–เวียดนามในช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 พบว่า มีมูลค่ารวม 545,031 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% โดยไทยส่งออกไปเวียดนาม 286,437 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% ขณะที่ไทยนำเข้าจากเวียดนาม 258,594 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28%

ที่น่าสนใจคือโครงสร้างสินค้านำเข้าจากเวียดนาม โดย เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขึ้นมาเป็นสินค้านำเข้าอันดับ 1 มูลค่า 40,157 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 403% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการขยายตัวอย่างรวดเร็วของสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีจากเวียดนามเข้าสู่ตลาดไทย

รองลงมา ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า มูลค่า 31,526 ล้านบาท ลดลง 4% เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 30,832 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% เคมีภัณฑ์ 11,938 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84% และ น้ำมันดิบ 10,786 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34%

ตัวเลขดังกล่าวทำให้ภาพการค้าไทย–เวียดนามมีความน่าสนใจมากขึ้น เพราะนอกจากการค้ารวมจะขยายตัวแล้ว ยังเห็นการเปลี่ยนแปลงในสินค้าที่เวียดนามส่งเข้ามาในไทย โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค

การค้า 7 เดือนแตะ 5.45 แสนล้าน

ด้านการส่งออกของไทยไปเวียดนาม สินค้าอันดับ 1 ยังคงเป็น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ มูลค่า 35,483 ล้านบาท ลดลง 2% ตามด้วย น้ำมันสำเร็จรูป 20,747 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 163% เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 16,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% และ เม็ดพลาสติก 14,802 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% ขณะที่ ทองแดงและของทำด้วยทองแดง เพิ่มขึ้น 6%

จากตัวเลขดังกล่าว ส่งผลให้ไทยยังเกินดุลการค้ากับเวียดนามในช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 ที่ 27,843 ล้านบาท แต่ลดลง 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการนำเข้าจากเวียดนามขยายตัวถึง 28% สูงกว่าการส่งออกของไทยที่เพิ่มขึ้น 18%

สนั่น อังอุบลกุล นายกสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม

นายสนั่นกล่าวว่า จุดแข็งของห่วงโซ่อุปทานไทย–เวียดนามอยู่ที่โครงสร้างอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศมีทั้งการแข่งขันและการเกื้อหนุนกัน (Complementarity) โดยไทยมีความแข็งแกร่งใน ปิโตรเคมี (Petrochemical) ยานยนต์ (Automotive) การแปรรูปอาหาร (Food Processing) ค้าปลีก (Retail) นิคมอุตสาหกรรม (Industrial Estate) และบริการ (Services) ขณะที่เวียดนามเติบโตเร็วใน การผลิตอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Manufacturing) การผลิตเพื่อส่งออก (Export Manufacturing) และเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

เชื่อมซัพพลายเชน ดันเป้า 3 หมื่นล้านดอลลาร์

นายสนั่นมองว่า การเติบโตของการค้าไทย–เวียดนามไม่ได้ควรพิจารณาเพียงตัวเลขส่งออกและนำเข้า แต่ต้องมองถึงการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในระดับภูมิภาคด้วย หากสามารถเชื่อม วัตถุดิบ ชิ้นส่วน โรงงาน โลจิสติกส์ และตลาดปลายทาง เข้าด้วยกันได้ จะทำให้การค้าไทย–เวียดนามขยับขึ้นสู่ระดับ 25,000–30,000 ล้านดอลลาร์ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

“ที่สำคัญ ต้องมองเกินกว่าการนับมูลค่า ส่งออก–นำเข้า (Export–Import) แต่ต้องดูว่า มูลค่าเพิ่ม (Value Added) ที่เกิดขึ้นในอาเซียนเพิ่มขึ้นหรือไม่” นายสนั่นกล่าว

ทิศทางดังกล่าวสะท้อนว่า ไทยและเวียดนามกำลังมีบทบาทที่เชื่อมโยงกันมากขึ้นในห่วงโซ่การผลิตของอาเซียน โดยไทยยังมีจุดแข็งในอุตสาหกรรมดั้งเดิมและภาคบริการ ขณะที่เวียดนามกำลังขยายฐานในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี

ดังนั้น การครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ไทย–เวียดนามในปี 2569 จึงเกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการค้าโลก ซึ่งความท้าทายของทั้งสองประเทศไม่ใช่เพียงการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน แต่คือการใช้จุดแข็งของแต่ละฝ่ายเชื่อมต่อกัน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียนในเวทีโลก