thansettakij
thansettakij
กุ้งไทย ลุกฮือ ล่าหมื่นชื่อยกร่างกฎหมาย ตั้งบอร์ดกุ้ง ผ่าเกมวิกฤต

กุ้งไทย ลุกฮือ ล่าหมื่นชื่อยกร่างกฎหมาย ตั้งบอร์ดกุ้ง ผ่าเกมวิกฤต

07 ก.ย. 69 | 06:27 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.ย. 69 | 06:37 น.

เกษตรกรเดินหน้าล่ารายชื่อไม่น้อยกว่า 1 หมื่นชื่อ เปิดเวที 11 ก.ย. ระดมทุกฝ่ายยกร่างกฎหมายใหม่ ตั้ง “บอร์ดกุ้ง” ผ่าทางตันราคาผันผวนหวังพลิกอุตสาหกรรมกุ้งทั้งห่วงโซ่

KEY

POINTS

  • สมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทยเตรียมรวบรวมรายชื่อเกษตรกรและประชาชน 10,000 คน เพื่อเสนอร่าง พ.ร.บ. อุตสาหกรรมกุ้งไทย
  • สาระสำคัญของร่างกฎหมายคือการจัดตั้ง "คณะกรรมการกุ้งไทย" (บอร์ดกุ้ง) เพื่อเป็นกลไกกลางในการบริหารจัดการอุตสาหกรรมกุ้งทั้งระบบ โดยมีตัวแทนเกษตรกรเป็นองค์ประกอบหลัก
  • เสนอให้จัดตั้ง "กองทุนพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งไทย" และจัดทำ "บัญชีสมดุลกุ้งแห่งชาติ" เพื่อใช้เป็นข้อมูลกลางในการวางแผนและแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

นายครรชิต เหมะรักษ์ นายกสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย และกรรมการบริหารการจัดการอุตสาหกรรมกุ้งทะเลตลอดห่วงโซ่คุณค่า หรือ Shrimp Board เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริม พัฒนา และบริหารจัดการอุตสาหกรรมกุ้งไทย พ.ศ. .... ว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการจัดตั้งกลไกกลางเพื่อบริหารจัดการอุตสาหกรรมกุ้งไทยตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกร โรงฟัก โรงงานแปรรูป ไปจนถึงตลาดและการส่งออก

นายครรชิต เหมะรักษ์ นายกสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย และกรรมการบริหารการจัดการอุตสาหกรรมกุ้งทะเลตลอดห่วงโซ่คุณค่า หรือ Shrimp Board

“ร่างกฎหมายฉบับนี้มีทั้งสิ้น 75 มาตรา รวมบทเฉพาะกาล โดยสาระสำคัญคือการจัดตั้งคณะกรรมการกุ้งไทย จำนวน 30 คน เพื่อทำหน้าที่กำหนดทิศทางและบริหารจัดการอุตสาหกรรม โดยมีผู้แทนเกษตรกรเป็นองค์ประกอบสำคัญจำนวน 12 คน สะท้อนแนวทางการเปิดโอกาสให้ผู้เลี้ยงกุ้งมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและแก้ไขปัญหาของอุตสาหกรรมมากขึ้น”

 

ชงบัญชีสมดุล แก้ปัญหากุ้งทั้งระบบ

นายครรชิต กล่าวว่า อีกประเด็นสำคัญคือการจัดทำระบบทะเบียนและฐานข้อมูลอุตสาหกรรมกุ้งแห่งชาติ รวมถึง “บัญชีสมดุลกุ้งแห่งชาติ” เพื่อให้ทุกภาคส่วนใช้ข้อมูลกลางชุดเดียวกัน ครอบคลุมด้านการผลิต ต้นทุน ราคา การตลาด การนำเข้า และการส่งออก ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐสามารถวางแผนการผลิตและบริหารจัดการตลาดได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ลดปัญหาข้อมูลไม่สอดคล้องกันและการตัดสินใจที่ล่าช้า

ผ่าร่าง พระราชบัญญัติส่งเสริม พัฒนาและบริหารจัดการอุตสาหกรรมกุ้งไทย พ.ศ. ....

ขณะเดียวกัน ร่าง พ.ร.บ. ยังเสนอให้มีระบบพยากรณ์ผลผลิตและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า ตลอดจนระบบราคาอ้างอิงที่โปร่งใส พร้อมมาตรการส่งเสริมคุณภาพ ลดต้นทุน ป้องกันโรค และยกระดับความมั่นคงทางชีวภาพ รวมถึงการพัฒนาตลาดและการค้าระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกุ้งไทยในตลาดโลก

“ปัญหากุ้งในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องราคา แต่เชื่อมโยงตั้งแต่การผลิต ต้นทุน โรค ภัยธรรมชาติ ไปจนถึงการค้าโลก จึงจำเป็นต้องมีกลไกกลางที่บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แก้ไขปัญหาเฉพาะจุด”

ตั้งไข่กองทุนอัดวิจัย-ลดต้นทุน

ทั้งนี้ เหตุผลสำคัญในการผลักดันกฎหมายดังกล่าวมาจากโครงสร้างการบริหารอุตสาหกรรมกุ้งในปัจจุบัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน แต่ยังขาดกลไกกลางที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลและการบริหารจัดการให้เป็นระบบเดียวกัน ส่งผลให้การรับมือกับปัญหาและการวางแผนภาคการผลิตยังดำเนินการได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

โดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่ต้องเผชิญความเสี่ยงหลายด้าน ทั้งราคาที่ผันผวน ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น การระบาดของโรค ภัยธรรมชาติ ตลอดจนมาตรการทางการค้าของประเทศคู่ค้า ซึ่งล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และความสามารถในการแข่งขันของผู้เลี้ยงกุ้ง

นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังเสนอให้จัดตั้ง “กองทุนพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งไทย” เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา การลดต้นทุน การพัฒนาตลาด การบริหารความเสี่ยง และการช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมเมื่อเกิดวิกฤต โดยมุ่งสร้างหลักประกันและเสริมความมั่นคงให้แก่เกษตรกร พร้อมยกระดับศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมกุ้งไทยในระยะยาว

ล่าหมื่นชื่อ ยกร่างกฎหมายคุมทั้งห่วงโซ่

สำหรับขั้นตอนต่อไป สมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทยเตรียมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย ในวันที่ 11 กันยายน 2569 เวลา 14.30 น. ณ โรงแรมบุรีศรีภู หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้เกี่ยวข้องร่วมเสนอความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแนวทางปรับปรุงร่างกฎหมาย ก่อนรวบรวมข้อมูลเพื่อเดินหน้าผลักดันต่อไป

เปิดรับฟังความคิดเห็น ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริม พัฒนาและบริหารจัดการอุตสาหกรรมกุ้งไทย พ.ศ. ....

สมาคมเครือข่ายฯ จะเป็นผู้เสนอร่างฯ โดยเกษตรกรและประชาชน ไม่น้อยกว่า 10,000 คน ย้ำเป้าหมายของร่างกฎหมายจึงไม่ใช่เพียงการจัดทำกฎหมายฉบับใหม่ แต่เป็นความพยายามในการสร้าง “ระบบกลางบริหารอุตสาหกรรมกุ้งไทย” เพื่อให้ทุกภาคส่วนใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน มีระบบเตือนภัยและบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจน สามารถแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วและโปร่งใสมากขึ้น พร้อมเพิ่มอำนาจต่อรองให้แก่เกษตรกร และเสริมศักยภาพให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยสามารถรับมือกับความผันผวนและการแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน