thansettakij
thansettakij
ไข่ไก่อีสานเดือด ล้งเปิดศึกแย่งซื้อดันราคาพุ่ง

ไข่ไก่ขาดตลาด อีสานเดือด ล้งเปิดศึกแย่งซื้อดันราคาพุ่ง

06 ก.ย. 69 | 04:58 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ก.ย. 69 | 04:59 น.

เลขานุการสมาคมการค้าผู้ค้าไข่ไทย แจงยิบ “ไข่ไก่” ไม่ได้ประกาศขึ้นราคา แต่ตลาดตึง ล้งแย่งของ โป้วไข่กันเอง ดันราคาซื้อขายสูงกว่าปกติ ชี้ภาคอีสานเจอปัญหาหนัก เหตุแข่งขันราคากันดุเดือด ย้ำเป็นเรื่อง “กลไกตลาด”

KEY

POINTS

  • ราคาไข่ไก่ที่สูงขึ้นไม่ได้มาจากการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่เกิดจากภาวะขาดตลาด ทำให้ผู้ค้าส่ง (ล้ง) ต้องแย่งซื้อไข่ต่อกันเองเพื่อหาสินค้าให้เพียงพอ
  • กลไกการซื้อไข่ต่อกันเองที่เรียกว่า "โป้วไข่" ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาขายปลีกปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด
  • สถานการณ์การแข่งขันแย่งซื้อไข่ไก่รุนแรงเป็นพิเศษในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคาสูงขึ้นในพื้นที่

นายสุธาศิน อมฤก  เลขานุการสมาคมการค้าผู้ค้าไข่ไทย เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงสถานการณ์ราคาไข่ไก่ในช่วงนี้ว่า ยังไม่มีการประกาศปรับขึ้นราคาไข่ไก่ ตามที่มีการพูดถึงในตลาด แต่ที่ผู้บริโภคหรือผู้ค้าบางรายพบว่าราคาไข่ไก่ปรับตัวสูงขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากกลไกการซื้อขายระหว่างล้งและผู้ค้าคนกลาง ไม่ใช่การประกาศขึ้นราคาอย่างเป็นทางการ

นายสุธาศิน อมฤก  เลขานุการสมาคมการค้าผู้ค้าไข่ไทย

โดยปกติการซื้อขายไข่ไก่ในช่วงเวลาที่ตลาดเป็นปกติ การปรับขึ้นหรือลดราคาจะใช้ “ใบประกาศราคา” เป็นหลักในการอ้างอิง แต่สถานการณ์ปัจจุบันปริมาณไข่ไก่ในตลาดลดลง ทำให้ล้งบางแห่งและบางพื้นที่ไม่สามารถหาไข่ไก่จากฟาร์มโดยตรงได้เพียงพอต่อความต้องการ จึงจำเป็นต้องเข้าไปซื้อไข่จากล้งด้วยกันเอง เพื่อให้มีสินค้าเพียงพอสำหรับส่งมอบให้ลูกค้า

ไข่ขาด ล้งต้อง “โป้วไข่” ราคาจึงสูงกว่าปกติ

นายสุธาศินกล่าวว่า การซื้อไข่จากล้งด้วยกันเอง หรือที่วงการเรียกว่า “ตัดของ” หรือ “โป้วไข่” ย่อมทำให้ราคาซื้อขายสูงกว่าการซื้อไข่โดยตรงจากฟาร์ม เพราะเป็นการซื้อสินค้าต่ออีกทอดหนึ่ง ถ้าล้งไม่ไปตัดไข่จากล้งด้วยกันเอง ล้งก็ไม่มีของขาย และเมื่อล้งไม่มีของ ลูกค้าของล้งก็ไม่มีไข่ขายเช่นกัน ดังนั้นในภาวะที่ไข่มีจำนวนน้อย การยอมซื้อในราคาที่สูงขึ้นจึงเป็นกลไกหนึ่งของตลาด เพื่อให้มีสินค้าเพียงพอส่งมอบให้ลูกค้า ซึ่งกลไกดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในช่วงที่ไข่ขาดตลาดเท่านั้น

ราคาส่งไข่ไก่ ของภาคบริษัท ที่ส่งให้กับลูกค้าของตนเอง ส่วนราคาล้งทั่วไปราคาส่งจะต่ำกว่า

แต่ในช่วงที่ ไข่ไก่ล้นตลาด ก็สามารถเกิดการ “ตัดไข่” ระหว่างล้งได้เช่นเดียวกัน เพียงแต่ทิศทางของราคาจะแตกต่างกัน หากช่วงใดมีไข่ไก่เหลือจำนวนมาก ล้งต้นทางที่มีสินค้าเกินความต้องการอาจจำเป็นต้องระบายไข่ออกในราคาที่ต่ำกว่าราคาซื้อโดยตรงจากฟาร์ม ทำให้ล้งที่เข้าไปตัดของสามารถนำไปขายต่อให้ลูกค้าในราคาที่ถูกลงได้

“ของถูกเงียบ ของแพงบ่น” แต่ต้องดูว่ามีของขายหรือไม่

นายสุธาศินกล่าวอีกว่า ประเด็นราคาที่เกิดขึ้นในตลาดเวลานี้จึงต้องพิจารณาให้เข้าใจถึงกลไกการซื้อขายอย่างรอบด้าน เพราะในวันที่มีสินค้าเพียงพอและสามารถซื้อได้ในราคาถูก ทุกฝ่ายอาจไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก แต่เมื่อสินค้าเริ่มหายากและต้นทุนการจัดหาสูงขึ้น ก็จะเกิดเสียงสะท้อนเรื่องราคาตามมา

“ได้ของถูกก็เงียบ แต่พอได้ของแพงหน่อยก็ออกมาบ่น ทั้งที่ราคาสูงขึ้นแต่ยังมีไข่ขาย กับราคามาตรฐานแต่ไม่มีไข่ขาย ก็ต้องเลือกกันว่าจะเอาแบบไหน”

จับตาภาคอีสาน แข่งขันราคาซื้อไข่เดือด

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ต่าง ๆ นายสุธาศินระบุว่า ปัญหาที่เห็นชัดในช่วงนี้ส่วนใหญ่อยู่ใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แม้จะไม่ใช่ทุกพื้นที่หรือผู้ค้าทุกรายก็ตาม เนื่องจากรูปแบบการซื้อขายไข่ไก่ในพื้นที่มีลักษณะเฉพาะ และมีการแข่งขันด้านราคารับซื้อค่อนข้างสูง บางกรณีผู้ซื้อจะนำราคาที่คู่แข่งเสนอมาใช้ต่อรองกับผู้ขายโดยตรง เช่น หากผู้ค้ารายหนึ่งเสนอซื้อในราคาหนึ่ง ผู้ซื้ออีกรายก็จะนำราคาดังกล่าวมาเป็นฐานต่อรอง เพื่อขอซื้อในราคาที่ต่ำกว่า ส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านราคาซื้อขายอย่างต่อเนื่อง

นายสุธาศิน ย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจึงควรมองผ่าน “กลไกตลาด” ทั้งในมิติของปริมาณสินค้า ความต้องการซื้อ ต้นทุนการจัดหา และการแข่งขันระหว่างผู้ค้า ไม่ควรสรุปเพียงว่าเป็นการ “ขึ้นราคาไข่ไก่” โดยไม่มีการแยกแยะว่าเป็นราคาประกาศหรือราคาที่เกิดขึ้นจากการซื้อขายจริงระหว่างผู้ค้าสุดท้ายแล้วนี่คือกลไกตลาด เมื่อของมีน้อย คนก็ต้องหาของให้ลูกค้า ต้นทุนก็อาจสูงขึ้น ส่วนช่วงของล้นตลาด ราคาก็ลดลงตามกลไก เรื่องก็มีเท่านี้

ไข่ไก่ขาดตลาด อีสานเดือด ล้งเปิดศึกแย่งซื้อดันราคาพุ่ง

ประเด็นสำคัญที่กังวลอย่างยิ่ง คือ พฤติกรรมของผู้ค้าบางรายที่ออกมาเคลื่อนไหว โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์กลไกราคาผ่านโซเชียลมีเดียรายวัน โดยปราศจากความเข้าใจในโครงสร้างตลาดที่แท้จริง และกล่าวหาว่าล้งปรับราคาขึ้นเองตามใจชอบ ได้เปรียบเทียบพฤติกรรมดังกล่าวกับช่วงที่เกิดภาวะ "ไข่ล้นตลาด" ซึ่งราคาหน้าฟาร์มทรุดตัวลงต่ำกว่าราคาประกาศ

"เช่น ซื้อจริงราคา 3.60 บาท แทนที่จะเป็น 4.00 บาท  ตอนนั้นผู้ค้าได้ของถูกไปจำหน่ายและทำกำไรได้ดีกลับนิ่งเงียบไม่มีใครบ่น  แต่พอตลาดตึงตัวและต้นทุนขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย กลับออกมาโพสต์ร้องเรียนและเรียกร้องให้หน่วยงานต่างๆ ออกมาชี้แจงอย่างไร้เหตุผล แต่ไม่ได้ห้ามวิพากษ์จารณ์ " นายสุธาศิน กล่าวตักเตือนในช่วงท้าย