
กยท. ล้มสรรหา “ผู้ว่าการ” รอบใหม่ เหตุผู้สมัครเหลือน้อยราย
ประธานกรรมการสรรหาผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย มีมติยกเลิกกระบวนการสรรหาผู้ว่าการ กยท. หลังพบผู้สมัครเหลือจำนวนน้อยราย ขณะที่ "เพิก เลิกวังพง" ลั่นฟ้องศาลปกครองกลาง แฉขบวนการล้มสรรหาผู้ว่าฯ
KEY
POINTS
- การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ประกาศยกเลิกกระบวนการสรรหาผู้ว่าการคนใหม่ โดยให้เหตุผลว่ามีผู้สมัครเหลือจำนวนน้อยราย
- การยกเลิกดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากผู้สมัคร 1 ใน 3 คนที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ได้ถอนตัวเพื่อไปรับตำแหน่งประธานบอร์ด กยท.
- นายเพิก เลิศวังพง หนึ่งในผู้สมัครที่ได้รับผลกระทบ เตรียมยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง โดยชี้ว่าการล้มกระบวนการสรรหาไม่ชอบด้วยกฎหมาย
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ประกาศผ่านเว็บไซต์ คณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย โดยได้ออกประกาศ “ยกเลิกประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย” ลงวันที่ 1 กันยายน 2569 ลงนามโดย นายคันสนะ สุริยะโยธิน ประธานกรรมการสรรหาผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญต่อกระบวนการสรรหาผู้บริหารสูงสุดของ กยท.
ประกาศดังกล่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการสรรหาฯ ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 เรื่องรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย จากนั้นมีประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการสัมภาษณ์และแสดงวิสัยทัศน์ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 และประกาศเลื่อนการสัมภาษณ์และแสดงวิสัยทัศน์ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า มีผู้สมัครเหลือจำนวนน้อยราย จึงอาศัยอำนาจตามข้อ 8.3 ของประกาศคณะกรรมการสรรหาฯ ลงวันที่ 16 มกราคม 2569 มีมติ ยกเลิกการสรรหาผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยตามประกาศดังกล่าว
จับตา เก้าอี้ “ผู้ว่าฯ กยท.” ต้องเริ่มกระบวนการใหม่
ที่น่าสนใจคือ ประกาศระบุชัดว่า ผู้สมัครจะฟ้องร้องหรือเรียกร้องสิทธิ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นไม่ได้ จากการยกเลิกกระบวนการสรรหาในครั้งนี้
การยกเลิกดังกล่าวทำให้ตำแหน่ง ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ต้องจับตาทิศทางการสรรหารอบใหม่อย่างใกล้ชิด เนื่องจาก กยท. ถือเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนนโยบายยางพาราของประเทศ ตั้งแต่การบริหารจัดการผลผลิต การยกระดับรายได้เกษตรกร การพัฒนาตลาดยาง ไปจนถึงการผลักดันอุตสาหกรรมยางไทยสู่ตลาดโลก
ล้มสรรหา “ผู้ว่าการ” ผู้สมัครเหลือน้อยราย
การสรรหาผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ที่เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 16 มกราคม – 16 กุมภาพันธ์ 2569 ล่าสุดได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว มีผู้ผ่านเกณฑ์เข้าสู่รอบสัมภาษณ์และแสดงวิสัยทัศน์จำนวน 3 ราย ดังนี้
1.นายกวิน พันธ์ศิริ (ผู้บริหารโรงงานเอกชน ในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย)
2.นายเบญจพล นาคประเสริฐ (อดีตผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ) ปัจจุบันเป็นประธานบอร์ด กยท.
3.นายเพิก เลิศวังพง (อดีตประธานบอร์ด กยท. และรักษาการแทนผู้ว่าฯ กยท.)
ทั้งนี้คณะกรรมการสรรหากำหนดให้ผู้ผ่านการคัดเลือกทั้ง 3 ราย เข้ารับการสัมภาษณ์และแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการ ในวันอังคารที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หากผู้ที่ไม่เข้ารับการสัมภาษณ์ตามวันและเวลาดังกล่าว จะถือว่าสละสิทธิ์
เปิดไทม์ไลน์ "ล้มกระบวนการสรรหา" ส่อขัดกฎหมาย?
นายเพิก เลิศวังพง อดีตประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และอดีตรักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย และหนึ่งในผู้สมัครเข้ารับการสรรหาผู้ว่าการ กยท. ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกแบบหมดเปลือก ถึงเบื้องหลังกระบวนการล้มสรรหาฯ กับ “ฐานเศรษฐกิจ” กล่าวว่า กระบวนการสรรหาผู้ว่าการ กยท. ในรอบที่ผ่านมา ได้ดำเนินไปตามขั้นตอนอย่างถูกต้องและโปร่งใสจนถึงขั้นประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สัมภาษณ์จำนวน 3 คนที่ผ่านการตรวจประวัติอาชญากรรมเรียบร้อยแล้ว
แต่หลังจากที่มีการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข) ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหา กลับเลื่อนการสัมภาษณ์ออกไปอย่างไม่มีกำหนดโดยอ้างเหตุผลต่าง ๆ เพื่อรอฝ่ายการเมืองชุดใหม่
"ความผิดปกติเกิดขึ้นเมื่อ หนึ่งในผู้สมัคร 3 คนที่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าว ได้ประกาศลาออกจากการเป็นผู้สมัคร เพื่อโยกไปดำรงตำแหน่งเป็นประธานบอร์ด กยท. เสียเอง จากนั้นจึงได้มีคำสั่งให้ล้มเลิกกระบวนการสรรหาที่ค้างอยู่ทั้งหมด"
เตรียมฟ้องศาลปกครองกลางชี้ขาด
"กระบวนการสรรหามันเลยขั้นตอนที่จะมายกเลิกได้แล้ว ประกาศผลผู้สมัครผ่านเกณฑ์ 3 คนไปแล้ว มันเหมือนกับเราประกาศผลผู้ชนะ e-bidding เรียบร้อยแล้ว แต่อยู่ ๆ คุณมาสั่งยกเลิกเพื่อจะเอาพวกพ้องตัวเองเข้ามา" นายเพิก ระบุอย่างดุเดือด
ทั้งนี้ นายเพิก ยืนยันว่าจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง อย่างแน่นอนเพื่อขอความเป็นธรรมและพิสูจน์ความถูกต้องของกระบวนการสรรหา พร้อมชี้ว่าข้อกำหนดในประกาศสรรหาที่ระบุห้ามผู้สมัครฟ้องร้อง กยท. นั้น เป็นข้อกำหนดที่ไม่มีผลบังคับทางกฎหมายอย่างชอบธรรม







