thansettakij
thansettakij
เจียไต๋ ขยับเกม ผนึกพันธมิตรสู่ “Solution Provider” ปั้นเกษตรกรมืออาชีพ

เจียไต๋ ขยับเกม ผนึกพันธมิตรสู่ “Solution Provider” ปั้นเกษตรกรมืออาชีพ

02 ก.ย. 69 | 09:32 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.ย. 69 | 05:28 น.

เจียไต๋ เดินหน้าสู่ “Solution Provider” ผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน ร้านค้าพันธมิตร และเกษตรกร สร้างระบบนิเวศเกษตรครบวงจร จากเดิมที่เน้นปัจจัยการผลิต สู่การออกแบบ “แผนจัดการการเพาะปลูก” หวังยกระดับเกษตรกรไทยสู่มืออาชีพ ชูผลงานแปลงข้าวบางน้ำเปรี้ยว เพิ่มผลผลิตเฉลี่ย 22% สูงสุด 57%

KEY

POINTS

  • เจียไต๋ปรับเปลี่ยนทิศทางธุรกิจจากการเป็นผู้ขายปัจจัยการผลิตสู่การเป็น “Solution Provider” เพื่อนำเสนอโซลูชันการเกษตรแบบครบวงจร
  • ผนึกกำลังกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชนเพื่อออกแบบ "แผนจัดการการเพาะปลูก" ที่ผสมผสานผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และองค์ความรู้ให้เหมาะสมกับเกษตรกรแต่ละพื้นที่
  • มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มผลผลิตและสร้างความมั่นคงในอาชีพ พร้อมยกระดับเกษตรกรไทยสู่การเป็น "เกษตรกรมืออาชีพ"

บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย ประกาศทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญ เดินหน้าสู่บทบาท “โซลูชัน โพรไวเดอร์” (Solution Provider) ในงาน “Chia Tai Moving Forward 2026: Together, We Empower Thai Farmers Through Solutions” ณ เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมุ่งนำจุดแข็งด้านปัจจัยการผลิตมาผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี บริการ และความเชี่ยวชาญ เพื่อออกแบบแนวทางจัดการการเพาะปลูกที่ตอบโจทย์เกษตรกรรายพื้นที่

นายมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด

“เจียไต๋” เปลี่ยนเกมเกษตร จากขายสินค้า สู่ “โซลูชันสร้างผลลัพธ์

นายมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 105 ปี เจียไต๋เติบโตเคียงข้างภาคการเกษตรไทย ผ่านการพัฒนาและเสาะหาสินค้าและปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ รวมถึงการทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกรและพันธมิตรในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม วันนี้ภาคการเกษตรกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้านพร้อมกัน ทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น การขาดแคลนแรงงาน ความผันผวนของสภาพอากาศ ตลอดจนความต้องการด้านคุณภาพและประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการของเกษตรกรเปลี่ยนไปจากการซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว สู่การมองหา “โซลูชันที่สร้างผลลัพธ์” ทั้งด้านผลผลิต ต้นทุน คุณภาพ และความมั่นคงในอาชีพ

 

“เกษตรกรต้องการมากกว่าคำแนะนำในการเลือกซื้อสินค้า แต่ต้องการแนวทางสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เจียไต๋จึงเดินหน้าสู่บทบาท Solution Provider โดยนำสินค้า องค์ความรู้ เทคโนโลยี บริการ และความเชี่ยวชาญทางการเกษตรมาทำงานร่วมกันเพื่อตอบโจทย์เหล่านี้”

นายมนัสย้ำว่า การเปลี่ยนบทบาทดังกล่าว ไม่ได้หมายถึงการทิ้งธุรกิจหรือจุดแข็งเดิม แต่เป็นการต่อยอดสิ่งที่เจียไต๋มีให้สามารถสร้างคุณค่าแก่เกษตรกรได้มากขึ้น โดยการสร้างผลลัพธ์ในพื้นที่จริงจำเป็นต้องอาศัยทั้งองค์ความรู้ เครือข่าย และความเข้าใจบริบทของแต่ละพื้นที่

จาก “ขายสินค้า” สู่ “แผนจัดการการเพาะปลูก”

นางสุภาภรณ์ เกียรติศิริขจร Chief Marketing Officer บริษัท เจียไต๋ จำกัด

ด้าน นางสุภาภรณ์ เกียรติศิริขจร Chief Marketing Officer บริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวว่า แนวทาง Solution ของเจียไต๋เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจโจทย์และผลลัพธ์ที่เกษตรกรต้องการ ก่อนนำสินค้า เทคโนโลยี บริการ การจัดการ และองค์ความรู้ทางการเกษตรมาผสานกัน เพื่อออกแบบเป็น “แผนจัดการการเพาะปลูก” หรือ Crop Management Plan

จุดแตกต่างสำคัญคือไม่ใช่การนำสินค้าหลายประเภทมารวมกันเป็นแพ็กเกจหรือโปรโมชั่น แต่เป็นการออกแบบระบบการจัดการตลอดกระบวนการผลิต ตั้งแต่การดูแลแปลง การใช้ปุ๋ย ผลิตภัณฑ์อารักขาพืช ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในแต่ละช่วงของการเพาะปลูก

พร้อมกันนี้ เจียไต๋จัดทีม Agronomist และ Crop Advisor ลงทำงานร่วมกับเกษตรกร เพื่อติดตามผลในพื้นที่จริง นำข้อมูลมาวิเคราะห์ และปรับปรุงแผนอย่างต่อเนื่องโซลูชันที่ดีต้องไม่หยุดอยู่ที่แนวคิด แต่ต้องนำไปทดลอง ปรับใช้ให้เหมาะกับพื้นที่ และพิสูจน์ได้ว่าสามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริงให้กับเกษตรกร

เจียไต๋ ขยับเกม ผนึกพันธมิตรสู่ “Solution Provider” ปั้นเกษตรกรมืออาชีพ

ข้าวบางน้ำเปรี้ยวผลผลิตพุ่ง 22% สูงสุด 57%

เจียไต๋นำแนวคิดดังกล่าวมาทดลองจริงที่ เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์ หรือศูนย์เกษตรเจียไต๋ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นที่เรียนรู้ ทดลอง และพัฒนาแนวทางจัดการการเพาะปลูก โดยเปิดให้เกษตรกรและทีมผู้เชี่ยวชาญร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาและพัฒนาแนวทางให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่

ผลการติดตามพบว่า เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถ เพิ่มผลผลิตข้าวต่อไร่เฉลี่ยประมาณ 22% ขณะที่รายที่ทำผลงานได้สูงสุดสามารถเพิ่มผลผลิตได้ถึง 57% ปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการมากกว่า 50 ราย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,500 ไร่ ขณะเดียวกัน เจียไต๋ยังพัฒนาทีมบินเกือบ 30 ทีม ให้บริการครอบคลุมพื้นที่เกือบ 60,000 ไร่ เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความรวดเร็วในการทำงาน พร้อมลดข้อจำกัดด้านแรงงานในภาคเกษตร

ผลสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่างเกษตรกร เจียไต๋ ตลอดจนพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึง บริษัท ยันม่าร์ เอส.พี. จำกัด และ XAG โดยบทเรียนสำคัญคือไม่มีสูตรสำเร็จเดียวที่ใช้ได้กับทุกแปลง แต่จำเป็นต้องรับฟังเกษตรกร ทดลอง วัดผล และปรับแนวทางอย่างต่อเนื่อง

เจียไต๋ ขยับเกม ผนึกพันธมิตรสู่ “Solution Provider” ปั้นเกษตรกรมืออาชีพ

ปูทางขยายโมเดลสู่ทุเรียน-แตงโม

จากโมเดลบางน้ำเปรี้ยว เจียไต๋เตรียมต่อยอดแนวทางดังกล่าวไปยังพื้นที่เกษตรสำคัญอื่น โดยเฉพาะ พระนครศรีอยุธยาและสุพรรณบุรี รวมถึงพืชเศรษฐกิจอย่าง ทุเรียนและแตงโม ซึ่งแต่ละพื้นที่และชนิดพืชมีเงื่อนไขการผลิตแตกต่างกัน จึงต้องพัฒนาโซลูชันให้เหมาะกับบริบทของเกษตรกรแต่ละกลุ่ม

นายทวีสุข เมฆธวัชชัยกุล Chief Commercial Officer บริษัท เจียไต๋

นายทวีสุข เมฆธวัชชัยกุล Chief Commercial Officer บริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวว่า การนำ Solution ไปสร้างผลลัพธ์และเข้าถึงเกษตรกรในวงกว้าง จำเป็นต้องอาศัย ระบบนิเวศความร่วมมือ หรือ Ecosystem โดยแต่ละภาคส่วนมีบทบาทแตกต่างกันภาครัฐมีบทบาทด้านองค์ความรู้ นโยบาย และเครือข่ายเกษตรกร ภาคเอกชนสนับสนุนความเชี่ยวชาญด้านสินค้า เทคโนโลยี และบริการ ขณะที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงกับเกษตรกร เนื่องจากเข้าใจปัญหาและบริบทของพื้นที่เป็นอย่างดี

เจียไต๋จะสนับสนุนสินค้า องค์ความรู้ เทคโนโลยี และทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อร่วมพัฒนาและพิสูจน์ผลในพื้นที่ โดยมี เกษตรกรเป็นพันธมิตรหลัก ในการสะท้อนประสบการณ์จากการใช้งานจริง เพื่อนำไปปรับปรุงโซลูชันให้ตอบโจทย์มากขึ้น

“ท้ายที่สุด การเติบโตที่เราต้องการจึงไม่ใช่เพียงการขายให้มากขึ้น แต่เป็นการสร้างคุณค่าที่มากขึ้นให้เกษตรกร เมื่อเกษตรกรประสบความสำเร็จ พันธมิตรทุกภาคส่วนก็มีโอกาสเติบโตไปด้วยกัน และ Ecosystem ของภาคการเกษตรก็จะแข็งแรงขึ้น”

เจียไต๋ ขยับเกม ผนึกพันธมิตรสู่ “Solution Provider” ปั้นเกษตรกรมืออาชีพ

เจียไต๋ชู “ผลลัพธ์เกษตรกร” เป็นตัวชี้วัด

นายมนัสกล่าวทิ้งท้ายว่า การดำเนินงานในวันนี้ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ก้าวต่อไปของเจียไต๋คือการพัฒนาโซลูชันให้แข็งแรง พิสูจน์ผลให้ชัดเจน และขยายแนวทางที่พร้อมไปสู่พื้นที่อื่นอย่างมีคุณภาพพร้อมเดินหน้าพัฒนาสินค้า องค์ความรู้ เทคโนโลยี ทีมงาน และระบบสนับสนุนให้ตอบโจทย์เกษตรกรแต่ละพื้นที่ โดยยึด “ผลลัพธ์ของเกษตรกร” เป็นเป้าหมายสำคัญ

เป้าหมายระยะยาว คือการช่วยให้เกษตรกรไทยสามารถผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน มีรายได้มั่นคงขึ้น และรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของภาคการเกษตรได้ดีขึ้น เพื่อก้าวสู่การเป็น “เกษตรกรมืออาชีพ”

“อนาคตของเกษตรไทยจะไม่ถูกขับเคลื่อนด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่จะเกิดจากการที่ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนโซลูชันที่ช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นให้เกษตรกร เจียไต๋พร้อมเดินหน้าทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ และอยากชวนทุกท่านมาร่วมเดินบนก้าวใหม่นี้ไปด้วยกัน”