
กยท.เปิดเกม “ยางอัจฉริยะ” ปัตตานี ใช้ข้อมูลเรียลไทม์พลิกสวนยาง
“โกศล” รองผู้ว่าการ กยท. บุกปัตตานี เปิดโมเดลสหกรณ์ยางต้นแบบ ใช้เทคโนโลยี-ข้อมูลเรียลไทม์พลิกเกมสวนยาง เพิ่มผลผลิต ยกระดับคุณภาพ สู่ความยั่งยืน
KEY
POINTS
- กยท. ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานีเพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการบริหารจัดการสวนยางพารา
- สหกรณ์การเกษตรยะรังนำร่องใช้สถานีตรวจวัดสภาพอากาศส่งข้อมูลเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชันให้เกษตรกรใช้วางแผนการกรีดยาง
- มีการยกระดับคุณภาพผลผลิตยางก้อนถ้วยโดยใช้กรดฟอร์มิก และนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาโรคใบร่วง
วันที่ 1 กันยายน 2569 นายโกศล บุญคง รองผู้ว่าการด้านบริหาร การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของ กยท.จังหวัดปัตตานี พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติงานแก่บุคลากร และตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์ชาวสวนยางในพื้นที่ หวังยกระดับการบริหารจัดการยางพาราด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม
สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายโกศลได้เข้าติดตามการดำเนินงานของ สหกรณ์การเกษตรยะรัง จำกัด อำเภอยะรัง ซึ่งมีสมาชิกกว่า 680 ราย โดยสหกรณ์ดำเนินธุรกิจรวบรวม “ยางก้อนถ้วย” จากสมาชิก และให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพผลผลิตตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งจุดเด่นสำคัญคือการผลิตยางก้อนถ้วยโดยใช้ กรดฟอร์มิก (Formic Acid) เพื่อควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของผลผลิต สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้รับซื้อ และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับผลผลิตของสมาชิก
ดึงข้อมูลอากาศเรียลไทม์ พลิกวิธีกรีดยาง
อีกหนึ่งไฮไลต์ของสหกรณ์ คือการนำ สถานีตรวจวัดสภาพอากาศ เข้ามาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการสวนยาง โดยเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่แอปพลิเคชัน และส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ให้เกษตรกรสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้เกษตรกรติดตามสภาพอากาศและนำข้อมูลมาใช้วางแผนการกรีดยางได้แม่นยำมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสวนยาง
นอกจากการใช้ข้อมูลสภาพอากาศแล้ว สหกรณ์ยังติดตามการใช้ น้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ เพื่อแก้ไขปัญหาโรคใบร่วงในสวนยาง ซึ่งเป็นอีกแนวทางในการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
กยท.เร่งเสริมแกร่งสหกรณ์ชาวสวนยาง
จากนั้น นายโกศลได้ลงพื้นที่ สหกรณ์กองทุนสวนยางควนปลิง จำกัด อำเภอโคกโพธิ์ เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากสหกรณ์ พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนา เพื่อยกระดับความเข้มแข็งขององค์กรและเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจยางพารา
การลงพื้นที่ของ กยท.ครั้งนี้ สะท้อนทิศทางการขับเคลื่อนภาคยางพาราที่ไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มปริมาณผลผลิต แต่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพ ข้อมูล เทคโนโลยี และประสิทธิภาพ” ตั้งแต่ระดับสวนยางไปจนถึงสหกรณ์
โดย กยท.มุ่งผลักดันการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการสวนยาง ช่วยให้เกษตรกรสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล ลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก และยกระดับศักยภาพการผลิต
เป้าหมายสำคัญคือการสร้าง สหกรณ์ต้นแบบที่เข้มแข็ง พร้อมยกระดับมาตรฐานผลผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้เกษตรกรชาวสวนยางในระยะยาว สอดรับกับการพัฒนาภาคยางพาราสู่การผลิตที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน







