thansettakij
thansettakij
ราคายางลุ้นฟื้น กยท.ชี้ “ฝนหนุน-ผลผลิตตึง” แต่จีนยังเสี่ยง

ราคายางลุ้นฟื้น กยท.ชี้ “ฝนหนุน-ผลผลิตตึง” แต่จีนยังเสี่ยง

30 ส.ค. 69 | 09:01 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ส.ค. 69 | 09:01 น.

กยท.ประเมินราคายางพาราช่วง 31 ส.ค.–4 ก.ย. 2569 มีโอกาสทรงตัวถึงฟื้นเล็กน้อย หลังราคาผ่านช่วงปรับฐาน ขณะที่ฝนตกหนัก-อุทกภัยกดดันผลผลิต จับตาจีนชะลอซื้อ น้ำมันดิบ และแรงขายทำกำไร

KEY

POINTS

  • กยท. ชี้ว่าราคายางมีแนวโน้มฟื้นตัวจากปัจจัยฝนตกหนักและอุทกภัยในแหล่งผลิต ซึ่งส่งผลให้ปริมาณผลผลิตยางเข้าสู่ตลาดลดลงและตึงตัว
  • ความต้องการใช้ยางจากจีนยังเป็นความเสี่ยงหลัก หากเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมของจีนชะลอตัว อาจกดดันให้ราคากลับมาลดลงได้
  • ปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่อราคา ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบที่ช่วยพยุงตลาด แต่ยังต้องระวังแรงขายทำกำไรเมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้น

สถานการณ์ราคายางพาราในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 เริ่มเห็นสัญญาณ “ตั้งฐาน” หลังราคาปรับลดลงจากระดับสูงในช่วงก่อนหน้า โดยข้อมูลราคาปิดตลาดยางแผ่นรวมควันย้อนหลัง ณ วันที่ 28 สิงหาคม 2569 พบว่า ราคายางอยู่ที่ 83.61 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 61.80 บาทต่อกิโลกรัม หรือเพิ่มขึ้นราว 35.3% สะท้อนว่าภาพรวมราคายางปีนี้ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน

ราคายางแผ่นรมควัน

อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 85.60 บาทต่อกิโลกรัม ราคาปัจจุบันยังต่ำกว่าประมาณ 2.3% สะท้อนว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วง “พักฐาน” และรอปัจจัยใหม่เข้ามาชี้ทิศทาง

นายโกศล บุญคง รองผู้ว่าการด้านบริหาร การยางแห่งประเทศไทย (กยท.)

นายโกศล บุญคง รองผู้ว่าการด้านบริหาร การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า  ราคายางระยะสั้นมีโอกาสทรงตัวถึงปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย โดยปัจจัยด้านอุปทานเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น หลังหลายพื้นที่ของประเทศยังเผชิญฝนตกชุกและสถานการณ์อุทกภัย ส่งผลกระทบต่อการกรีดยางและการขนส่ง ทำให้ปริมาณยางเข้าสู่ตลาดลดลง

ก่อนหน้านี้ กยท.ประเมินว่าราคายางช่วงวันที่ 24–28 สิงหาคม มีโอกาสฟื้นตัวจากแรงหนุนของฝนที่ตกต่อเนื่องและราคาน้ำมันดิบที่ช่วยพยุงราคายางธรรมชาติ ขณะที่ตลาดจีนยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางราคา

 

“ฝน-อุทกภัย” เริ่มกลับมาเป็นแรงหนุนด้านราคา

นายโกศล กล่าวว่า ปัจจัยที่ต้องจับตาในระยะสั้นคือ สภาพอากาศและปริมาณผลผลิตยางเข้าสู่ตลาด เนื่องจากฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะแหล่งผลิตสำคัญ ทำให้เกษตรกรไม่สามารถกรีดยางได้ตามปกติ ขณะเดียวกันพื้นที่ปลูกยางบางส่วนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง

 

ราคาน้ำยางสด

สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นแรงหนุนราคาจากด้านอุปทาน เพราะหากผลผลิตลดลงในช่วงที่ความต้องการยังอยู่ในระดับหนึ่ง จะช่วยประคองไม่ให้ราคาปรับลดลงแรงอย่างไรก็ตาม ต้องจับตาว่าเมื่อสถานการณ์ฝนคลี่คลาย ผลผลิตที่ค้างอยู่จะทยอยออกสู่ตลาดพร้อมกันหรือไม่ เพราะอาจทำให้เกิดแรงกดดันต่อราคาอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้ กยท.เคยเตือนว่าการเข้าสู่ช่วงผลผลิตออกมากตามฤดูกาลเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จำกัดการฟื้นตัวของราคายาง

ยางแผ่นรมควันอียูดีอาร์

จีนยังเป็น “ตัวแปรใหญ่” ชี้ทิศทางราคายาง

อีกปัจจัยสำคัญคือ ความต้องการใช้ยางของจีน ซึ่งมีบทบาทอย่างมากต่อตลาดยางธรรมชาติ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยางรถยนต์ กยท.มองว่า หากคำสั่งซื้อจากจีนกลับมาเพิ่มขึ้น จะเป็นแรงส่งสำคัญให้ราคายางสามารถขยับขึ้นได้ แต่หากเศรษฐกิจจีนชะลอตัวต่อเนื่อง รวมถึงตลาดรถยนต์มีสินค้าคงคลังสูง ความต้องการใช้วัตถุดิบยางในอุตสาหกรรมปลายน้ำอาจลดลง และกดดันราคายางได้ ดังนั้น ช่วงต้นเดือนกันยายนจึงต้องจับตา PMI ภาคการผลิตของจีน ยอดสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรม และทิศทางตลาดรถยนต์ เป็นพิเศษ เพราะจะเป็นสัญญาณสำคัญว่าความต้องการใช้ยางจะกลับมาแข็งแรงหรือไม่

น้ำมันดิบยังมีผลต่อยางธรรมชาติ

ราคาน้ำมันดิบเป็นอีกตัวแปรที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากยางธรรมชาติแข่งขันกับยางสังเคราะห์โดยตรง หากราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับสูง ต้นทุนของยางสังเคราะห์จะเพิ่มขึ้น และทำให้ยางธรรมชาติมีความสามารถในการแข่งขันด้านราคามากขึ้นในทางกลับกัน หากราคาน้ำมันปรับลดลงแรง อาจทำให้ยางสังเคราะห์มีความได้เปรียบด้านต้นทุน และเป็นแรงกดดันต่อราคายางธรรมชาติ

 

ระวัง “แรงขายทำกำไร” หลังราคาปรับตัวขึ้น

แม้ภาพรวมยังมีปัจจัยหนุน แต่ราคายางที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้มีความเสี่ยงจาก แรงขายทำกำไรของผู้ประกอบการและนักลงทุน โดยเฉพาะหากราคาปรับตัวขึ้นต่อเนื่องโดยไม่มีปัจจัยพื้นฐานใหม่เข้ามารองรับ ดังนั้น ภาพตลาดระยะสั้นจึงมีโอกาสเกิดความผันผวน โดยราคาสามารถขยับขึ้นได้จากภาวะอุปทานตึงตัว แต่ก็มีโอกาสถูกขายทำกำไรหากตลาดจีนยังไม่ฟื้นอย่างชัดเจน

ราคายางลุ้นฟื้น กยท.ชี้ “ฝนหนุน-ผลผลิตตึง” แต่จีนยังเสี่ยง

มองแนวโน้ม 31 ส.ค.–4 ก.ย. “ทรงตัวถึงบวกเล็กน้อย”

สำหรับสัปดาห์ 31 สิงหาคม–4 กันยายน 2569 มุมมองที่น่าสนใจคือ ราคายางมีโอกาส ทรงตัวในระดับสูงและฟื้นตัวได้เล็กน้อย มากกว่าการปรับขึ้นแรง เนื่องจากตลาดกำลังอยู่ระหว่างการสร้างฐานใหม่ ปัจจัยหนุน ได้แก่ ฝนตกชุก ผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง อุทกภัยในพื้นที่ปลูกยาง และราคาน้ำมันดิบที่ยังช่วยพยุงตลาด

ขณะที่ ปัจจัยกดดัน ได้แก่ ความต้องการซื้อจากจีน ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ปริมาณสต๊อกยางในจีน ผลผลิตที่จะทยอยออกมาเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย รวมถึงแรงขายทำกำไร ทั้งนี้ กยท.เคยประเมินช่วงกลางเดือนกรกฎาคมว่าราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 มีแนวโน้มแบบ Sideway Up โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ยางในอุตสาหกรรมยางล้อและถุงมือยาง ราคาน้ำมันดิบ และผลผลิตที่ลดลงจากฝนตกต่อเนื่อง

ราคายางก้อนถ้วย

สรุปภาพตลาด ราคายางเวลานี้ยังไม่ใช่ขาขึ้นเต็มตัว

แต่เป็นจังหวะ “พักฐานเพื่อรอปัจจัยใหม่” หากฝนยังยืดเยื้อจนผลผลิตตึงตัว ขณะที่จีนกลับมาเพิ่มคำสั่งซื้อและน้ำมันดิบไม่ปรับตัวลงแรง โอกาสที่ราคายางจะค่อย ๆ ฟื้นตัวมีสูงขึ้น แต่หากจีนชะลอซื้อพร้อมผลผลิตทะลักออกสู่ตลาด ราคายังมีความเสี่ยงถูกกดดันอีกระลอก 3 ตัวแปรชี้ทิศทางราคายางระยะต่อไป: “ฝน – จีน – น้ำมัน” โดยเฉพาะจีน ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินว่าการตั้งฐานรอบนี้จะพัฒนาไปสู่การฟื้นตัว หรือกลับมาเป็นแรงกดดันต่อราคาอีกครั้ง