thansettakij
thansettakij
ไข้หวัดนกระบาดทั่วโลก ไทยวางแผน PS ปี 70 คุมเสี่ยง-บาลานซ์ไข่ไก่

ไข้หวัดนกระบาดทั่วโลก ไทยวางแผน PS ปี 70 คุมเสี่ยง-บาลานซ์ไข่ไก่

HPAI ยังระบาดต่อเนื่อง 7 เดือนแรกปี 2569 พบในสัตว์ปีก 41 ประเทศ และสัตว์ป่า 51 ประเทศ ยุโรปครองแชมป์ ขณะที่ไทยเร่งเฝ้าระวังเชิงรุก พร้อมวางแผน PS ปี 2570 คุมปริมาณการผลิตให้สอดคล้องความต้องการ รักษาสมดุลตลาดไข่ไก่

KEY

POINTS

  • สถานการณ์ไข้หวัดนก (HPAI) แพร่ระบาดรุนแรงทั่วโลก โดยพบรายงานในสัตว์ปีกและสัตว์ป่าธรรมชาติในหลายทวีป สร้างความเสี่ยงต่ออุตสาหกรรมสัตว์ปีกไทย
  • กรมปศุสัตว์ยกระดับการเฝ้าระวังเชิงรุกทั่วประเทศ พร้อมร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สปป.ลาว เพื่อสกัดกั้นการระบาดข้ามพรมแดน
  • เตรียมพิจารณาแผนการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (PS) สำหรับปี 2570 เพื่อควบคุมปริมาณการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการบริโภคและรักษาสมดุลของอุตสาหกรรมไข่ไก่

สถานการณ์โรคไข้หวัดนกชนิดรุนแรงสูง หรือ HPAI (Highly Pathogenic Avian Influenza) ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรมปศุสัตว์และการค้าสินค้าสัตว์ปีกทั่วโลก โดยข้อมูลสะสมระหว่างวันที่ 1 มกราคม–31 กรกฎาคม 2569 จากสำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ สะท้อนการแพร่ระบาดที่ยังครอบคลุมหลายภูมิภาค ทั้งในสัตว์ปีกและสัตว์ป่าธรรมชาติ

แหล่งข่าวจากกรมปศุสัตว์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 พบรายงาน HPAI ในสัตว์ปีก 41 ประเทศ และในสัตว์ป่าธรรมชาติ 51 ประเทศ สะท้อนแรงกดดันจากการแพร่ระบาดที่ยังไม่คลี่คลาย รวมถึงความเสี่ยงจากการเคลื่อนย้ายเชื้อผ่านสัตว์ป่า โดยเฉพาะเส้นทางนกอพยพ

ยุโรปแชมป์ระบาด

เมื่อแยกตามภูมิภาค พบว่า ยุโรปเป็นพื้นที่ที่มีรายงาน HPAI ในสัตว์ปีกมากที่สุด 15 ประเทศ ได้แก่ เบลเยียม บัลแกเรีย เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮังการี อิตาลี ไอร์แลนด์ โปแลนด์ อังกฤษ สาธารณรัฐเช็ก สวีเดน ออสเตรีย โปรตุเกส และสโลวาเกีย ขณะที่สัตว์ป่าธรรมชาติมีรายงานถึง 31 ประเทศ สะท้อนการกระจายตัวของเชื้อในระบบนิเวศอย่างกว้างขวาง

ด้านเอเชีย พบ HPAI ในสัตว์ปีก 12 ประเทศ ได้แก่ ภูฏาน จีน ไต้หวัน อินเดีย อิรัก อิสราเอล ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ เวียดนาม อินโดนีเซีย เนปาล และกัมพูชา ส่วนสัตว์ป่าธรรมชาติพบ 7 ประเทศ ได้แก่ อิสราเอล จีน ไต้หวัน อินเดีย เนปาล กัมพูชา และเมียนมา

ขณะที่ทวีปอเมริกา พบโรคในสัตว์ปีก 7 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ แคนาดา เม็กซิโก อาร์เจนตินา ชิลี ฮอนดูรัส และเปรู ส่วนสัตว์ป่าธรรมชาติพบ 9 ประเทศ ขณะที่แอฟริกาพบในสัตว์ปีก 5 ประเทศ และสัตว์ป่าธรรมชาติ 4 ประเทศ ส่วนโอเชียเนียพบในสัตว์ปีก 2 ประเทศ คือออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

แผนการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (PS) ในประเทศไทย

ไทยเร่งเฝ้าระวังเชิงรุก

สำหรับประเทศไทย กรมปศุสัตว์ยังเดินหน้าระบบเฝ้าระวังเชิงรุก โดยในเดือนกรกฎาคม 2569 มีการดำเนินโครงการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกเชิงรุกแบบบูรณาการในหลายพื้นที่ พร้อมสานต่อความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยเฉพาะความร่วมมือ ไทย–ลาว ในการเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันโรคไข้หวัดนก ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อสกัดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดข้ามพรมแดน

ท่ามกลางความเสี่ยงด้านโรคระบาด

อุตสาหกรรมไข่ไก่ไทยยังเดินหน้าปรับประสิทธิภาพการผลิต โดยคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเตรียมพิจารณาแนวทางการเลี้ยง พ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (PS) สำหรับปี 2570 ให้สอดคล้องกับศักยภาพการผลิตและความต้องการบริโภคภายในประเทศ

ทั้งนี้แผนการเลี้ยง PS อยู่ที่ประมาณ 440,000 ตัวต่อปี โดยปี 2565 มี PS เข้าเลี้ยง 439,629 ตัว ปี 2566 จำนวน 439,846 ตัว ปี 2567 จำนวน 430,470 ตัว และปี 2568 จำนวน 450,128 ตัว ขณะที่ช่วง 1 มกราคม–31 กรกฎาคม 2569 มี PS เข้าเลี้ยงแล้ว 252,925 ตัว

 

ไข้หวัดนกระบาดทั่วโลก ไทยวางแผน PS ปี 70 คุมเสี่ยง-บาลานซ์ไข่ไก่

ด้านต้นทุนและราคาไข่ไก่เฉลี่ย ปี 2565 ต้นทุนอยู่ที่ 3.24 บาทต่อฟอง ราคาเฉลี่ย 3.33 บาท ปี 2566 ต้นทุนเพิ่มเป็น 3.67 บาท ราคา 3.77 บาท ปี 2567 ต้นทุน 3.56 บาท ราคา 3.74 บาท และปี 2568 ต้นทุนลดเหลือ 3.27 บาท ราคาเฉลี่ย 3.48 บาท ส่วนปี 2569 ช่วง 1 มกราคม–31 กรกฎาคม ต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 3.16 บาทต่อฟอง ขณะที่ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 3.52 บาทต่อฟอง สะท้อนว่าราคาขายยังสูงกว่าต้นทุนเฉลี่ย แต่ส่วนต่างดังกล่าวยังต้องบริหารอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางต้นทุนการผลิตและภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง

 

การผลิตไข่ไก่ตลอดห่วงโซ่การผลิต

เป้าหมายสำคัญของการวางแผนปี 2570 คือการยกระดับประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยกำหนดตัวชี้วัดว่า ไก่ปู่ย่าพันธุ์ (GP) 1 ตัว ผลิต PS ได้ 77 ตัว เมื่อปลดที่อายุ 72 สัปดาห์ ขณะที่ PS 1 ตัว สามารถผลิตไก่ไข่ได้เฉลี่ย 107 ตัว เมื่อปลดที่อายุ 72 สัปดาห์ ส่วนแม่ไก่ไข่ยืนกรง 1 ตัว ตั้งเป้าผลิตไข่ได้ 361 ฟอง ก่อนปลดที่อายุ 80 สัปดาห์ ตัวเลขดังกล่าวจะถูกใช้เป็นฐานประเมินประสิทธิภาพการผลิตและกำหนดปริมาณไก่พันธุ์สำหรับปี 2570

ทั้งนี้ ข้อเสนอด้านประสิทธิภาพการผลิตปี 2570 จะเสนอต่อคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเพื่อพิจารณาต่อไป โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจำนวนพ่อแม่พันธุ์ให้สอดคล้องกับกำลังการผลิตและความต้องการของตลาด เพื่อป้องกันปัญหาผลผลิตล้นตลาดหรือขาดแคลน และรักษาสมดุลอุตสาหกรรมไข่ไก่ไทยในระยะยาว