thansettakij
thansettakij
ราคายางพาราสัปดาห์หน้า 24-28 ส.ค. 69 มีลุ้นฟื้น ฝนชุก-น้ำมันหนุน

ราคายางพาราสัปดาห์หน้า 24-28 ส.ค. 69 มีลุ้นฟื้น ฝนชุก-น้ำมันหนุน

บิ๊ก กยท. อัปเดตราคายางพาราสัปดาห์หน้า 24-28 ส.ค. 69 ได้ลุ้น! ฝนชุก-น้ำมันฟื้น หนุนราคาปรับตัวดีขึ้น จับตาจีนตัวแปรทิศทางตลาด -ภาวะเศรษฐกิจโลก อย่างใกล้ชนิด

KEY

POINTS

  • ราคายางพารามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในสัปดาห์หน้า (24-28 ส.ค.) จากปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน
  • ปัจจัยหนุนหลักมาจากสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ทำให้ผลผลิตยางออกสู่ตลาดน้อยลง
  • ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยพยุงราคายางธรรมชาติ
  • อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของราคายังต้องจับตาความต้องการซื้อจากประเทศจีน ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญ

นายโกศล บุญคง รองผู้ว่าการด้านบริหารการยางแห่งประเทศไทย ( กยท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงสถานการณ์ราคายางพาราเริ่มมีสัญญาณ “ตั้งฐาน” หลังช่วงก่อนหน้าตลาดถูกกดดันจากความกังวลเรื่องความต้องการใช้ยางและปริมาณผลผลิตที่ทยอยเข้าสู่ตลาด ยังเคลื่อนไหวในกรอบ ขณะที่ปัจจัยด้านอุปทานเริ่มเข้ามามีบทบาทต่อทิศทางตลาดมากขึ้น

นายโกศล บุญคง รองผู้ว่าการด้านบริหารการยางแห่งประเทศไทย ( กยท.)

ล่าสุด ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 เปิดตลาดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. อยู่ที่ 85.50 บาทต่อกิโลกรัม ทรงตัวจากวันก่อนหน้า ขณะที่ยางแผ่นดิบคุณภาพดีอยู่ที่ 83 บาท น้ำยางสด 75.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท ยางก้อนถ้วย DRC 100% อยู่ที่ 69.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท และยางก้อนถ้วย DRC 70% อยู่ที่ 48.65 บาท เพิ่มขึ้น 0.21 บาทต่อกิโลกรัม

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาราคาปิดตลาดเทียบกับราคาเปิด พบว่ายางแผ่นรมควันชั้น 3 ปรับลดลง 1.25 บาท มาอยู่ที่ 84.25 บาทต่อกิโลกรัม และยางแผ่นดิบคุณภาพดีลดลง 1.74 บาท มาอยู่ที่ 81.26 บาท ขณะที่ยางก้อนถ้วยยังขยับขึ้นเล็กน้อย สะท้อนตลาดที่ยังมีแรงซื้อและแรงขายสลับกันค่อนข้างชัดเจน

ฝนชุก กดอุปทาน หนุนราคายางปรับขึ้นสัปดาห์หน้า

ปัจจัยสำคัญที่ตลาดกำลังจับตาคือสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถกรีดยางได้ตามปกติ เมื่อการกรีดลดลง ปริมาณผลผลิตเข้าสู่ตลาดจึงมีแนวโน้มลดลงตามไปด้วย

ภาพดังกล่าวอาจกลายเป็นแรงหนุนสำคัญในระยะสั้น เพราะหากฝนยังตกต่อเนื่อง ภาวะผลผลิตตึงตัวชั่วคราวจะช่วยจำกัดแรงกดดันจากฝั่งอุปทาน และเปิดช่องให้ราคายางปรับตัวดีขึ้นได้ โดย กยท. ประเมินว่าตลาดช่วงวันที่ 24–28 สิงหาคม มีโอกาสปรับตัวดีขึ้นจากสัปดาห์ก่อน ภายใต้แรงหนุนทั้งจากปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ

 

น้ำมันดิบขยับขึ้น เพิ่มแรงหนุนยางธรรมชาติ

อีกปัจจัยที่ต้องจับตาคือทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญของตลาดยาง เพราะเมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตยางสังเคราะห์มีโอกาสเพิ่มขึ้น ทำให้ยางธรรมชาติสามารถแข่งขันด้านราคาได้ดีขึ้น ข้อมูลตลาดล่าสุดยังสะท้อนแรงซื้อในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ โดยราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ภาพรวมตลาดโลกยังมีแรงขับเคลื่อนเชิงบวก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยประคองราคายางในระยะสั้น

ตลาดจีนยังเป็นตัวแปรชี้ขาด

แม้ปัจจัยด้านอุปทานและราคาน้ำมันจะเริ่มเป็นบวก แต่ตลาดยางยังไม่สามารถมองข้าม “จีน” ซึ่งเป็นตลาดผู้ใช้ยางรายใหญ่ของโลกได้ โดยก่อนหน้านี้ตลาดได้รับแรงกดดันจากสัญญาณการชะลอตัวของตลาดรถยนต์และความต้องการใช้ยางในจีน รวมถึงปริมาณสต๊อกที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ดังนั้น หากคำสั่งซื้อจากจีนกลับมาเพิ่มขึ้นพร้อมกับภาวะผลผลิตในไทยและประเทศผู้ผลิตรายสำคัญชะลอตัว จะเป็นแรงส่งให้ราคายางมีโอกาสขยับขึ้นได้มากกว่าที่ตลาดคาด แต่หากจีนชะลอการซื้อหรือเศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณอ่อนแรง การฟื้นตัวของราคาก็ยังมีข้อจำกัด

 

ตลาดต่างประเทศเริ่มส่งสัญญาณบวก

ด้านตลาดล่วงหน้า ข้อมูลวันที่ 21 สิงหาคมสะท้อนทิศทางค่อนข้างดี โดยตลาด SHFE จีนขยับจาก 17,390 เป็น 17,545 หยวนต่อตัน เพิ่มขึ้น 155 หยวน หรือ 0.89% ขณะที่ SICOM สิงคโปร์เพิ่มขึ้น 0.70 หรือ 0.25% สะท้อนแรงซื้อที่เริ่มกลับเข้ามาในตลาด

ขณะเดียวกัน ข้อมูลราคายางในตลาดท้องถิ่น พบราคายางแผ่นดิบเฉลี่ยในหลายพื้นที่ยังอยู่ในระดับทรงตัวถึงแข็งแกร่ง โดยตลาดหาดใหญ่อยู่ที่ 81 บาทต่อกิโลกรัม คลองแงะและตรัง 82 บาท ระยอง 82.10 บาท และอุบลราชธานี 87.60 บาท สะท้อนว่าราคายางภายในประเทศยังมีฐานรองรับในระดับหนึ่ง

 

นักลงทุนจับตา “ฝน-จีน-น้ำมัน” 3 ตัวแปรชี้ทิศทาง

สำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการยางพารา สัปดาห์ 24–28 สิงหาคมจึงเป็นช่วงที่ต้องติดตาม 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ สถานการณ์ฝนและปริมาณผลผลิตยางในประเทศ ความต้องการใช้ยางจากจีน และทิศทางราคาน้ำมันดิบตลาดโลก หากฝนยังตกหนักจนกระทบการกรีดยาง ขณะที่ราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูงและจีนกลับมาเพิ่มคำสั่งซื้อ ตลาดมีโอกาสเห็นราคายางค่อย ๆ ปรับตัวขึ้นจากฐานปัจจุบัน

แต่ในทางกลับกัน หากสภาพอากาศคลี่คลายเร็ว ผลผลิตกลับเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ขณะที่จีนยังชะลอซื้อ การปรับขึ้นของราคาจะถูกจำกัด และตลาดอาจกลับเข้าสู่ภาวะ Sideway อีกครั้ง ภาพรวมจึงยังไม่ใช่สัญญาณ “ขาขึ้นเต็มตัว” แต่เป็นจังหวะของการ ฟื้นฐานราคา ที่ต้องรอแรงซื้อจากตลาดโลกเข้ามายืนยัน โดยเฉพาะจีน ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการชี้ว่าราคายางพารารอบนี้จะไปต่อ หรือกลับมาเผชิญแรงขายอีกครั้ง

มุมมองระยะสั้น ราคายางมีโอกาสปรับตัวดีขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อน แต่ยังอยู่ในกรอบผันผวน นักลงทุนควรจับตาข้อมูลคำสั่งซื้อจากจีน สถานการณ์ฝนและผลผลิตในประเทศ รวมถึงราคาน้ำมันดิบอย่างใกล้ชิด ขณะที่ผู้ประกอบการควรวางแผนบริหารสต๊อกและต้นทุนแบบทยอยซื้อ มากกว่าการเร่งสะสมล็อตใหญ่ในช่วงที่ตลาดยังขาดปัจจัยยืนยันขาขึ้นอย่างชัดเจน