
ดับฝัน “เคจฟรีฟาร์ม” นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ Cage-Free รายแรกของไทย
อวสาน “เคจฟรีฟาร์ม” นำเข้าพ่ดแม่พันธุ์ไก่ไข่ PS หมื่นตัว หวั่นผลิตไข่ทะลุ 8 แสนฟองต่อวัน ชี้ปริมาณสูงเมื่อเทียบกับขนาดตลาดไข่เคจฟรีที่ยังมีขนาดเล็กและมีความผันผวน หวั่นเปิดช่องรายอื่นขอนำเข้าตาม กระทบตลาดทั้งระบบ
KEY
POINTS
- กรมปศุสัตว์ตั้งข้อสังเกตต่อคำขอของบริษัทเคจฟรีฟาร์มในการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ โดยชี้ว่าแผนการตลาดยังไม่ชัดเจนและมีความเสี่ยงที่ผลผลิตจะล้นตลาด
- ปริมาณไข่ที่อาจผลิตได้สูงถึง 6-8 แสนฟองต่อวัน ถูกมองว่าอาจกระทบต่อเสถียรภาพราคาไข่ไก่โดยรวม หากตลาดไข่เคจฟรีไม่สามารถรองรับได้
- มีความกังวลว่าการอนุญาตอาจสร้างบรรทัดฐานให้ผู้ประกอบการรายอื่นขอนำเข้าตาม และเสนอให้ใช้พันธุ์ไก่ไข่ในประเทศซึ่งสามารถเลี้ยงแบบ Cage-Free ได้แทนการนำเข้า
แหล่งข่าวกรมปศุสัตว์ เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ในการพิจารณาคำขอของบริษัท เคจฟรีฟาร์ม จำกัด นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (PS) จำนวน 1 หมื่นตัว เพื่อผลิตไข่จากระบบการเลี้ยงแบบไม่ใช้กรง หรือ Cage-Free Parent Stock โดยที่ประชุมตั้งข้อสังเกตทั้งด้านแผนการตลาด ปริมาณผลผลิต ความเสี่ยงล้นตลาด และความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการรายอื่น
แผนตลาดยังไม่ชัด หวั่นไข่เคจฟรีล้นตลาด
ที่ประชุมให้น้ำหนักกับประเด็นแผนการตลาด โดยเห็นว่าแผนของบริษัท เคจฟรีฟาร์มฯ ยังขาดความชัดเจนและไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะตลาดกลุ่ม HORECA ได้แก่ โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยง ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะสามารถตัดสินใจซื้อไข่เคจฟรีได้โดยง่าย
ขณะเดียวกัน ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าตลาดเป้าหมายของบริษัทมุ่งเน้นตลาดภายในประเทศหรือตลาดส่งออก ทำให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการรองรับผลผลิตในระยะยาว
ประเด็นสำคัญคือ หากนำเข้า PS จำนวน 1 หมื่น ตัว จะสามารถผลิตลูกไก่ไข่ได้ประมาณ 1 ล้านตัว และเมื่อเข้าสู่ระยะให้ผลผลิต อาจมีไข่ประมาณ 600,000-800,000 ฟองต่อวัน ซึ่งที่ประชุมมองว่าเป็นปริมาณสูงเมื่อเทียบกับขนาดตลาดไข่เคจฟรีที่ยังมีขนาดเล็กและมีความผันผวน หากตลาดไม่สามารถดูดซับผลผลิตได้ ไข่ส่วนเกินมีแนวโน้มถูกนำกลับเข้าสู่ตลาดไข่ไก่ทั่วไป ซึ่งอาจเพิ่มปริมาณไข่ในระบบโดยรวม และกระทบต่อเสถียรภาพราคาไข่ไก่ของประเทศ
ไข่แยกยาก หวั่นเคจฟรีปะปนตลาดทั่วไป
อีกหนึ่งข้อกังวลคือ ไข่ไก่จากระบบเคจฟรีมีลักษณะภายนอก โดยเฉพาะสีเปลือกไข่ ที่ไม่แตกต่างจากไข่ไก่จากระบบการเลี้ยงแบบกรงอย่างชัดเจน จึงเป็นข้อจำกัดในการตรวจสอบและติดตามว่าไข่ที่ผลิตขึ้นถูกจำหน่ายในฐานะไข่เคจฟรีตามที่กล่าวอ้างจริงหรือไม่ ที่ประชุมยังพิจารณาถึงความสอดคล้องของเหตุผลในการขอนำเข้า PS โดยก่อนหน้านี้บริษัทเคยชี้แจงเหตุผลเกี่ยวกับการขอโควตาเพื่อสนับสนุนเกษตรกรรายย่อย แต่เหตุผลในปัจจุบันมุ่งดำเนินธุรกิจเพื่อประโยชน์ของบริษัทเองในระบบเคจฟรี จึงเกิดข้อสังเกตต่อวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการขอนำเข้าเพิ่มเติม
ชี้ช่องไม่ต้องนำเข้าเพิ่ม ใช้พันธุ์ในประเทศได้
ที่ประชุมยังเสนอทางเลือกอื่นแทนการนำเข้า PS เพิ่ม โดยบริษัทสามารถจัดซื้อพันธุ์สัตว์จากผู้ประกอบการไก่ไข่พันธุ์ในประเทศ และขอให้ Egg Board พิจารณาการยืดอายุการให้ผลผลิตของ PS จากเดิม 72 สัปดาห์ออกไป หากมีความเหมาะสม นอกจากนี้ ไก่ไข่สายพันธุ์ทางการค้าที่ผลิตภายในประเทศสามารถนำมาเลี้ยงในระบบ Cage-Free ได้ จึงเป็นอีกแนวทางที่สามารถรองรับการขยายตลาดไข่เคจฟรี โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มการนำเข้า PS จากต่างประเทศ
หวั่นเปิดช่องรายอื่นขอนำเข้าตาม กระทบตลาดทั้งระบบ
อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการรายอื่น หากอนุญาตให้นำเข้า PS เพิ่มเติมนอกเหนือจากโควตาที่กำหนด อาจสร้างบรรทัดฐานให้ผู้ประกอบการรายอื่นใช้เหตุผลในลักษณะเดียวกันเพื่อขอนำเข้าเพิ่มเติมสถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นเกินความต้องการของตลาด และส่งผลต่อภารกิจของภาครัฐในการบริหารจัดการอุปทาน รวมถึงการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ในภาพรวม







