thansettakij
thansettakij
อินโดรามาฯ ผนึกพันธมิตร ลุย PET รีไซเคิล 400 ล้านขวดต่อปี

อินโดรามาฯ ผนึกพันธมิตร ลุย PET รีไซเคิล 400 ล้านขวดต่อปี

19 ส.ค. 69 | 09:21 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ส.ค. 69 | 09:21 น.

อินโดรามา เวนเจอร์ส ผนึกซันโทรี่-อิวาตานิ นำเทคโนโลยี Flake-to-Preform™ ผลิตพรีฟอร์ม PET รีไซเคิลเชิงพาณิชย์ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดกำลังผลิตเทียบเท่าขวด PET 400 ล้านขวดต่อปี เริ่มส่งมอบปี 2571

KEY

POINTS

  • อินโดรามา เวนเจอร์ส ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำอย่าง ซันโทรี, ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค และอิวาตานิ เพื่อผลักดันการใช้บรรจุภัณฑ์ PET รีไซเคิลในเชิงพาณิชย์
  • นำเทคโนโลยีรีไซเคิล Flake-to-Preform™ (FtoP) ซึ่งเป็นสิทธิบัตรเฉพาะ มาใช้เป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • ตั้งเป้าผลิตพรีฟอร์ม PET รีไซเคิลเทียบเท่าขวด 400 ล้านขวดต่อปี โดยจะเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป

บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ผ่านกลุ่มธุรกิจ Indovida ด้วยการจับมือ บริษัท ซันโทรี โฮลดิ้งส์ จำกัด บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท อิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด นำบรรจุภัณฑ์ PET หมุนเวียนเชิงพาณิชย์เข้ามาใช้ในประเทศไทย ตอกย้ำบทบาทด้านโซลูชันบรรจุภัณฑ์หมุนเวียนของอินโดรามา เวนเจอร์ส

ความร่วมมือดังกล่าวจะนำเทคโนโลยีรีไซเคิลโดยตรงจากเกล็ดพลาสติกสู่พรีฟอร์ม หรือ Flake-to-Preform™ (FtoP) มาใช้ในประเทศไทยผ่านบริษัท อินโดวิดา (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่ก่อตั้งโดยอินโดรามา เวนเจอร์ส และอิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น โดยพัฒนาร่วมกับซันโทรี่และพันธมิตรอีก 3 แห่ง รวมถึงบริษัท เคียวเอ อินดัสทรีส์ (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัทรีไซเคิลจากประเทศญี่ปุ่น

เทคโนโลยี FtoP ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร สามารถผลิตพรีฟอร์ม PET ได้โดยตรงจากขวด PET รีไซเคิล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรีไซเคิลควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และนับเป็นการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จ่อผลิตเทียบเท่า 400 ล้านขวด/ปี

โครงการดังกล่าวคาดว่าจะสามารถผลิตพรีฟอร์ม PET รีไซเคิลในปริมาณเทียบเท่ากับขวด PET ประมาณ 400 ล้านขวดต่อปี โดยจะเริ่มจัดส่งพรีฟอร์มให้แก่ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) ตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นการเสริมขีดความสามารถด้านบรรจุภัณฑ์หมุนเวียนของอินโดรามา เวนเจอร์สในประเทศไทย และสร้างแพลตฟอร์มเพื่อต่อยอดโอกาสในอนาคตทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อินโดรามา เวนเจอร์ส ระบุว่า การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมความแข็งแกร่งให้กับแพลตฟอร์มธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรผ่านกลุ่มธุรกิจ Indovida โดยผสานความเชี่ยวชาญด้าน PET, PET รีไซเคิล และการผลิตบรรจุภัณฑ์ เข้ากับเทคโนโลยีที่มีความแตกต่างและความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ตอกย้ำกลยุทธ์การเติบโต IVL 2.0 พร้อมสนับสนุนความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนของลูกค้า

ทั้งนี้ พันธมิตรแต่ละรายนำความเชี่ยวชาญที่เสริมกันตลอดห่วงโซ่คุณค่าของบรรจุภัณฑ์มาร่วมในโครงการ โดยอินโดรามา เวนเจอร์สสนับสนุนความเชี่ยวชาญด้าน PET รีไซเคิล การบูรณาการด้านวัสดุ และการผลิตบรรจุภัณฑ์ ขณะที่ซันโทรีนำเทคโนโลยี FtoP และองค์ความรู้ด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในประเทศญี่ปุ่นมาร่วมดำเนินงาน

ส่วนอิวาตานินำความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรม รวมถึงความร่วมมือที่มีมาอย่างยาวนานกับซันโทรี ขณะที่ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จะเป็นลูกค้าเชิงพาณิชย์รายแรกของอินโดรามา เวนเจอร์สที่นำพรีฟอร์ม PET รีไซเคิลจากโครงการนี้ไปใช้

ผนึกห่วงโซ่ PET ดันเศรษฐกิจหมุนเวียน

นายจุน อาซากิ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืน ซันโทรี่ โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า การนำเทคโนโลยี FtoP มาใช้ในประเทศไทยถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายการใช้ขวด PET ที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของกลุ่มบริษัทซันโทรี่ โดยมุ่งส่งเสริมการใช้ขวด PET เป็นโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนในประเทศไทยและทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลาย เพื่อมีส่วนช่วยสร้างสังคมหมุนเวียนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นายจุน อาซากิ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืน ซันโทรี่ โฮลดิ้งส์

ด้านนายเคนจิ โมโตโอริ กรรมการบริษัท อิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า บริษัทจะสนับสนุนโครงการผ่านบริษัทร่วมทุนกับอินโดรามา เวนเจอร์ส เพื่อสร้างความมั่นใจในการจัดหาพรีฟอร์ม PET รีไซเคิลคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่องและเชื่อถือได้ พร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อมีส่วนช่วยสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน

นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส

ขณะที่นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับเคมีภัณฑ์เพื่ออนาคตที่มีความหมุนเวียนมากขึ้น ด้วยการผลักดันบรรจุภัณฑ์ PET หมุนเวียนในประเทศไทยและระดับสากล ผ่านการผสานห่วงโซ่คุณค่า PET แบบครบวงจร เทคโนโลยีรีไซเคิลระดับโลก และพันธมิตรในอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันของพันธมิตรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยการเพิ่มการใช้ PET รีไซเคิล เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และลดการพึ่งพาวัสดุที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยมุ่งแสดงให้เห็นว่าความร่วมมือตลอดห่วงโซ่คุณค่าสามารถช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่โซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนมากขึ้นได้