thansettakij
thansettakij
เปิดเวทีเดือด ลุยแจงข้อเท็จจริง ‘อ่างเก็บน้ำวังโตนด’ 18 ส.ค.นี้

เปิดเวทีเดือด ลุยแจงข้อเท็จจริง ‘อ่างเก็บน้ำวังโตนด’ 18 ส.ค.นี้

17 ส.ค. 69 | 08:54 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ส.ค. 69 | 09:58 น.

เปิดเวทีเดือด ลุยแจงข้อเท็จจริง ’อ่างวังโตนด’ 18 ส.ค.นี้ ฝ่ายหนุนโต้กระแสค้าน ย้ำชาวบ้านพื้นที่ 80-90% ต้องการแหล่งน้ำ ชี้จิ๊กซอว์สุดท้ายสร้างมั่นคงภาคเกษตร รับการจัดสรรน้ำส่วนเกินป้อน EEC ดันเศรษฐกิจโต

KEY

POINTS

  • วันที่ 18 ส.ค. จะมีการจัดเวทีชี้แจงข้อเท็จจริงโครงการอ่างเก็บน้ำวังโตนด เพื่อแก้ปัญหาข้อมูลที่สับสนและกระแสคัดค้านบนโซเชียลมีเดีย
  • กลุ่มประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่จะรวมตัวกันเพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนโครงการ โดยชี้ว่าจำเป็นต่อความมั่นคงด้านน้ำเพื่อการเกษตร
  • หน่วยงานภาครัฐระบุว่าผู้คัดค้านส่วนใหญ่เป็นคนนอกพื้นที่ และจะใช้เวทีนี้ชี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึงประเด็นผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ผ่าน EHIA แล้ว

ผศ.เจริญ ปิยารมย์ ประธานคณะทำงานลุ่มน้ำวังโตนด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนด จังหวัดจันทบุรี ภายหลัง ครม.มีมติเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 วงเงินงบประมาณ 7,200 ล้านบาทความจุน้ำ ประมาณ 99.50 ล้านลูกบาศก์เมตรพื้นที่รับประโยชน์สนับสนุนพื้นที่ชลประทานประมาณ 87,700 ไร่ ซึ่งในมุมของเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ ถือเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง เพราะปัญหาน้ำเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงในอาชีพของชาวสวน โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจผลไม้ที่ต้องพึ่งพาน้ำอย่างต่อเนื่อง

ผศ.เจริญ ปิยารมย์ ประธานคณะทำงานลุ่มน้ำวังโตนด

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกลับพบว่ามีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโครงการผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในหลายมิติ จนเกิดความสับสนและความเข้าใจที่แตกต่างกันในวงกว้าง

ซัดกระแสค้าน “สงครามโซเชียล” คนนอกพื้นที่

ส่วนกระแสคัดค้านที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของ “วาทกรรม” และ “สงครามโซเชียล” โดยสามารถแบ่งกลุ่มผู้เห็นต่างออกได้เป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มชาวสวนที่มองว่าสามารถพึ่งพาตัวเองด้านน้ำได้ กลุ่มผู้ที่ไม่ได้ประกอบอาชีพทำสวนแต่มีการเคลื่อนไหวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และกลุ่มที่คัดค้านโครงการมาตั้งแต่ต้น เช่น มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

“คนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นคนนอกพื้นที่ที่เข้ามาปลุกระดม และมีการรับลูกต่อจากกลุ่มที่ไม่ได้รับความเดือดร้อนจริง ไม่ได้อยู่ในสภาวะขาดแคลนน้ำอย่างหนักเหมือนชาวบ้านส่วนใหญ่”

พร้อมระบุว่า ยังมีการนำประเด็นอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับโครงการมาปะปน ทั้งเรื่องทุนจีนสีเทา หรือปัญหาน้ำเสียในพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับการบริหารจัดการน้ำของลุ่มน้ำวังโตนด และอาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อโครงการ

EEC กลายเป็น “โอกาส” สร้างหลักประกันน้ำภาคเกษตร

ผศ.เจริญ มองว่า ในเชิงเศรษฐกิจและการบริหารจัดการน้ำ การสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อภาคเกษตรกรรมเพียงอย่างเดียวเป็นเรื่องที่ผลักดันได้ยาก แต่เมื่อโครงการมีเงื่อนไขเรื่องการบริหารจัดสรรน้ำส่วนเกินไปสนับสนุนพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC จึงกลายเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยให้โครงการได้รับการผลักดัน ความมั่นคงที่ดีที่สุดของชาวสวนคือการมีอ่างเก็บน้ำ หากไม่มีประโยชน์จะสร้างไปทำไม เราเดินเรื่องขอแหล่งกักเก็บน้ำมาโดยตลอด เพื่อให้พวกเรามีความมั่นคงในอาชีพ”

ทั้งนี้ ในวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. กลุ่มประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการเตรียมรวมตัวกันที่ ที่ว่าการอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนด

“เราต้องการแสดงให้เห็นว่า คนที่ต้องการโครงการนี้ก็มีเสียงเหมือนกัน ไม่ใช่มีแต่เสียงคัดค้านอย่างเดียวที่ปรากฏในสื่อ เราไม่ใช่พวกอีแอบ ความจริงเป็นอย่างไรพรุ่งนี้จะได้รู้กัน” ผศ.เจริญกล่าว

 

ชลประทานยัน 80-90% ชาวบ้านหนุน

นายวุฒิชัย นรสิงห์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจันทบุรี กรมชลประทาน

ด้าน นายวุฒิชัย นรสิงห์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจันทบุรี กรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่และติดตามข้อมูลในพื้นที่อย่างต่อเนื่องกว่า 5 ปี พบว่าประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ประมาณ 80-90% เห็นด้วยและต้องการให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด เนื่องจากต้องการแหล่งน้ำที่มั่นคงสำหรับภาคการเกษตรและการผลิตผลไม้เพื่อการส่งออก

สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด เป็นส่วนหนึ่งของมติ ครม. เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2552 ซึ่งอนุมัติให้กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำวังโตนดจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำคลองพวาใหญ่ อ่างเก็บน้ำคลองหางแมว และอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้จังหวัดจันทบุรี โดยมีเงื่อนไขสำคัญว่า หากมีน้ำส่วนเกินในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม สามารถแบ่งปันน้ำส่วนเกินได้ไม่เกินปีละ 70 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อนำไปเติมอ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง สำหรับการอุปโภคบริโภคและรองรับการพัฒนาพื้นที่ EEC

เหลือ “อ่างวังโตนด” จิ๊กซอว์สุดท้าย

ปัจจุบันกรมชลประทานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำในโครงข่ายดังกล่าวแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำคลองพวาใหญ่ อ่างเก็บน้ำคลองหางแมว และอ่างเก็บน้ำคลองประแกด ซึ่งก่อสร้างเพิ่มเติมภายหลัง โดยมีความจุรวมประมาณ 200 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือเพียงอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดที่ยังไม่ได้ก่อสร้าง

แผนที่พัฒนาลุ่มน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี

นายวุฒิชัย ระบุว่า อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดมีความจุประมาณ 99.50 ล้านลูกบาศก์เมตร หากก่อสร้างแล้วเสร็จ จะทำให้ระบบอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำวังโตนดมีความจุรวมประมาณ 300 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้กับพื้นที่เกษตรกรรม เฉพาะลุ่มน้ำวังโตนดมีความต้องการใช้น้ำประมาณ 80 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

ขณะที่น้ำจากระบบยังสามารถบริหารจัดการเพื่อช่วยเหลือพื้นที่อำเภอสอยดาวและลุ่มน้ำจันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ผลิตผลไม้เศรษฐกิจและผลไม้ส่งออกที่สำคัญของประเทศ ส่วนการผันน้ำไปยังพื้นที่อื่นจะดำเนินการผ่านสถานีสูบน้ำบริเวณตำบลสามพี่น้อง อำเภอแก่งหางแมว ซึ่งก่อสร้างแล้วตั้งแต่ปี 2557 โดยหลักการจะสูบเฉพาะน้ำส่วนเกินในช่วงฤดูฝน และต้องดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์และความเห็นชอบของคณะกรรมการลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก

เร่งดันเข้า ครม. หวั่น EHIA หมดอายุ

ประเด็นที่ถูกจับตาอีกด้านคือ EHIA หรือรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โดยนายวุฒิชัย ระบุว่า รายงานของโครงการผ่านการอนุมัติจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ตั้งแต่ปี 2564 และมีอายุ 5 ปี ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องเร่งผลักดันโครงการเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ ครม. ภายในกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้ผลการศึกษาและงบประมาณที่ใช้ดำเนินการเกือบ 50 ล้านบาท ต้องสูญเปล่า และต้องกลับไปเริ่มกระบวนการศึกษาใหม่

ส่วนข้อกังวลเรื่องพื้นที่ป่า นายวุฒิชัยระบุว่า พื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำวังโตนดอยู่ในพื้นที่ประมาณ 12,000 ไร่ ซึ่งต้องพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ใน EHIA พร้อมยกประสบการณ์จากอ่างเก็บน้ำ 3 แห่งที่ก่อสร้างแล้วว่า สามารถเป็นแหล่งน้ำและแหล่งอาหารให้กับช้างป่าได้ ขณะที่แนวเขื่อนยังสามารถทำหน้าที่เป็นแนวแบ่งพื้นที่ระหว่างแหล่งน้ำกับพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชนได้ด้วย

สทนช.ชี้ “น้ำ” ตัวแปร GDP-ลงทุน EEC

นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)

ด้าน นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และโฆษก สทนช. กล่าวว่า โครงการอ่างเก็บน้ำวังโตนดเป็นส่วนหนึ่งของแผนบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำย่อยวังโตนดที่ดำเนินการต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี โดยเป้าหมายหลักคือการสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ภาคเกษตรกรรมในพื้นที่ ก่อนบริหารจัดสรรน้ำส่วนเกินไปยังพื้นที่อื่น จากแผนงานทั้งหมด 4 อ่าง ปัจจุบันก่อสร้างแล้ว 3 อ่าง เหลืออ่างเก็บน้ำวังโตนดเป็นโครงการสุดท้ายที่อยู่ระหว่างการผลักดันตามมติ ครม.

“น้ำ” ไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยของภาคเกษตร แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญต่อเศรษฐกิจและการลงทุน โดยเฉพาะพื้นที่ EEC ที่ต้องรองรับการลงทุนใหม่ เช่น Data Center และอุตสาหกรรมสมัยใหม่ และถ้าใน EEC น้ำไม่พอจะไปต่อได้อย่างไร นักลงทุนทั้งไทย ต่างชาติ ญี่ปุ่น และจีน ต่างต้องการความมั่นคงด้านทรัพยากร ที่สำคัญการบริหารจัดการน้ำจำเป็นต้องเดินหน้าภายใต้ระบบกฎหมาย คณะกรรมการลุ่มน้ำ และกระบวนการด้านสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งประชาชนและนักลงทุน"

แจงปมสิ่งแวดล้อม-ช้างป่า ย้ำผ่านกระบวนการ EHIA

สำหรับข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อม นายไพฑูรย์ระบุว่า โครงการได้ผ่านกระบวนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ EHIA รวมถึงผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านป่าไม้และสัตว์ป่าร่วมพิจารณา ขณะเดียวกัน ประเด็นผลกระทบต่อช้างป่ายังเป็นเรื่องที่ต้องบริหารจัดการควบคู่กันไป โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าจะดำเนินการตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่าที่กำหนดไว้ ในส่วนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ เนื่องจากพื้นที่บางส่วนเป็นที่ดินของรัฐและพื้นที่ป่าสงวน จึงจะใช้แนวทางการจ่ายค่าชดเชยทดแทนตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยหลังจากนี้จะประสานหน่วยงานเจ้าของพื้นที่เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

18 ส.ค. เปิดเวทีชี้แจง ดับปมดราม่าอ่างวังโตนด

ทั้งนี้ สทนช. และกรมชลประทานมีกำหนดลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีในวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการ รับฟังข้อคิดเห็น และตอบข้อซักถามจากประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ขณะที่กลุ่มประชาชนผู้ได้รับประโยชน์เตรียมรวมตัวแสดงจุดยืนสนับสนุนโครงการในช่วงเช้า ซึ่งการเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงถูกจับตาว่าจะเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการเปิดข้อมูลสองด้าน ระหว่าง “ความมั่นคงน้ำเพื่อเกษตรกร” กับ “ข้อกังวลด้านป่าไม้และสัตว์ป่า” หลังประเด็นอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดถูกขยายวงกว้างในโลกออนไลน์

สำหรับจันทบุรี ซึ่งเป็นฐานการผลิตผลไม้เศรษฐกิจและผลไม้ส่งออก การเดินหน้าโครงการจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการสร้างอ่างเก็บน้ำ แต่เกี่ยวพันถึงโจทย์ใหญ่ของประเทศทั้ง ความมั่นคงด้านน้ำ ภาคเกษตร การส่งออกผลไม้ การจัดสรรน้ำระหว่างพื้นที่ และความเชื่อมั่นการลงทุนใน EEC ซึ่งสุดท้ายแล้วการตัดสินใจจะต้องเดินควบคู่ทั้งมิติการพัฒนาเศรษฐกิจและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน