thansettakij
thansettakij
ศึกข้าวโพดเดือด  สภาเกษตรกรฯ ยืนราคา 7.50 บาท ค้านนำเข้าสหรัฐฯ

ศึกข้าวโพดเดือด สภาเกษตรกรฯ ยืนราคา 7.50 บาท ค้านนำเข้าสหรัฐฯ

สภาเกษตรกรฯ ยืนกรานราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้น 30% ต้องไม่ต่ำกว่า 7.50 บาท/กก. ชี้ข้อมูลผลผลิตของ สศก. ไม่สะท้อนสถานการณ์จริงจากภัยแล้ง ต้นทุนพุ่ง และแมลงระบาด พร้อมค้านนำเข้าข้าวโพดสหรัฐฯ หวั่นกระทบราคาผลผลิตในประเทศ

KEY

POINTS

  • สภาเกษตรกรฯ ยืนกรานให้กำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (ความชื้น 30%) ไม่ต่ำกว่า 7.50 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่แท้จริงสูงขึ้น
  • คัดค้านการนำเข้าข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม (GMO) จากสหรัฐอเมริกา เพราะกังวลว่าจะส่งผลกระทบให้ราคาผลผลิตในประเทศตกต่ำ
  • เสนอให้กำหนดราคารับซื้อเป็นราคาเดียวรวมทุกเกรด เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยได้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรม

ศึกราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีการผลิต 2569/70 กำลังร้อนระอุ ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนการผลิตที่พุ่งต่อเนื่องจากราคาปุ๋ยและน้ำมัน ผลกระทบจากภัยแล้งที่ฉุดผลผลิต รวมถึงปัจจัยเสี่ยงใหม่จากการเปิดนำเข้าข้าวโพดสหรัฐฯ ที่ภาคเกษตรหวั่นจะซ้ำเติมราคาผลผลิตในประเทศช่วงฤดูเก็บเกี่ยว แม้ภาครัฐจะวางเงื่อนไขให้ผู้นำเข้าต้องรับซื้อข้าวโพดในประเทศควบคู่กับการนำเข้า 

แต่คำถามสำคัญยังอยู่ที่การบังคับใช้มาตรการจะเข้มข้นเพียงใด และจะสามารถป้องกันไม่ให้ราคาข้าวโพดไทยถูกกดต่ำกว่าต้นทุนได้จริงหรือไม่ ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากสภาเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์ที่ยืนกรานให้กำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้น 30% ไม่ต่ำกว่า 7.50 บาทต่อกิโลกรัมในฤดูการผลิตนี้

ศึกข้าวโพดเดือด  สภาเกษตรกรฯ ยืนราคา 7.50 บาท ค้านนำเข้าสหรัฐฯ
นายเทพ เพียมะลัง ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์ และกรรมการคณะนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) เปิดเผยกับ“ฐานเศรษฐกิจ” ถึงความคืบหน้าการหารือกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูการผลิตปี 2569/70 ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ เนื่องจากการประชุมเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทางสภาเกษตรกรฯ ยังคงยืนยันให้คงราคารับซื้อที่ 7.50 บาทต่อกิโลกรัม ที่ความชื้น 30% 

ชี้ตัวเลขผลผลิตสูงเกินจริง สวนวิกฤตเอลนีโญ

ขณะที่ข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ประเมินต้นทุนเฉลี่ยทั้งประเทศที่ความชื้น 14.5% ไว้ที่ 7.30 บาทต่อกิโลกรัม แต่เมื่อคำนวณที่ความชื้น 30% กลับประเมินไว้เพียง 5.60 บาทต่อกิโลกรัม โดย สศก. อ้างเหตุผลว่า ผลผลิตต่อไร่จะเพิ่มขึ้นจากเดิมกว่า 700 กิโลกรัม เป็น 805 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงเพราะผลผลิตปี 2569 ยังไม่เริ่มเก็บเกี่ยว

สถานการณ์ข้าวโพดในประเทศไทย ฤดูการผลิต  2569/ 70

“ขณะที่ต้นทุนเกษตรกรจริงในพื้นที่เพชรบูรณ์อยู่ที่ประมาณ 6.70 บาทต่อกิโลกรัม จากภาระค่าปุ๋ยและน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงภาวะเอลนีโญและสภาพอากาศแปรปรวนทำให้เมล็ดข้าวโพดมีขนาดเล็ก ประกอบกับการระบาดของหนอนและแมลงศัตรูพืชที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่มีแนวโน้มลดลงมากกว่าจะเพิ่มขึ้น”

นอกจากประเด็นราคาแล้ว นายเทพยังสะท้อนถึงความไม่เป็นธรรมในการกำหนดราคารับซื้อในแต่ละจังหวัด โดยพบว่าพื้นที่ที่อยู่ห่างจากโรงงานกลับถูกกดราคาให้ต่ำลง ทั้งที่มีต้นทุนค่าขนส่งสูงกว่า เช่น เพชรบูรณ์อาจได้ราคา 7.10 บาท แต่เชียงใหม่หรือเชียงรายเหลือเพียง 6 บาทกว่า ซึ่งขัดกับหลักเศรษฐศาสตร์ทั่วไปที่ยิ่งขนส่งไกลราคายิ่งต้องแพง พร้อมกันนี้ได้เสนอให้ทบทวนการแบ่งเกรดข้าวโพด (เบอร์ 2, 3, 4) โดยขอให้เปลี่ยนเป็นราคารวมเกรด เนื่องจากในทางปฏิบัติเกษตรกรรายย่อยไม่สามารถเข้าถึงราคาเกรดสูงสุดได้ ทำให้เสียประโยชน์อย่างมาก

ค้านนำข้าวโพดจีเอ็มโอ

สำหรับกรณีการนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ นายเทพ ระบุ ไม่เห็นด้วยกับการนำเข้าข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม (GMO) จากสหรัฐอเมริกา โดยให้เหตุผลว่า ทุกครั้งที่มีการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศ ราคาข้าวโพดภายในประเทศจะปรับตัวลดลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด
นอกจากนี้ ยังเสนอให้คณะอนุกรรมการด้านยุทธศาสตร์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กำหนดเป้าหมายการผลิตข้าวโพดที่ประเทศยังขาดแคลนทั้งหมด ให้เป็นยุทธศาสตร์หลักในการส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ เพื่อให้ปริมาณผลผลิตสอดคล้องกับความต้องการใช้ของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์

ชงประกันราคารับซื้อทุกเบอร์ราคาเดียว

อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญ คือ กำหนดราคารับซื้อขั้นต่ำ ณ ลานรับซื้อในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 7.50 บาทต่อกิโลกรัม ที่ความชื้น 30% และไม่กำหนดเงื่อนไขเบอร์รับซื้อ เพื่อให้เกษตรกรได้รับราคาดังกล่าวอย่างแท้จริงพร้อมกันนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐจัดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเช่นเดียวกับพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเพาะปลูก และยกระดับข้าวโพดให้เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้อย่างมั่นคงแก่เกษตรกรไทย
อย่างไรก็ดี ปีนี้ผู้ประกอบการ 28 บริษัท ที่ยื่นขอโควตานำเข้าภายใต้กรอบ WTO จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการรับซื้อข้าวโพดในประเทศในสัดส่วน 3 ส่วน ต่อการนำเข้า 1 ส่วน พร้อมจัดเก็บหลักฐานการรับซื้อจากเกษตรกร ทั้งทะเบียนเกษตรกรและบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งเป็นมาตรการที่เริ่มบังคับใช้เป็นปีแรก และคาดว่าจะช่วยให้ภาครัฐสามารถตรวจสอบปริมาณการรับซื้อและผลผลิตข้าวโพดในประเทศได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,223 วันที่ 2 - 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569