thansettakij
thansettakij
ราคาปาล์มพุ่ง อินโดฯ ดัน B50 จำกัดส่งออก ดัน CPO ไทยขาขึ้น

ราคาปาล์มพุ่ง อินโดฯ ดัน B50 จำกัดส่งออก ดัน CPO ไทยขาขึ้น

30 ก.ค. 69 | 08:32 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ก.ค. 69 | 08:53 น.

ราคาปาล์มน้ำมันมีแนวโน้มขาขึ้น หลังอินโดนีเซียดันนโยบาย B50 ควบคู่จำกัดการส่งออกและเผชิญผลกระทบเอลนีโญ ดันราคา CPO ไทยพุ่ง ผู้ประกอบการจับตาสต็อกปาล์มและต้นทุน B100 หวั่นกระทบราคาพลังงานและผู้บริโภค

KEY

POINTS

  • อินโดนีเซียมีนโยบายผลักดันการใช้ไบโอดีเซล B50 และจำกัดการส่งออกน้ำมันปาล์ม ทำให้ปริมาณในตลาดโลกตึงตัว
  • ปัจจัยจากอินโดนีเซียประกอบกับผลกระทบจากเอลนีโญ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น
  • ประเทศไทยได้รับอานิสงส์ ทำให้สามารถส่งออกน้ำมันปาล์มได้ในราคาที่ดีขึ้น ส่งผลให้ราคาผลปาล์มในประเทศขยับสูงขึ้นตามไปด้วย

แหล่งข่าวจากโรงสกัดน้ำมันปาล์ม เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ปัจจุบันมีความกังวลต่อสถานการณ์ตลาดปาล์มน้ำมันโลก โดยเฉพาะผลกระทบจากภาวะเอลนีโญที่กระทบพื้นที่เพาะปลูกในอินโดนีเซียและภาคใต้ของไทย ขณะที่อินโดนีเซียยังเผชิญปัจจัยภายในหลายด้าน

ไทยส้มหล่น อินโดฯจำกัดส่งออก ดัน B50 สะเทือนตลาดโลก

ทั้งการผลักดันนโยบายเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซลเป็น B50 และมาตรการจำกัดการส่งออก ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้ผลิตลดลง และภาคการส่งออกมีความไม่แน่นอนแม้ว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะปรับลดลง แต่ราคาน้ำมันปาล์มดิบกลับปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาปาล์มน้ำมันของไทยขยับสูงขึ้นตาม เนื่องจากสามารถส่งออกได้ในราคาที่ดี

แหล่งข่าวกล่าวว่า ต้องชื่นชมทุกภาคส่วนที่ร่วมกันบริหารจัดการให้มีการใช้น้ำมันดีเซล B7 อย่างต่อเนื่อง เพราะช่วยเพิ่มการใช้ปาล์มน้ำมันภายในประเทศ ทำให้ราคาภายในประเทศอยู่ในระดับสูงกว่าราคาส่งออกเล็กน้อย ลดการพึ่งพาตลาดส่งออก และเป็นผลดีต่อเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน แม้อาจส่งผลต่อต้นทุนของผู้บริโภคบางส่วนก็ตาม

จับตาวิกฤตสต็อกปาล์ม ต่ำกว่า 3 แสนตัน 

สำหรับประเด็นสต็อกน้ำมันปาล์ม เห็นว่าหากผลผลิตลดลง ขณะที่ยังคงใช้นโยบาย B7 ในระดับเดิม และปริมาณสต็อกลดลงต่ำกว่า 300,000 ตัน หรืออยู่ในช่วงประมาณ 240,000-250,000 ตัน ยังสามารถบริหารจัดการได้ในช่วงที่ราคาปรับตัวเป็นขาขึ้น แต่หากทิศทางราคาเปลี่ยนเป็นขาลง จำเป็นต้องทบทวนระดับสต็อกที่เหมาะสมและแนวทางบริหารจัดการร่วมกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งระบบ
ด้านข้อมูลการใช้ปาล์มน้ำมันในเดือนกรกฎาคม 2569 พบว่า ความต้องการใช้ภายในประเทศอยู่ที่ 241,000 ตันต่อเดือน ทรงตัวจากเดือนก่อน แบ่งเป็นการบริโภคและใช้ในภาคอุตสาหกรรม 125,000 ตัน และการใช้ในภาคพลังงานผ่านน้ำมันดีเซล B7 และ B20 อีก 116,000 ตัน
ส่วนแผนการส่งออก ผู้ประกอบการทั้งโรงสกัด โรงกลั่น และคลังรับฝาก ได้รับแจ้งแผนการส่งออกน้ำมันปาล์มตามสัญญาซื้อขายในเดือนกรกฎาคม 2569 คิดเป็นปริมาณน้ำมันปาล์มดิบ 71,371 ตัน

จับตาวิกฤตสต็อกปาล์ม ต่ำกว่า 3 แสนตัน 

ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันไบโอดีเซล B100 สูงกว่าน้ำมันดีเซลพื้นฐาน (B0) ถึง 1.7 เท่า หรือสูงกว่าประมาณ 70% หากราคา B100 ปรับตัวสูงขึ้นอีกจนเข้าเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) กำหนด ก็อาจมีการพิจารณาปรับลดสัดส่วนการผสมน้ำมันไบโอดีเซล เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลพื้นฐานปรับลดลงค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันที่จำหน่ายน้ำมันตามนโยบายดังกล่าวประมาณ 1,100 แห่ง และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้ อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่ากังวลคือระดับราคาของ B100 ที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่นโยบายส่งเสริมการใช้ B20 อยู่ระหว่างการพิจารณาประกาศใช้ โดยทุกฝ่ายเห็นพ้องให้นำน้ำมันปาล์มซึ่งเป็นพลังงานที่ผลิตได้ภายในประเทศมาใช้เพิ่มขึ้น แต่ต้องสร้างสมดุลระหว่างการยกระดับรายได้เกษตรกรกับการดูแลผลกระทบต่อต้นทุนของผู้บริโภคและภาคขนส่งอย่างเหมาะสม