
จับตา 3 ส.ค. เปิดวาระร้อน บอร์ดประมง ปมปูม้า-เครื่องมือประมง-เรือนอกระบบ
3 ส.ค. วัดใจ บอร์ดประมง เปิดศึกถก 3 ปมร้อน "ปูม้า-เครื่องมือประมง-เรือนอกระบบ" ท่ามกลางแรงกดดันจากทุกฝ่าย จับตาผลประชุมจะคลี่คลายความขัดแย้งหรือจุดชนวนรอบใหม่
KEY
POINTS
- บอร์ดประมงเตรียมพิจารณาร่างกฎหมายควบคุมขนาดและปริมาณปูม้าที่ห้ามจับหรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชาวประมง
- มีวาระพิจารณาข้อกำหนดเกี่ยวกับประเภทเครื่องมือประมงที่ห้ามใช้ และหลักเกณฑ์การดัดแปลงเครื่องมือ
- กำหนดหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของเรือประมงที่จะนำออกจากระบบ เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน
แหล่งข่าวจากแวดวงประมง เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2569 ในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ มีวาระสำคัญหลายเรื่อง โดยเฉพาะการพิจารณาร่างกฎหมายลำดับรองตามพระราชกำหนดการประมงฉบับแก้ไข ซึ่งจะเป็นกติกาสำคัญที่มีผลต่อการประกอบอาชีพของชาวประมงในอนาคต
กฎหมายปูม้าร้อนฉ่า เสี่ยงผิด แม้จับได้โดยไม่ตั้งใจ
ประเด็นที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ คือ ร่างประกาศกำหนดขนาดและปริมาณปูม้าที่ห้ามจับหรือมีไว้ในครอบครอง โดยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากภาคประมงว่า แนวทางดังกล่าวอาจสร้างปัญหาในการบังคับใช้ เนื่องจากปูม้าขนาดเล็กสามารถติดเครื่องมือประมงขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ และเมื่อสัตว์น้ำตายแล้ว ชาวประมงไม่สามารถปล่อยกลับคืนทะเลได้ หากกฎหมายกำหนดให้การครอบครองถือเป็นความผิด อาจกลายเป็นภาระและเปิดช่องให้เกิดข้อพิพาทในการบังคับใช้กฎหมาย
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเตรียมพิจารณา ร่างประกาศกำหนดประเภทเครื่องมือประมงที่ห้ามใช้หรือห้ามมีไว้ในครอบครอง รวมถึงหลักเกณฑ์การขอแก้ไขใบอนุญาตกรณีดัดแปลงเครื่องมือประมง และหลักเกณฑ์การศึกษาวิจัยการใช้เครื่องมืออวนล้อมจับที่มีช่องตาอวนเล็กกว่า 2 เซนติเมตรในเวลากลางคืน พร้อมทั้งการแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามผลการศึกษาวิจัยดังกล่าว
ปรับเขตประมง-โละเรือรอบใหม่
แหล่งข่าวระบุว่า ยังมีความกังวลเกี่ยวกับแนวทางศึกษาวิจัยที่อาจนำไปสู่การกำหนดพื้นที่ทำการประมงให้เรือออกไปไกลจากชายฝั่งมากขึ้น โดยมองว่าควรพิจารณาบนพื้นฐานข้อมูลทางวิชาการและสภาพการกระจายตัวของสัตว์น้ำในแต่ละพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของชาวประมง
อีกหนึ่งวาระสำคัญ คือ หลักเกณฑ์และคุณสมบัติของเรือประมงที่จะนำออกนอกระบบ เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรประมงทะเลอย่างยั่งยืน ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นมาตรการต่อเนื่องในการปรับสมดุลจำนวนเรือประมงกับปริมาณทรัพยากรสัตว์น้ำ
นอกเหนือจากวาระด้านกฎหมายแล้ว ที่ประชุมยังรับทราบความคืบหน้าการจัดทำกฎหมายลำดับรองตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โครงการวิจัยด้านประมง รวมถึงแผนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลที่เกี่ยวข้อง
เรียกร้องฟื้นทรัพยากร ควบคู่กฎหมาย ไม่ใช่คุมอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม กระแสจากภาคประมงบางส่วนยังสะท้อนข้อเรียกร้องให้คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติให้ความสำคัญกับการกำหนดนโยบายฟื้นฟูทรัพยากรทะเล การส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการยกระดับศักยภาพภาคประมงไทย ควบคู่กับการออกกฎหมายและมาตรการกำกับดูแล เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรเกิดความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการประกอบอาชีพของชาวประมงอย่างยั่งยืน
เปิดวาระการประชุมบอร์ดประมง






