thansettakij
thansettakij
จีนคุมเข้มผลไม้สดนำเข้าผ่านฮ่องกง-มาเก๊า เริ่ม 1 พ.ย.นี้ ฝ่าฝืนโทษหนัก

จีนคุมเข้มผลไม้สดนำเข้าผ่านฮ่องกง-มาเก๊า เริ่ม 1 พ.ย.นี้ ฝ่าฝืนโทษหนัก

15 ก.ค. 69 | 10:15 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ก.ค. 69 | 10:22 น.

ฝ่ายเกษตร ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ เตือนผู้ส่งออกผลไม้สด จีนใช้กฎหมายใหม่ คุมนำเข้าผ่านฮ่องกง-มาเก๊า เริ่ม 1 พ.ย.นี้ ฝ่าฝืนเสี่ยงถูกตีกลับหรือทำลายทิ้ง และรับโทษตามกฎหมาย

KEY

POINTS

  • จีนเตรียมบังคับใช้กฎหมายใหม่เพื่อควบคุมการนำเข้าผลไม้สดที่ขนส่งผ่านฮ่องกงและมาเก๊าอย่างเข้มงวด ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป
  • ข้อกำหนดใหม่เน้นย้ำหลักการ "สามเดิม" คือ ต้องใช้กล่อง บรรจุภัณฑ์ และใบรับรองกักกันพืชฉบับเดิม ห้ามเปิดตู้สินค้าหรือเปลี่ยนแปลงใดๆ ระหว่างการขนส่ง
  • หากผู้ประกอบการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด สินค้าจะถูกตีกลับหรือทำลายทิ้งทันที และอาจต้องรับโทษตามกฎหมายเพิ่มเติม

ฝ่ายเกษตร ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ (ทูตเกษตร) แจ้งเตือน ระบุว่า กรมศุลกากรกรจีน ออกคำสั่งแก้ไขกฏหมาย 283 มาตรการควบคุมตรวจสอบและกักกันโรคสำหรับผลไม้นำเข้า โดยกฎหมายใหม่จะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป เหตุผลหลักเพื่อเพิ่มความเข้มงวดของมาตรฐานการกำกับดูแลผลไม้นำเข้าที่ใช้เส้นทางมาเก๊า-ฮ่องกงเป็นจุดเปลี่ยนลำ

เข้มกฎหมายสามเดิม 

โดยข้อกำหนดแบบกฎสามเดิม ได้แก่ กล่องเดิม บรรจุภัณฑ์เดิม และใบรับรองกักกันพืชเดิม หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนด สินค้าจะถูกดำเนินการตีกลับหรือจัดการทำลายทิ้งทันที ส่งผลให้บริษัทฯ นำเข้าผลไม้เหลือเวลาไม่ถึงครึ่งปีเพื่อปรับเปลี่ยนแผนให้เป็นไปตามข้อกำหนด 

กฎหมายใหม่มีข้อกำหนดการควบคุมแบ่งอย่างชัดเจน สำหรับผลไม้นำเข้าที่ขนส่งโดยตู้คอนเทนเนอร์ผ่านเส้นทางมาเก๊า-ฮ่องกง ตลอดกระบวนการห้ามเปิดตู้สินค้า ห้ามเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ภายนอก และห้ามนำสินค้าประเภทอื่นปะปนรวมกัน มีเพียงสินค้าที่ขนส่งทางอากาศเท่านั้นที่ได้รับการอนุมัติเป็นกรณีพิเศษจากศุลกากรจีนให้ขนส่งได้

แต่การขนส่งยังคงต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข บรรจุภัณฑ์เดิม ใบรับรองกักกันพืชเดิม และหากเปิดหรือเปลี่ยนแปลงสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎระเบียบทั้งหมด ก่อนสินค้าที่จะเดินทางมาถึงด่านนำเข้าของจีน จะมีหน่วยงานตรวจสอบในฮ่องกงและมาเก๊าที่ได้รับการรับรองจากศุลกากรจีน ตรวจสอบข้อมูล สามเดิม ใช้ตราประทับผนึกที่กำหนดไว้เฉพาะ และส่งเอกสารการตรวจสอบเข้าสู่ศุลกากรนำเข้า หากข้อมูลในเอกสารแจ้งนำเข้าไม่ตรงกับสินค้าจริง จะไม่ได้รับอนุญาตให้ผ่านพิธีการนำเข้า

 

ภาพประกอบข่าว จีนคุมเข้มผลไม้สดนำเข้า

 

จีนล็อคกฎผลไม้ผ่านเส้นทาง มาเก๊า-ฮ่องกง

การแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้เพื่อกำจัดช่องโหว่งของรูปแบบการดำเนินการแบบเดิมที่ผู้ค้าบางรายใช้ในการขนส่งผ่านเส้นทางมาเก๊า-ฮ่องกง เช่น การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ระหว่างผ่านมาเก๊า-ฮ่องกง การนำเอกสารกักกันสินค้าอื่นมาใช้ และการนำสินค้าออกมาจำหน่ายก่อนแล้วจึงค่อยดำเนินการตรวจสอบย้อนหลัง กฎหมายใหม่จึงมีการกำหนดหลักการคือ ตรวจสอบก่อนจำหน่าย ไว้อย่างชัดเจน

โดยผลไม้สดที่นำเข้าทั้งหมดจำเป็นต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและการกักกันอย่างครบถ้วน ต้องมีการยืนยันว่าไม่มีศัตรูพืชกักกัน สารตกค้างจากยาฆ่าแมลง จึงจะสามารถนำเข้าสู่ประเทศจีนได้ หากบริษัทฯที่จำหน่ายสินค้าโดยไม่ผ่านการตรวจสอบกักกันโรค หรือสินค้าและเอกสารรับรองไม่สอดคล้องกัน นอกจากการทำลายสินค้าแล้วจะต้องรับโทษทางปกครอง และในกรณีที่ร้ายแรงกว่านั้น บริษัทฯจะต้องรับผิดตามกฎหมาย

เข้มควบคุมการเปลี่ยนลำ

ในขณะที่เพิ่มความเข้มงวดด้านการควบคุมการเปลี่ยนลำ ศุลกากรจีนยังปรับปรุงกระบวนการอนุมัติ โดยย้ายอำนาจการอนุมัติการกักกันผลไม้นำเข้าจากกรมศุลกากรจีนไปยังศุลกากรท้องถิ่น ทำให้ระยะเวลาการดำเนินการของบริษัทลดลงอย่างมาก

กฎใหม่ยังเพิ่มข้อจำกัดด้านด่านนำเข้า โดยผลไม้นำเข้าทั้งหมดสามารถดำเนินพิธีการศุลกากรได้เฉพาะด่านที่ศุลกากรกำหนดเท่านั้น หากเข้าด่านที่ไม่ได้รับอนุญาต จะถูกปฏิเสธการรับคำขอตรวจสอบตั้งแต่ต้นเพื่อลดความเสี่ยงที่ศัตรูพืชต่างถิ่นจะเข้าสู่ประเทศ อีกทั้งเพื่อปกป้องการผลิตทางการเกษตรภายในประเทศและความปลอดภัยด้านอาหาร

 

ภาพประกอบข่าว จีนคุมเข้มผลไม้สดนำเข้า

 

ผู้ประกอบการนำเข้าผลไม้ กล่าวว่า ทุเรียน มังคุด แก้วมังกร และผลไม้จากอาเซียนจำนวนมาก ใช้ฮ่องกง-มาเก๊าเป็นจุดเปลี่ยนลำและกระจายสินค้าเป็นเวลานาน หลังจากกฎใหม่มีผลบังคับใช้ บริษัทฯต่างๆจำเป็นต้องวางแผนเส้นทางขนส่งใหม่ ปรับรูปแบบการบรรจุสินค้า พร้อมทั้งพัฒนาระบบทะเบียนสวนและระบบตรวจสอบย้อนกลับของบรรจุภัณฑ์ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายของสินค้าที่จะต้องถูกทำลายหรือตีกลับทั้งตู้ ซึ่งอาจสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจจำนวนมาก

อย่างไรก็ดีทางศุลกากรจีนได้แจ้งเตือนผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบและจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานของตนเองให้โดยเร็ว ปรับปรุงกระบวนการด้านโลจิสติกส์และเอกสาร เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับมาตรฐานการกำกับดูแลใหม่ และสามารถปรับตัวเข้าสู่ข้อกำหนดใหม่ได้อย่างราบรื่น