thansettakij
thansettakij
8 สมาคมเกษตรฯ ผนึกกรมวิชาการเกษตร ดันงานวิจัยสู่ตลาดโลก ยกระดับการค้าไทย

8 สมาคมเกษตรฯ ผนึกกรมวิชาการเกษตร ดันงานวิจัยสู่ตลาดโลก ยกระดับการค้าไทย

15 ก.ค. 69 | 07:19 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ก.ค. 69 | 08:29 น.

"กรมวิชาการเกษตร" เปิดเวทีระดมกึ๋น "ตลาดนำ การวิจัยสู่คุณค่าทางธุรกิจ" ดึง 8 นายกสมาคมเกษตรฯ สะท้อนเสียง จี้รัฐเร่งปรับกฎระเบียบรับเทคโนโลยีใหม่ พร้อมโชว์ความสำเร็จโมเดล "ถ่ายโอนภารกิจ" ดันไทยขึ้นแท่นเบอร์ 1 เอเชียแปซิฟิกด้านเมล็ดพันธุ์ และเตรียมรับมือมาตรการความยั่งยืนโลก

KEY

POINTS

  • กรมวิชาการเกษตรและ 8 สมาคมเกษตรภาคเอกชนร่วมมือกันผลักดันงานวิจัยไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับการค้าเกษตรไทยในตลาดโลก
  • ภาคเอกชนเสนอให้ภาครัฐปรับปรุงกฎระเบียบให้ทันสมัย (Smart Regulator) พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ และเร่งรัดการทำข้อตกลงส่งออกพืชผลสำคัญ เช่น อินทผลัม เป็นต้น
  • งานวิจัยมุ่งเน้นแก้ปัญหาที่ตรงจุด เช่น การพัฒนาพันธุ์พืชต้านทานโรค การจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และการสร้างมาตรฐานความยั่งยืน (Carbon Footprint/EUDR) เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

กรมวิชาการเกษตร จัดเสวนาภายใต้หัวข้อ “ตลาดนำ การวิจัยสู่คุณค่าทางธุรกิจ” เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงพาณิชย์ โดยมีตัวแทนจากภาคเอกชน 8 สมาคมเกษตรหลักร่วมแสดงวิสัยทัศน์และยื่นข้อเสนอต่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานมอบรางวัลและมอบนโยบาย กรมวิชาการเกษตร ภายใต้แนวคิด “วิจัยใช้ประโยชน์ ตอบโจทย์ตลาด สร้างมูลค่า สู่รายได้ยั่งยืน”  

ชู Smart Regulator ปลดล็อกธุรกิจเกษตรด้วยเทคโนโลยี

นายสมศักดิ์ สมานวงศ์ นายกสมาคมอารักขาพืชไทย

นายสมศักดิ์ สมานวงศ์ นายกสมาคมอารักขาพืชไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนมองหาระบบการทำงานที่มีมาตรฐานและโปร่งใสมาโดยตลอด ซึ่งการที่กรมวิชาการเกษตรก้าวสู่การเป็น Smart Regulator ผ่านระบบ e-Service และ Q Factory จะช่วยให้การขึ้นทะเบียนปัจจัยผลิตมีความรวดเร็วและชัดเจน โดยเน้นย้ำว่า "กฎระเบียบต้องทันสมัยและคล่องตัว" เพื่อให้เท่าทันเทคโนโลยีทางการเกษตรที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

 

 

ยกระดับพืชผัก-ผลไม้-อินทผลัม สู่มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล

นางสาววิภาวี วัจนภิญโญ นายกสมาคมผู้ประกอบการพืชผักผลไม้ไทย

ด้าน นางสาววิภาวี วัจนภิญโญ นายกสมาคมผู้ประกอบการพืชผักผลไม้ไทย เสนอ 4 ยุทธศาสตร์สำคัญคือ ระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ที่ชัดเจนเพื่อเชื่อมโยงสู่ e-Phyto, การปรับปรุงกฎระเบียบเก่า, การให้เอกชนมีส่วนร่วมตั้งโจทย์วิจัย และการบูรณาการเจ้าหน้าที่ให้ทำงานเป็นทีมเดียวกัน เพื่อปกป้องและผลักดันสินค้าไทย เช่น ทุเรียน มะม่วง มังคุด มะพร้าว สู่ตลาดโลก

ดร.ศรีเมือง เจริญศิริ นายกสมาคมผู้ปลูกอินทผลัม

ขณะที่ ดร.ศรีเมือง เจริญศิริ นายกสมาคมผู้ปลูกอินทผลัม ชี้ให้เห็นโอกาสของอินทผลัมไทยที่มีคุณภาพดีกว่าตะวันออกกลางเนื่องจากสภาพอากาศที่เหมาะสมและใช้การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue Culture) โดยเร่งให้รัฐบาลลงนามพิธีสารส่งออกไปจีนและเวียดนามโดยด่วน เนื่องจากผลผลิตมีอายุการเก็บเกี่ยวสั้นเพียง 2 เดือนต่อปี

งานวิจัย "จากหิ้งสู่ห้าง" แก้โจทย์โรคพืชและสิ่งแวดล้อม

นายอำนาจ สุขประสงค์ผล นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย

ในส่วนของพืชเศรษฐกิจหลัก นายอำนาจ สุขประสงค์ผล นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย ระบุว่างานวิจัยพันธุ์ต้านทานโรคใบด่าง เช่น พันธุ์อิทธิ และพันธุ์ใหม่ กวค.19 รวมถึงการทำเรื่อง Low Carbon เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้มันสำปะหลังไทยแข่งขันได้

นางสาววรัญญา บุญญาวิวัฒน์ นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย 

ทางด้าน นางสาววรัญญา บุญญาวิวัฒน์ นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย แสดงความพร้อมในการนำงานวิจัย "จากหิ้งมาลงห้าง" เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาเป็นธรรม พร้อมเสนอโครงการ "ถนนสายน้ำ" โดยใช้เทคโนโลยีจัดการน้ำจากต่างประเทศ เช่น อิสราเอลและญี่ปุ่น เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน

ปักธงไทย "ฮับเมล็ดพันธุ์" และผู้นำความยั่งยืนในยางพารา

ดร.บุญญานาถ นาถวงษ์ นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย 

ดร.บุญญานาถ นาถวงษ์ นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย เผยความสำเร็จหลังกรมวิชาการเกษตรถ่ายโอนภารกิจการตรวจรับรองห้องแล็บให้เอกชน ทำให้มูลค่าส่งออกโตแบบก้าวกระโดดจาก 9,000 ล้าน เป็น 12,000 ล้านบาท ภายใน 2 ปี พร้อมตั้งเป้ามูลค่า 50,000 ล้านบาทในอนาคต โดยชูไทยเป็นที่ 1 ในเอเชียแปซิฟิก และเตรียมขึ้นเป็นที่ 2 ของโลกด้าน Field Inspection Accreditation

นายกรกฎ กิตติพล เลขาธิการสมาคมยางพาราไทย

ส่วนวงการยางพารา นายกรกฎ กิตติพล เลขาธิการสมาคมยางพาราไทย มองว่าทิศทางราคาปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ต้องการให้รัฐเป็นเจ้าภาพรับรองมาตรฐานความยั่งยืน (Carbon Footprint/EUDR) เพื่อลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการและสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล

ปิดท้ายด้วย "เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด"

นายบากบั่น บุญเลิศ ที่ปรึกษาสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย

นายบากบั่น บุญเลิศ ที่ปรึกษาสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย สรุปภาพรวมว่า งานวิจัยในปัจจุบันเริ่มเดินไปในทิศทางเดียวกับการใช้งานจริง พร้อมแนะโมเดล "เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด" ต้องทำงานไร้รอยต่อ และเรียกร้องให้รัฐบาลยกเครื่องระบบการจัดการน้ำทั่วประเทศเพื่อรองรับทั้งฤดูแล้งและน้ำหลาก ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของมูลค่าทางเศรษฐกิจเกษตรไทย

ทั้งนี้บทสรุปการเสวนาครั้งนี้สะท้อนชัดว่า "งานวิจัยและกฎระเบียบที่ทันสมัย" คือเข็มทิศสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมภาคเกษตรไทยให้กลายเป็นแหล่งผลิตอาหารที่ปลอดภัยและสร้างมูลค่ามหาศาลในเวทีการค้าโลก