
“สุริยะ” ตั้ง “สรวุฒิ” คุมทัพพระพิรุณ ล่าขบวนการสินค้าเกษตรเถื่อน
“สุริยะ” ตั้ง สรวุฒิ ผบ.ศพร ภารกิจแรก เปิดปฏิบัติการคุมเข้มชายแดนอีสาน สกัดสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ยกระดับความมั่นคงทางการเกษตรของประเทศ
KEY
POINTS
- นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ แต่งตั้งนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เป็นผู้บัญชาการ "ศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.)" เพื่อปราบปรามขบวนการสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย
- ศูนย์ "พระพิรุณ" จัดตั้งขึ้นเพื่อบูรณาการการทำงานของ 4 หน่วยงานหลักในกระทรวงเกษตรฯ ในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรตามแนวชายแดน โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- ภารกิจสำคัญเร่งด่วนคือการป้องกันปัญหาทุเรียนสวมสิทธิ์และสินค้าเกษตรเถื่อน โดยชุดเฉพาะกิจได้เริ่มปฏิบัติการลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหารและนครพนมแล้ว
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้ายกระดับการป้องกันและปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ภายใต้การขับเคลื่อนของ “ศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.)” หลังพบว่าพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นจุดเสี่ยงสำคัญต่อการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตร พืชต้องห้าม และสินค้าที่อาจนำพาศัตรูพืชเข้าสู่ประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทย ความมั่นคงทางอาหาร และความเชื่อมั่นของตลาดส่งออกสินค้าเกษตรไทย
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีคำสั่งจัดตั้ง “ศพร.” ขึ้น เพื่อรับมือกับปัญหาอาชญากรรมทางการเกษตรที่ส่งผลกระทบต่อประเทศ ตามนโยบายที่ต้องการเร่งปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยมอบหมายให้ตนทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการศูนย์ฯ บูรณาการการทำงานร่วมกันของ 4 หน่วยงานหลักที่ถือกฎหมายต้นทางด้านการเกษตร ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)
ลุยปิดช่องโหว่ชายแดน
นายสรวุฒิอธิบายว่า ที่ผ่านมาปัญหาในภาคการเกษตรมักเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานที่กำกับดูแลกฎหมายคนละฉบับ หากขาดการบูรณาการการทำงานที่เข้มแข็งร่วมกัน ย่อมส่งผลให้การกำกับดูแลเกิดช่องว่างและขาดประสิทธิภาพ การจัดตั้ง “ศพร.” จึงเป็นการรวมพลังการทำงานให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อปิดช่องว่างดังกล่าวและทำให้การกำกับดูแลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการคุ้มครองผู้บริโภค การดูแลเกษตรกร และการส่งเสริมภาคการเกษตรไปพร้อมกัน โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ทุเรียนกำลังออกสู่ตลาด ภารกิจสำคัญจึงอยู่ที่การป้องกันปัญหาทุเรียนสวมสิทธิ์ และสินค้าเกษตรเถื่อนที่ลักลอบนำเข้าตามแนวชายแดน พร้อมยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไทยให้ดีขึ้นทั้งระบบ
การลงพื้นที่ในวันนี้ถือเป็นภารกิจแรกของชุดเฉพาะกิจ “พระพิรุณ” นับตั้งแต่จัดตั้งขึ้น โดยนายสรวุฒิ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ ศพร. พร้อมด้วยนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้ลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหารและนครพนม เพื่อติดตามสถานการณ์การนำเข้า–ส่งออกสินค้าเกษตร การลักลอบนำเข้าสินค้าตามแนวชายแดนไทย–ลาว และติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ โดยมีนายโสภัชย์ ชวาลกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขตที่ 11 นายชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการ มกอช. และนายวัฒนา มังธิสาร รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ร่วมลงพื้นที่ พร้อมคณะทำงานประกอบด้วยนายศรัณยสัณฑ์ วีรกุลสุนทร พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ พ.ต.อ.ศานติ กรเกษม และนางสาวพิมพ์พิมุกต์ พรรณธนะ
ข้อมูลจากด่านตรวจพืชมุกดาหารระบุว่า ในปี 2569 มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรผ่านด่านรวมอยู่ที่ 4,672.83 ล้านบาท ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่ากว่า 3,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 77.5 จากปีก่อนหน้า สะท้อนบทบาทของด่านมุกดาหารในฐานะประตูการค้าสำคัญที่เชื่อมโยงไทย สปป.ลาว เวียดนาม และจีน ผ่านเส้นทางเศรษฐกิจ R9 และ R12 โดยสินค้าส่งออกหลักได้แก่ ทุเรียน ไม้สับ หอมแดง ลำไย และมังคุด ส่วนสินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ มันเส้น มะม่วง ปลายข้าว แป้งมันสำปะหลัง และไม้ยูคาลิปตัสสับ ซึ่งล้วนเป็นสินค้าที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการผลิตในประเทศและรักษาความเป็นธรรมทางการค้า
นายสรวุฒิกล่าวว่า ศพร. ถูกจัดตั้งขึ้นให้เป็นศูนย์บัญชาการกลางสำหรับบูรณาการข้อมูล การข่าว การสืบสวน และการบังคับใช้กฎหมายด้านการเกษตร โดยเชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ศุลกากร หน่วยงานความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากปัจจุบันรูปแบบการกระทำผิดเกี่ยวกับสินค้าเกษตรมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการลักลอบนำเข้าตามแนวชายแดน การพักสินค้าในพื้นที่ชายแดน การลักลอบเคลื่อนย้ายสินค้า การจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงการกระทำที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรทางการเกษตร
ด้านนายรพีภัทร์เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้ยกระดับความร่วมมือกับด่านศุลกากร หน่วยงานความมั่นคง ด่านกักกันสัตว์ และด่านประมง เพื่อเฝ้าระวังและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย รวมถึงป้องกันการลักลอบส่งออกพืชสงวนและทรัพยากรพันธุกรรมพืชของประเทศ ที่ผ่านมาสามารถตรวจจับการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายได้รวม 29 คดี ของกลางรวมกว่า 69,127.5 กิโลกรัม โดยสินค้าสำคัญที่ตรวจพบ ได้แก่ มะม่วงและมะม่วงแก้วขมิ้น ข้าวสารไรซ์เบอร์รี่ กระเทียม อะโวคาโด และพริกไทย
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตรวจยึดมะม่วงแก้วขมิ้น 520 กิโลกรัม และอะโวคาโด 100 กิโลกรัม ที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต สะท้อนถึงความจำเป็นในการยกระดับการเฝ้าระวังเชิงรุกในพื้นที่ชายแดน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของศัตรูพืช การแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และความเสียหายต่อเกษตรกรไทย
ทั้งนี้ ศพร. จะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการบูรณาการข้อมูล การข่าว การสืบสวน และการปฏิบัติการร่วม เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดที่กระทบต่อภาคการเกษตรไทย ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกทางการค้า การคุ้มครองเกษตรกร และการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศ







