thansettakij
thansettakij
“ศรีตรังฯ” เหมายกแผง 3 ตลาดกลางยาง กวาดวัตถุดิบเกือบ 300 ตัน

“ศรีตรังฯ” เหมายกแผง 3 ตลาดกลางยาง กวาดวัตถุดิบเกือบ 300 ตัน

18 มิ.ย. 69 | 10:41 น.
อัปเดตล่าสุด :18 มิ.ย. 69 | 10:41 น.

บิ๊ก กยท. เผยผลประมูลยางพารา วันที่ 18 มิ.ย. 69 “ศรีตรัง” ชนะทั้งสงขลา นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี กวาดยาง เกือบ 300 ตัน สะท้อนดีมาดน์อุตสาหกรรมยังแกร่ง ราคาเฉลี่ย 97.75 บาทต่อกิโลกรัม

KEY

POINTS

  • บริษัทศรีตรัง แอโกรอินดัสทรี ชนะการประมูลยางพารายกแผงใน 3 ตลาดกลางหลัก ได้แก่ สงขลา นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี
  • สามารถกวาดซื้อวัตถุดิบยางพาราได้ในปริมาณรวมประมาณ 278 ตัน
  • เสนอราคาซื้อสูงสุดที่ 95.77 บาทต่อกิโลกรัม ชนะการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ที่เสนอราคา 95.75 บาทต่อกิโลกรัม

นายโกศล บุญคง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การซื้อขายยางพาราผ่านตลาดกลางของ กยท. ในวันนี้ (18 มิถุนายน 2569) ยังคงเป็นไปอย่างคึกคัก โดยราคายางเปิดตลาดอยู่ที่ 97.75 บาทต่อกิโลกรัม ลดลง 0.25 บาทจากวันก่อนหน้า

สำหรับปริมาณยางที่เข้าซื้อขายผ่าน 3 ตลาดกลางหลัก ได้แก่ สำนักงานตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา สำนักงานตลาดกลางยางพาราจังหวัดนครศรีธรรมราช และสำนักงานตลาดกลางยางพาราจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีปริมาณรวมประมาณ 278 ตัน แบ่งเป็น สงขลา 79 ตัน นครศรีธรรมราช 105 ตัน และสุราษฎร์ธานี 94 ตัน

ผลการประมูลพบว่า บริษัทศรีตรัง แอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) สามารถคว้าชัยการประมูลยางได้ทั้ง 3 ตลาด ด้วยราคาเสนอซื้อสูงสุดที่ 95.77 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ผู้เสนอราคารองลงมาคือ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ที่ราคา 95.75 บาทต่อกิโลกรัม

รายละเอียดการประมูลในแต่ละตลาดมีดังนี้

ตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา

ผู้ชนะการประมูล : กลุ่มบริษัทศรีตรังฯ ราคา 95.77 บาท/กก. ลดลง 1.45 บาท

ผู้เสนอราคารอง : กยท. ราคา 95.75 บาท/กก.

 

ตลาดกลางยางพาราจังหวัดนครศรีธรรมราช

ผู้ชนะการประมูล : กลุ่มบริษัทศรีตรัง ราคา 95.77 บาท/กก. ลดลง 0.30 บาท

ผู้เสนอราคารอง : กยท. ราคา 95.75 บาท/กก.

 

ตลาดกลางยางพาราจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ผู้ชนะการประมูล : กลุ่มบริษัทศรีตรัง ราคา 95.77 บาท/กก. ลดลง 0.30 บาท

ผู้เสนอราคารอง : กยท. ราคา 95.75 บาท/กก.

 

นายโกศล  กล่าวว่า การที่บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) สามารถเสนอราคาสูงสุดและคว้าการประมูลได้ทั้ง 3 ตลาด สะท้อนถึงความต้องการวัตถุดิบยางพาราของภาคอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับดี แม้ว่าราคายางในตลาดจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยตามภาวะการซื้อขายในช่วงสั้นก็ตาม โดยตลาดยังคงจับตาปัจจัยด้านอุปสงค์จากอุตสาหกรรมยางล้อและการส่งออก ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคายางในระยะต่อไป.