
“ศรีตรังฯ” เหมายกแผง 3 ตลาดกลางยาง กวาดวัตถุดิบเกือบ 300 ตัน
บิ๊ก กยท. เผยผลประมูลยางพารา วันที่ 18 มิ.ย. 69 “ศรีตรัง” ชนะทั้งสงขลา นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี กวาดยาง เกือบ 300 ตัน สะท้อนดีมาดน์อุตสาหกรรมยังแกร่ง ราคาเฉลี่ย 97.75 บาทต่อกิโลกรัม
KEY
POINTS
- บริษัทศรีตรัง แอโกรอินดัสทรี ชนะการประมูลยางพารายกแผงใน 3 ตลาดกลางหลัก ได้แก่ สงขลา นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี
- สามารถกวาดซื้อวัตถุดิบยางพาราได้ในปริมาณรวมประมาณ 278 ตัน
- เสนอราคาซื้อสูงสุดที่ 95.77 บาทต่อกิโลกรัม ชนะการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ที่เสนอราคา 95.75 บาทต่อกิโลกรัม
นายโกศล บุญคง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การซื้อขายยางพาราผ่านตลาดกลางของ กยท. ในวันนี้ (18 มิถุนายน 2569) ยังคงเป็นไปอย่างคึกคัก โดยราคายางเปิดตลาดอยู่ที่ 97.75 บาทต่อกิโลกรัม ลดลง 0.25 บาทจากวันก่อนหน้า
สำหรับปริมาณยางที่เข้าซื้อขายผ่าน 3 ตลาดกลางหลัก ได้แก่ สำนักงานตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา สำนักงานตลาดกลางยางพาราจังหวัดนครศรีธรรมราช และสำนักงานตลาดกลางยางพาราจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีปริมาณรวมประมาณ 278 ตัน แบ่งเป็น สงขลา 79 ตัน นครศรีธรรมราช 105 ตัน และสุราษฎร์ธานี 94 ตัน
ผลการประมูลพบว่า บริษัทศรีตรัง แอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) สามารถคว้าชัยการประมูลยางได้ทั้ง 3 ตลาด ด้วยราคาเสนอซื้อสูงสุดที่ 95.77 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ผู้เสนอราคารองลงมาคือ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ที่ราคา 95.75 บาทต่อกิโลกรัม
รายละเอียดการประมูลในแต่ละตลาดมีดังนี้
ตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา
ผู้ชนะการประมูล : กลุ่มบริษัทศรีตรังฯ ราคา 95.77 บาท/กก. ลดลง 1.45 บาท
ผู้เสนอราคารอง : กยท. ราคา 95.75 บาท/กก.
ตลาดกลางยางพาราจังหวัดนครศรีธรรมราช
ผู้ชนะการประมูล : กลุ่มบริษัทศรีตรัง ราคา 95.77 บาท/กก. ลดลง 0.30 บาท
ผู้เสนอราคารอง : กยท. ราคา 95.75 บาท/กก.
ตลาดกลางยางพาราจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ผู้ชนะการประมูล : กลุ่มบริษัทศรีตรัง ราคา 95.77 บาท/กก. ลดลง 0.30 บาท
ผู้เสนอราคารอง : กยท. ราคา 95.75 บาท/กก.
นายโกศล กล่าวว่า การที่บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) สามารถเสนอราคาสูงสุดและคว้าการประมูลได้ทั้ง 3 ตลาด สะท้อนถึงความต้องการวัตถุดิบยางพาราของภาคอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับดี แม้ว่าราคายางในตลาดจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยตามภาวะการซื้อขายในช่วงสั้นก็ตาม โดยตลาดยังคงจับตาปัจจัยด้านอุปสงค์จากอุตสาหกรรมยางล้อและการส่งออก ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคายางในระยะต่อไป.







