thansettakij
thansettakij
ชาวสวนมะพร้าวบุกสภา ทวง “ล้งกลาง” ด่วน หลังราคาดิ่งเหลือลูกละไม่ถึง 2 บาท

ชาวสวนมะพร้าวบุกสภา ทวง “ล้งกลาง” ด่วน หลังราคาดิ่งเหลือลูกละไม่ถึง 2 บาท

18 มิ.ย. 69 | 08:25 น.
อัปเดตล่าสุด :18 มิ.ย. 69 | 08:27 น.

ชาวสวนมะพร้าว 4 จังหวัดบุกสภาทวงคำตอบรัฐบาล หลังราคาหน้าสวนดิ่งเหลือต่ำกว่า 2 บาทต่อลูก จี้เร่งตั้ง “ล้งกลาง” สกัดผูกขาด แก้ปัญหาน้ำมะพร้าวปลอม และตรวจสอบทุนต่างชาติฮุบตลาด

KEY

POINTS

  • ชาวสวนมะพร้าวจาก 4 จังหวัดยื่นหนังสือต่อสภาฯ เพื่อทวงถามความคืบหน้าการจัดตั้ง "ล้งกลาง" หลังราคาผลผลิตตกต่ำอย่างรุนแรงเหลือไม่ถึงลูกละ 2 บาท
  • เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาการผูกขาดราคารับซื้อโดยกลุ่มทุนต่างชาติ และปัญหาการปลอมปนน้ำมะพร้าวที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค
  • เสนอให้มีการส่งเสริมผู้ประกอบการส่งออกคนไทยรายใหม่ และตรวจสอบการใช้นอมินีของคนต่างด้าวในการทำธุรกิจและถือครองที่ดินอย่างจริงจัง

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2569 นายนพพล เหลืองทองนารา ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย และนายหนึ่ง ขัติยะนนท์ กมธ. รับยื่นหนังสือจาก นายคัมภีร์ ทองเปลว ตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวและผู้ประกอบการรายย่อยจาก 4 จังหวัด และคณะ เพื่อขอให้ติดตามตรวจสอบความคืบหน้าการจัดตั้งล้งกลางและมาตรการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำของกระทรวงพาณิชย์ การส่งเสริมผู้ประกอบการส่งออกคนไทยรายใหม่ ตลอดจนการตรวจสอบการปลอมปนน้ำมะพร้าว การคุ้มครองผู้บริโภค การตรวจสอบธรรมาภิบาลของผู้ประกอบการ การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมาตรการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของรัฐบาล

นายคัมภีร์ ทองเปลว ตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวและผู้ประกอบการรายย่อยจาก 4 จังหวัด และคณะ  ยื่นหนังสือ

ด้วยเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวและผู้ประกอบการรายย่อยใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร ราชบุรี และนครปฐม กำลังประสบปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำอย่างรุนแรง โดยราคาหน้าสวนลดลงต่ำกว่า 2 บาทต่อลูก ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนจริงประมาณร้อยละ 50 ขณะที่ฤดูกาลที่ผลผลิตจะออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากกำลังใกล้เข้ามา และยังมีปัญหาการปลอมปนน้ำมะพร้าว และการประกอบธุรกิจในลักษณะผูกขาดของกลุ่มทุนข้ามชาติ เครือข่ายเกษตรกรฯ จึงขอเสนอประเด็นเร่งด่วนและข้อเรียกร้องต่าง ๆ อาทิ

1.ติดตามความคืบหน้าในการจัดตั้งล้งกลาง เพื่อทำหน้าที่รับซื้อและรวบรวมผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมและมะพร้าวอ่อนจากเกษตรกรโดยตรง ตามที่กระทรวงพาณิชย์ได้มีดำริในการจัดตั้ง ว่ามีความคืบหน้า และดำเนินการไปถึงขั้นตอนใด รวมทั้งมีแผนการดำเนินงานและกรอบระยะเวลาอย่างไร

2. การส่งเสริมและสร้างผู้ประกอบการส่งออกคนไทยรายใหม่ เพื่อป้องกันการผูกขาดราคารับซื้อมะพร้าวในระยะยาว และลดการพึ่งพาล้งของกลุ่มทุนต่างชาติ

3. แก้ปัญหาการปลอมปนน้ำมะพร้าวที่ส่งผลกระทบต่อตลาดผู้ประกอบการและสุขภาพผู้บริโภค

4. กำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายการประกอบธุรกิจอาหารและโรงงานผลิตน้ำมะพร้าว โดยขอให้ตรวจสอบการใช้และการถือครองสารเคมีที่เป็นสารตั้งต้นในการปลอมปนน้ำมะพร้าว รวมทั้งเส้นทางการจำหน่ายสารเคมีดังกล่าว ตลอดจนบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันสุขภาพและสิทธิของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ

5. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว การใช้นอมินี และการถือครองที่ดิน ซึ่งจากข้อมูลพบว่ามีกลุ่มทุนข้ามชาติเข้ามาตั้งโรงมะพร้าวน้ำหอมในประเทศไทย โดยใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นนอมินีและถือครองที่ดินเพื่อทำฟาร์มมะพร้าวน้ำหอม จึงขอให้ตรวจสอบประเด็นดังกล่าวและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

6.ประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากปัญหาการปลอมปนน้ำมะพร้าวมีลักษณะเป็นเครือข่ายที่ซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายจังหวัด จึงขอให้คณะกมธ.เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาศึกษา รวมทั้งเชิญนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญที่สามารถตรวจสอบคุณภาพน้ำมะพร้าว มาร่วมให้ข้อมูลและเสนอแนะแนวทาง

7. ขอให้จัดตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ และมีประสิทธิภาพ โดยเป็นคณะทำงานร่วมระหว่างหลายกระทรวงและหลายหน่วยงาน ร่วมกับภาคประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย กมธ. กล่าวว่า คณะ กมธ.ได้ให้ความสำคัญกับพืชมะพร้าวเพราะเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญลำดับต้น ๆ ของประเทศ มีเกษตรกรถึง 200,000 กว่าครัวเรือนที่ทำการเพาะปลูก สร้างรายได้ทั้งในรูปแบบอุตสาหกรรมการแปรรูปปีละหลายหมื่นล้านบาท เป็นที่ทราบกันดีว่าปีที่แล้วประสบปัญหาราคามะพร้าวอ่อนตกต่ำ พี่น้องเกษตรกรก็ได้มายื่นหนังสือร้องเรียนไปแล้ว 1 ครั้ง ทางรัฐมนตรีได้ดำริว่าจะตั้งล้งกลาง ในวันนี้พี่น้องเกษตรกรจึงได้มาทวงถามว่าได้ดำเนินการไปถึงขั้นตอนใด แม้ขณะนี้ราคามะพร้าวน้ำหอมจะมีการขยับตัวขึ้นมาแล้วเพราะปริมาณผลผลิตมีน้อย แต่ยังมีปัญหาด้านมะพร้าวแก่ มะพร้าวแกง ตั้งแต่ภาคกลางไปถึงภาคใต้ ที่มีราคาตกต่ำมาก ซึ่งคณะ กมธ.จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง เนื่องจากปัญหานี้สะสมมาเป็นเวลานานและมีความซับซ้อน

ป้ายเรียกร้องเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว

นายนพพล เหลืองทองนารา กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะ กมธ.มีความเห็นใจพี่น้องเกษตรกร เพราะปัญหาหลายอย่างไม่ควรใช้ระยะเวลาในการแก้ไขที่ยาวนาน แต่พี่น้องเกษตรกรต้องมารัฐสภาเป็นครั้งที่ 2 เพื่อทวงถามคำตอบ ทั้งนี้ คณะ กมธ.จะบรรจุเรื่องดังกล่าวในระเบียบวาระการประชุมในเร็ว ๆ นี้ และจะเชิญพี่น้องเกษตรกรเข้ามาพูดคุย ซึ่งทางคณะ กมธ. หวังที่จะให้เกษตรกรคนไทยในทุกสาขาอาชีพมีความมั่นคง ดังนั้น เรื่องนี้เราจะทำอย่างเต็มที่