
"กรมประมง" ลุย เฟส 3 ดึงเรือประมงออกนอกระบบ 668 ลำ คาดจ่ายเงิน ก.ย.นี้
"กรมประมง" ลุย โครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ ระยะที่ 3 จำนวน 668 ลำ วงเงินกว่า1,531 ล้านบาm เปิดให้เจ้าของเรือยื่นภายในวันที่ 15 มิ.ย. หวังลดปัญหาการทำประมงเกินศักยภาพ ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ คาดจ่ายเงินเยียวยา ก.ย.นี้
KEY
POINTS
- กรมประมงเดินหน้าโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ ระยะที่ 3 จำนวน 668 ลำ เพื่อแก้ปัญหาการทำประมงเกินขนาดและปรับสมดุลทรัพยากร
- เรือเป้าหมายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการรัฐ (157 ลำ) และกลุ่มที่ได้รับใบอนุญาตแต่ประสงค์เลิกอาชีพ (511 ลำ)
- กำหนดกรอบเวลาการดำเนินงานชัดเจน โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มจ่ายเงินเยียวยาให้กับเจ้าของเรือได้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป
แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการประมง เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า วันนี้ (19 พ.ค.69) กรมประมง มีการประชุมชี้แจงขั้นตอนการแจ้งความประสงค์นำเรือออกนอกระบบของกลุ่มเป้าหมาย ภายใต้โครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ เพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืนระยะที่ 3 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ได้เห็นชอบกรอบดำเนินโครงการดังกล่าว
ชี้เป้าเรือ 2 กลุ่มที่รัฐซื้อ
โดยแบ่งกลุ่มเรือเป้าหมายออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มแรก เป็นเรือที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาครัฐ ไม่สามารถออกทำการประมงได้ และให้ความร่วมมือโดยไม่ขอใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ (นรบ.01) ผ่านการประเมินค่าใช้จ่ายในการนำเรือออกนอกระบบ จำนวน 157 ลำ วงเงิน 481.67 ล้านบาท
ส่วนกลุ่มที่สอง เป็นเรือที่ได้รับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ แต่ประสงค์เลิกอาชีพทำประมง รวมถึงเรือที่แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการเพิ่มเติม (นรบ.02) จำนวน 511 ลำ วงเงิน 1,050.05 ล้านบาท
ทั้งนี้ ทั้ง 2 กลุ่ม ได้ผ่านการพิจารณาจาก คณะอนุกรรมการระบบฯ ในการประชุมกลั่นกรองการนำเรือออกนอกระบบครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ได้เห็นชอบกรอบการดำเนินงาน และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามแผนงานและกรอบเวลาที่กำหนด
โดยกรมประมงได้รับมอบหมายให้ออกประกาศแจ้งรายชื่อเรือประมงและเจ้าของเรือที่เข้าข่ายเป็นกลุ่มเป้าหมายในโครงการระยะที่ 3 เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินงานและจ่ายเงินชดเชยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป
โครงการดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของภาครัฐในการปรับสมดุลจำนวนเรือประมงให้สอดคล้องกับปริมาณทรัพยากรสัตว์น้ำในทะเลไทย หลังจากที่ผ่านมาไทยเผชิญปัญหาการทำประมงเกินขนาด ส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของทรัพยากรทางทะเลและความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมประมงไทยในตลาดโลก
ทั้งนี้ รายชื่อเจ้าของเรือที่มีสิทธิ์ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ซึ่งครอบคลุมเรือในพื้นที่ 20 จังหวัดชายทะเล โดยจังหวัดที่มีจำนวนเรือสูงสุด ได้แก่ สงขลา 83 ลำ, ระยอง 72 ลำ และนครศรีธรรมราช 60 ลำ
ไทม์ไลน์ชัดเจน เริ่มจ่ายเงินกันยายนนี้
ในส่วนของขั้นตอนการดำเนินงาน กรมประมง ระบุว่า เจ้าของเรือที่มีรายชื่อต้องมายื่นแบบแสดงความประสงค์ภายในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2569 โดยกำหนดวันเร่งรัดงานธุรการคือภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เพื่อให้ทันต่อการตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม หลังจากนั้นจะเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติวงเงินในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน และคาดว่าจะสามารถเริ่มจ่ายเงินเยียวยางวดแรกได้ตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป โดยการเยียวยาจะยึดตามราคาที่เคยประเมินไว้ในปี 2565 เป็นที่ยุติ ไม่ต้องมีการประเมินใหม่เพื่อความรวดเร็ว
เคลียร์ปมซากเรือ-เจ้าของเปลี่ยนมือ
ต่อข้อกังวลเรื่องสภาพเรือที่ทรุดโทรมจนกลายเป็นซากเนื่องจากจอดรอโครงการมานานเกือบ 7 ปี กรมประมง ชี้แจงว่าเข้าใจข้อเท็จจริงดังกล่าวดี และจะพิจารณาแนวทางการทำลายเรือเป็นรายกรณี (Case by Case) เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการรับเงินเยียวยา ส่วนกรณีที่มีการโอนกรรมสิทธิ์เรือหรือเจ้าของเดิมเสียชีวิต กรมฯ ยืนยันหลักการนำเรือออกนอกระบบ ไม่ใช่นำคนออก
ดังนั้นหากปัจจุบันใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือเป็นทายาทที่ได้รับมอบมรดก ก็สามารถยื่นความประสงค์ได้ แต่เน้นย้ำว่าต้องไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เรียบร้อยก่อน เนื่องจากไม่สามารถจ่ายเงินให้ผู้รับมอบอำนาจหรือผู้ทำนิติกรรมอำพรางได้
ปลดล็อกเรือติดคดี-ล้มละลาย
ในด้านข้อกฎหมาย กรมประมง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สำหรับเจ้าของเรือที่มีเรือหลายลำ หากมีเรือลำใดลำหนึ่งถูกคดีความ มาตรา 39 เดิมที่เคยพ่วงความผิดไปยังเรือลำอื่นจะถูกปลดล็อก หมายความว่าเรือลำที่เหลือซึ่งไม่ถูกคดีสามารถนำเข้าโครงการได้ตามปกติ ส่วนเรือที่คดีสิ้นสุดแล้วหรือคดีขาดอายุความย่อมมีสิทธิ์เข้าร่วม สำหรับกรณีเจ้าของเรือล้มละลาย จะต้องดูระยะเวลาการพิทักษ์ทรัพย์ หากพ้นกำหนด 3 ปีและกลับมาเป็นบุคคลธรรมดาแล้ว ก็สามารถดำเนินการได้ตามสิทธิ์
เฟส 4 สมาคมประมงฯ ปิดรับรายชื่อ 31 พ.ค.
สำหรับความคืบหน้าของโครงการในระยะที่ 4 สมาคมการประมงแห่งประเทศไทยแจ้งว่าจะปิดรับรายชื่อเรือที่ประสงค์ออกนอกระบบเพิ่มเติมในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 นี้ โดยเบื้องต้นมีเรือยื่นความจำนงเข้ามาแล้วกว่า 2,000 ลำ ซึ่งกรมประมงจะนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์และขับเคลื่อนเชิงนโยบายร่วมกับรัฐบาลเพื่อจัดทำแผนงบประมาณในระยะต่อไป แม้อาจจะต้องใช้เวลาเนื่องจากภาวะวิกฤตทางการเงินของประเทศ แต่กรมฯ พร้อมรับฟังทุกความเห็นและจะพยายามหาช่องทางช่วยเหลือชาวประมงอย่างเต็มที่
เอกสารตัวอย่าง แบบยืนยันความประสงค์นำเรือออกนอกระบบ ระยะที่ 3







