
สภาอุตฯถก ‘ไทยสร้างไทย' ชงยุทธศาสตร์ 4GO ดันไทยพ้นติดหล่ม ตั้งเป้าจีดีพีโต 5%
สภาอุตสาหกรรมฯ ถกพรรคไทยสร้างไทย ระดมความคิดฟื้นเศรษฐกิจไทยจากภาวะ “รถติดหล่ม”ชู 4GO ยกระดับอุตสาหกรรมสู่มาตรฐานโลก เร่งแข่งขัน ดัน IMD ติด Top 20
KEY
POINTS
- สภาอุตสาหกรรมฯ (ส.อ.ท.) หารือกับพรรคไทยสร้างไทย โดยชี้ว่าเศรษฐกิจไทยเปรียบเสมือน "รถติดหล่ม" ที่ต้องการนโยบายเร่งด่วนเพื่อขับเคลื่อนประเทศ
- ส.อ.ท. ได้เสนอยุทธศาสตร์ "4GO" (Go Digital & AI, Go Innovation, Go Global และ Go Green) เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
- มีการตั้งเป้าหมายหลักเพื่อผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโต 5% ต่อปี, เพิ่มอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศสู่ Top 20 และเร่งเป้าหมาย Net Zero ให้เร็วขึ้น
รายงานข่าว เผยว่า เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารพรรคไทยสร้างไทย นำโดย ดร.โภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์พรรคฯ เพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ณ ส.อ.ท.
นายเกรียงไกร กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยขณะนี้เปรียบเสมือน “รถที่ติดหล่ม” ต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนเชิงนโยบายอย่างเร่งด่วน โดยภาครัฐได้ประกาศนโยบาย “Quick Big Win” เพื่อเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย แก้ปัญหาหนี้ เพิ่มสภาพคล่อง และฟื้นภาคท่องเที่ยวให้กลับมาเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ
นายเกรียงไกร ได้นำเสนอยุทธศาสตร์ยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านแนวคิด 4GO ได้แก่ Go Digital & AI, Go Innovation, Go Global และ Go Green ภายใต้นโยบาย ONE FTI เพื่อเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
ทั้งนี้ ส.อ.ท.ตั้งเป้าหมายหลัก 3 ด้าน คือ ผลักดันอันดับความสามารถในการแข่งขัน IMD ขึ้นสู่ Top 20 จากปัจจุบันอันดับ 30 ขยายตัวเศรษฐกิจระดับ 5% ต่อปี และเร่งเป้าหมาย Net Zero เป็นปี 2050
สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบาย ได้แบ่งเป็น 8 ด้าน ตั้งแต่การปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบ พัฒนาคนและแรงงาน บริหารจัดการพลังงาน ส่งเสริมการค้าและการลงทุน S-Curve ยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรม ขับเคลื่อน BCG & ESG เสริมศักยภาพ SME ไปจนถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์และพื้นที่อุตสาหกรรม
ดร.โภคินย้ำว่า เป้าหมายของพรรคคือสร้างความมั่นคงให้ประชาชน มีคุณภาพชีวิตที่ดี และไม่ยากจน ผ่านนโยบายรัฐสวัสดิการที่ยั่งยืน ไม่ใช่ประชานิยม ควบคู่การปฏิรูปการศึกษา เพื่อให้จบแล้วมีงานทำ และมีทักษะตรงกับความต้องการของประเทศ







