thansettakij
thansettakij
หอการค้าอุดรฯ ชง ครม.สัญจร เร่ง 2 ถนนยุทธศาสตร์ 2.69 หมื่นล้าน ปลดล็อกโลจิสติกส์อีสาน

หอการค้าอุดรฯ ชง ครม.สัญจร เร่ง 2 ถนนยุทธศาสตร์ 2.69 หมื่นล้าน ปลดล็อกโลจิสติกส์อีสาน

20 ต.ค. 69 | 11:30 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ต.ค. 69 | 11:34 น.

หอการค้าจังหวัดอุดรธานี เตรียมเสนอ ครม.สัญจร เร่งรัด 2 โครงการถนนยุทธศาสตร์วงเงินรวม 26,930 ล้านบาท ขยายทางหลวงหมายเลข 2 ช่วงอุดรธานี–โนนสะอาด เป็น 6 ช่องจราจรตลอดสาย และเร่งอนุมัติทางหลวงเชื่อมอุดรธานี–บึงกาฬ หวังเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ เชื่อมเศรษฐกิจอีสานตอนบน รองรับการค้าชายแดนไทย–ลาว

KEY

POINTS

  • หอการค้าจังหวัดอุดรธานีเตรียมเสนอ ครม.สัญจร ให้เร่งรัด 2 โครงการถนนยุทธศาสตร์ มูลค่ารวม 26,930 ล้านบาท เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ภาคอีสานตอนบน
  • โครงการแรกคือการขยายทางหลวงหมายเลข 2 (อุดรธานี–โนนสะอาด) ให้เป็น 6 ช่องจราจรตลอดเส้นทาง ด้วยงบประมาณ 2,000 ล้านบาท
  • โครงการที่สองคือการก่อสร้างทางหลวงเชื่อมอุดรธานี–บึงกาฬ มูลค่า 24,930 ล้านบาท เพื่อเชื่อมโยงการค้าชายแดนกับจังหวัดบึงกาฬและ สปป.ลาว

นายกัณฑ์พงศ์ สุระวรรณวิจิตร ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า หอการค้าจังหวัดอุดรธานีเตรียมผลักดันข้อเสนอด้านโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จังหวัดอุดรธานี โดยมุ่งเร่งรัดการพัฒนาเส้นทางคมนาคมสำคัญ 2 โครงการ วงเงินรวม 26,930 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและขนส่งสินค้า ตลอดจนยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของจังหวัดอุดรธานีและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

หอการค้าอุดรฯ ชง ครม.สัญจร เร่ง 2 ถนนยุทธศาสตร์ 2.69 หมื่นล้าน ปลดล็อกโลจิสติกส์อีสาน
โดยข้อเสนอประกอบด้วย การขยายทางหลวงหมายเลข 2 ช่วงอุดรธานี–โนนสะอาด ระยะทาง 70 กิโลเมตร ให้เป็นถนน 6 ช่องจราจรตลอดแนว วงเงินประมาณ 2,000 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างทางหลวงเชื่อมอุดรธานี–บึงกาฬ วงเงิน 24,930 ล้านบาท ซึ่งภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลเร่งรัดการอนุมัติ เพื่อผลักดันเข้าสู่ขั้นตอนดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมไม่ใช่เพียงการเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับต้นทุนโลจิสติกส์ ความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ และโอกาสดึงดูดการค้าการลงทุนในภูมิภาค โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเมือง แหล่งผลิต ศูนย์กระจายสินค้า และพื้นที่การค้าชายแดนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เร่งถนนยุทธศาสตร์ เปิดทางการค้าอีสานตอนบน

"หากโครงการได้รับการผลักดันอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ภาคธุรกิจวางแผนขนส่งสินค้าได้สะดวกขึ้น ลดข้อจำกัดในการเคลื่อนย้ายสินค้า และเพิ่มโอกาสเข้าถึงตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะ สปป.ลาว ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคอีสานตอนบน"

หอการค้าอุดรฯ ชง ครม.สัญจร เร่ง 2 ถนนยุทธศาสตร์ 2.69 หมื่นล้าน ปลดล็อกโลจิสติกส์อีสาน

ด้าน นายสัญญพงศ์ ต่อสหะกุลเจริญ รองประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า โครงการแรกที่ต้องการผลักดัน คือ การขยายทางหลวงหมายเลข 2 หรือถนนมิตรภาพ ช่วงอุดรธานี–โนนสะอาด ระยะทางรวม 70 กิโลเมตร ปัจจุบันมีถนน 6 ช่องจราจรแล้ว 20 กิโลเมตร จึงเสนอให้ขยายส่วนที่เหลืออีก 50 กิโลเมตร ด้วยงบประมาณประมาณ 2,000 ล้านบาท เพื่อให้เส้นทางตลอดแนวมี 6 ช่องจราจร
"เส้นทางดังกล่าวเป็นโครงข่ายหลักในการเดินทางและขนส่งสินค้าระหว่างจังหวัดอุดรธานีกับจังหวัดขอนแก่น การขยายช่องจราจรจะช่วยรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้น ลดปัญหาคอขวด และเพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งสินค้า รวมถึงรองรับการขยายตัวของเมืองและภาคธุรกิจในอนาคต"

 

ดันทางหลวง 2.49 หมื่นล้าน เปิดประตูการค้าเชื่อมลาว

ส่วนโครงการที่สอง คือ ทางหลวงเชื่อมอุดรธานี–บึงกาฬ วงเงิน 24,930 ล้านบาท ซึ่งมีความสำคัญต่อการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมในภาคอีสานตอนบน โดยหอการค้าจังหวัดอุดรธานีต้องการให้รัฐบาลเร่งรัดการอนุมัติ เพื่อให้โครงการเดินหน้าสู่ขั้นตอนดำเนินงานต่อไป ซึ่งในการพัฒนาเส้นทางนี้จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางและขนส่งสินค้า เชื่อมพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัดอุดรธานีกับจังหวัดบึงกาฬ ตลอดจนสนับสนุนการเชื่อมโยงไปยัง สปป.ลาว ซึ่งมีศักยภาพด้านการค้าชายแดนและการขนส่งระหว่างประเทศ

นายสัญญพงศ์ กล่าวว่า การประชุม ครม.สัญจร จังหวัดอุดรธานี เป็นโอกาสสำคัญที่ภาคเอกชนจะนำเสนอความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานต่อรัฐบาล โดยต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความชัดเจนทั้งด้านการอนุมัติ งบประมาณ และแผนดำเนินงาน โดยเฉพาะโครงการที่มีความพร้อม เพื่อให้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเกิดผลเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตามทาง หอการค้าจังหวัดอุดรธานี จะติดตามความคืบหน้าของทั้ง 2 โครงการอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าการพัฒนาเส้นทางคมนาคมเป็นรากฐานสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของภูมิภาค สนับสนุนการค้าการลงทุน สร้างโอกาสทางธุรกิจและการจ้างงาน ตลอดจนกระจายรายได้สู่ประชาชนในระยะยาว