
‘กทท.’ เปิดเส้นทางโลจิสติกส์ใหม่ เจาะตลาด BIMSTEC เชื่อม 5 ประเทศ
‘กทท.’ ปลุกท่าเรือระนอง เปิดเส้นทางใหม่เที่ยวปฐมฤกษ์ เชื่อมจีน-ลาว-ไทย-เมียนมา รุกตลาด BIMSTEC ย่นระยะเวลาขนส่งเหลือเพียง 3-6 วัน หนุนเส้นทางเศรษฐกิจขนส่งทางน้ำระดับภูมิภาค
KEY
POINTS
- การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเส้นทางขนส่งสินค้าต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) ใหม่ โดยใช้ท่าเรือระนองเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการค้าจากจีน-ลาว-ไทย ไปยังกลุ่มประเทศ BIMSTEC
- เส้นทางใหม่นี้ช่วยลดระยะเวลาการขนส่งสินค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ เช่น ไปยังเมียนมาเหลือเพียง 3 วัน และอินเดีย 6 วัน จากเดิมที่ใช้เวลา 14-21 วัน
- มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลฝั่งอันดามัน ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ
นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า กทท. ได้เปิดพื้นที่ท่าเรือระนอง จัดพิธีเปิดโครงการขนส่งสินค้าต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) เส้นทาง สปป.จีน–ลาว–ไทย–เมียนมา–กลุ่ม BIMSTEC
พร้อมเปิดการขนส่งเที่ยวปฐมฤกษ์ไปยังท่าเรือย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ซึ่งจะช่วยยกระดับบทบาทสู่ศูนย์กลางการค้าทางทะเลฝั่งอันดามันของไทยและเชื่อมโยงเครือข่ายเศรษฐกิจระดับภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางการขนส่งสินค้าใหม่ในรูปแบบ Multimodal Transport ที่เชื่อมโยงการขนส่งหลายรูปแบบทั้งทางรถบรรทุก ทางรถไฟ และทางเรือเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
โดยมีท่าเรือระนองเป็นจุดเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ ที่สามารถขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนและเอเชียใต้ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า ผู้ประกอบการ ผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและสายการเดินเรือ
นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า ท่าเรือระนองถือเป็นท่าเรือของภาครัฐเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลอันดามัน และเป็นเสมือนประตูการค้าของไทยที่เปิดสู่ภูมิภาค BIMSTEC ได้โดยตรงการเปิดเส้นทาง Multimodal Transport
สำหรับการขนส่งสินค้าจากท่าเรือระนองไปยังประเทศต่าง ๆ จะใช้เวลาเดินทางเพียง 3 วันถึงท่าเรือย่างกุ้ง เมียนมา, 4 วันถึงท่าเรือจิตตะกอง ประเทศบังคลาเทศ, 6 วันถึงท่าเรือเจนไน ประเทศอินเดีย และท่าเรือโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา
จากเดิมที่ต้องใช้เวลาประมาณ 14 - 21 วัน กว่าจะสินค้าส่งถึงท่าเรือเหล่านี้ ทั้งหมดนี้แสดงถึงศักยภาพในการลดระยะเวลาและต้นทุนการขนส่งได้อย่างชัดเจน ซึ่งสามารถสร้างความได้เปรียบเชิงแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศ
ขณะเดียวกันการดำเนินโครงการนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากบริษัท ไทยทรานสปอร์ต เซ็นเตอร์ จำกัด ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท Ever Flow River Group Public Co., Ltd. จากเมียนมา บริษัท เอสพีที สมาร์ท ครีเอชั่น จำกัด
นอกจากนี้กทท.ยังมีเป้าหมายพัฒนาระบบการขนส่งที่ทันสมัยและเชื่อมต่อได้หลายรูปแบบอย่างไร้รอยต่อ โดยมีท่าเรือระนองเป็นท่าเรือหลักในการกระจายสินค้าไปยังประเทศในภูมิภาค BIMSTEC (บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เมียนมา เนปาล ศรีลังกา และไทย) ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและกำลังซื้อเติบโตอย่างต่อเนื่อง และได้มีการจัดทำปฏิญญาความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการร่วมกันมาแล้ว
สำหรับโครงการ Multimodal Transport เที่ยวปฐมฤกษ์ที่เริ่มต้นจากท่าเรือระนองครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
ที่มีส่วนผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางการค้าสำคัญในภูมิภาคอันดามันและ BIMSTEC มุ่งสู่เป้าหมายในการสร้างระบบขนส่งที่รวดเร็ว ทันสมัย และคุ้มค่า
อย่างไรก็ดีจะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ขยายโอกาสสู่ตลาดใหม่ ตอบโจทย์การค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงและเสริมศักยภาพให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว





