
“สุริยะ” ถกสภาวิศวกร ดันวัสดุไทย สร้างไฮสปีดไทย-จีน เฟส 2
"สุริยะ" ถกสภาวิศวกร เคลียร์ 4 ปัญหา “ไฮสปีดไทย-จีน เฟส 2” สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษามาตรฐานจีน คุมงานก่อสร้าง หนุนผู้ประกอบการใช้วัสดุไทย
KEY
POINTS
- นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประชุมร่วมกับสภาวิศวกรเพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมการใช้วัสดุที่ผลิตในประเทศสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 2 (นครราชสีมา-หนองคาย)
- สภาวิศวกรได้นำเสนอ 4 ประเด็นปัญหาหลักที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ได้แก่ วัสดุก่อสร้าง, การทดสอบและควบคุมคุณภาพ, แบบและเทคนิคการก่อสร้าง และบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงาน
- นายสุริยะได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาข้อกำหนดทางเทคนิคตามมาตรฐานจีน เพื่อกำหนดรูปแบบการก่อสร้างที่เหมาะสมและสนับสนุนการใช้วัสดุไทย
- นโยบายสำคัญของรัฐบาลคือการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยและการใช้วัสดุในประเทศ โดยได้มอบหมายให้ รฟท. พิจารณาใช้ผู้ควบคุมงานก่อสร้างไทยในโครงการนี้ด้วย
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการประชุมร่วมกับนายกสภาวิศวกรและคณะเพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมบุคลากรวิศวกรไทย ผู้ประกอบการไทย และการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศสำหรับโครงการความร่วมมือรถไฟความเร็วสูงไทย - จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา - หนองคาย
ทั้งนี้สภาวิศวกรได้นำเสนอ 4 ประเด็นปัญหาหลัก ได้แก่ 1.วัสดุก่อสร้าง 2.งานทดสอบวัสดุและการควบคุมคุณภาพ 3.แบบก่อสร้างและเทคนิคการก่อสร้าง และ 4. บริษัทที่ปรึกษาควบคุมงาน
นายสุริยะ กล่าวต่อว่า ในการหารือเกี่ยวกับประเด็นการสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของวิศวกรไทยและผู้ประกอบการไทย รวมถึงการใช้วัสดุภายในประเทศ เป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมได้พยายามผลักดันและให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ร่วมมือกับกรมการขนส่งทางราง สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) (สทร.)และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ศึกษาข้อกำหนดทางเทคนิคตามมาตรฐานจีน เพื่อกำหนดเทคนิคและรูปแบบการก่อสร้างที่เหมาะสมในไทย
นอกจากนี้ให้ รฟท. พิจารณาใช้ผู้ควบคุมงานก่อสร้างไทย ในการดำเนินโครงการความร่วมมือรถไฟความเร็วสูงไทย - จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา - หนองคาย
อย่างไรก็ดีรัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมได้จัดตั้ง สทร. เพื่อรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูง ซึ่งจะรวมถึงการบำรุงรักษาทั้งระบบฯ และในอนาคตได้วางเป้าหมายในการผลิตขบวนรถไฟฟ้าความเร็วสูงภายในประเทศ





