
‘OR’ พลิกกำไร 5,138 ล้าน ไตรมาส 3/69 โตทะลุ 100% เปิดเกมรุก CaféAmazon-ธุรกิจ EV
OR เผยกำไรไตรมาส 3 กว่า 5.1 พันล้าน EBITDA โตกระโดด 100% แม้รายได้ลด 10.3% เดินหน้าเร่งเครื่องธุรกิจ Non-Oil จับมือไมเนอร์ปักธง 150 ร้านอาหาร ดัน PTTStation สู่ Food Destination
KEY
POINTS
- OR ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/69 มีกำไรสุทธิ 5,138 ล้านบาท เติบโตขึ้นกว่า 100% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนหลักจากกลุ่มธุรกิจ Mobility
- เดินหน้ารุกขยายสาขา Café Amazon ทั้งในและต่างประเทศ โดยล่าสุดได้เปิดสาขาแรกที่บังกลาเทศ และตั้งเป้าขยายกว่า 100 สาขาในอนาคต
- เร่งขยายธุรกิจ EV โดยเพิ่มเครือข่ายสถานีชาร์จ EV Station PluZ เป็น 1,373 แห่งทั่วประเทศ พร้อมพัฒนานวัตกรรมชาร์จเร็วเพื่อรองรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) เปิดเผยผลการดำเนินงานของ OR ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 ว่า มีรายได้ขายและบริการ 184,425 ล้านบาท ลดลง 21,242 ล้านบาท หรือลดลง 10.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มี EBITDA จำนวน 7,508 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,455 ล้านบาท หรือมากกว่า 100% จากไตรมาสก่อน
โดยได้รับแรงหนุนจากกลุ่มธุรกิจ Mobility ที่กำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรเพิ่มขึ้นจากดีเซลและเบนซิน และกลุ่มธุรกิจ Global ที่มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นในฟิลิปปินส์ สปป.ลาว และกัมพูชา ขณะที่ผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจ Lifestyle ปรับตัวลดลงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามภาพรวมค่าใช้จ่ายดำเนินงานปรับตัวลดลง ส่งผลให้ในไตรมาสนี้ OR มีกำไรสุทธิ 5,138 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,912 ล้านบาทจากไตรมาสก่อน คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.43 บาท สะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลก
9 เดือนรายได้-บริการ 5.66 แสนล้าน
สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2569 OR มีรายได้ขายและบริการ 566,217 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63,029 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ หลัก ๆ มาจากกลุ่มธุรกิจ Mobility และกลุ่มธุรกิจ Global ที่เพิ่มขึ้น 11.6% และ 22.5% ตามราคาจำหน่ายเฉลี่ยต่อลิตรที่สูงขึ้นสอดคล้องกับราคาน้ำมันในตลาดโลก เป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้ปริมาณจำหน่ายโดยรวมจะลดลง
ส่วนกลุ่มธุรกิจ Lifestyle มีรายได้เพิ่มขึ้น 4.5% จากการขยายสาขาของธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มอย่างต่อเนื่อง และมี EBITDA อยู่ที่ 14,661 ล้านบาท ลดลง 1,253 ล้านบาท หรือลดลง 7.9% โดยหลักจากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรของน้ำมันอากาศยานที่ลดลงในกลุ่มธุรกิจ Mobility และกลุ่มธุรกิจ Global จากกำไรขั้นต้นที่ลดลงในกัมพูชาเป็นหลักจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา
กลุ่มธุรกิจ Lifestyle ยังเติบโตโดย Café Amazon มีปริมาณจำหน่ายในไตรมาสนี้ 116 ล้านแก้ว เพิ่มขึ้น 6.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการขยายสาขา กิจกรรมส่งเสริมการขาย และการนำเสนอเมนูใหม่อย่างต่อเนื่อง
“OR ขยาย PTT Station เพิ่มอีก 12 แห่งในไตรมาสนี้ และการขยายเครือข่าย EV Station PluZ ซึ่งเปิดให้บริการสะสม 1,373 แห่ง (3,110 หัวชาร์จ DC Fast Charge) พร้อม EV HUB 34 แห่ง และนวัตกรรม Ultra-Fast Charge กำลังไฟสูงสุด 480 กิโลวัตต์ เพื่อรองรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง”
ด้านธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มสิ้นไตรมาส 3 มีเครือข่ายรวม 5,108 สาขา ประกอบด้วย Café Amazon 5,015 สาขา และร้านอาหารและเครื่องดื่มอื่นอีก 93 สาขา ส่วนร้านค้าปลีกสินค้าสุขภาพและความงาม found & found ขยายเป็น 31 สาขา
และล่าสุด บริษัท ฟู้ดเดลลัส จำกัด (FDL) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ OR ได้ลงนามความร่วมมือกับ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เพื่อขยายร้านอาหาร 4 แบรนด์ ได้แก่ The Pizza Company, Dairy Queen, The Steak & More และ CHIHO Ramen ตั้งเป้ากว่า 150 สาขาภายในปี 2573 เพื่อยกระดับสถานีบริการน้ำมันและพื้นที่เชิงพาณิชย์สู่การเป็น Food & Lifestyle Destination
ขยาย Café Amazon ตลาดเอเชียใต้
นอกจากนี้ ยังขยาย Café Amazon สู่ตลาดเอเชียใต้ร่วมกับบาชุนดารา กรุ๊ป (Bashundhara Group) โดยเปิดสาขาแรกที่กรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ ตั้งเป้า 8 สาขาภายในปี 2569 และกว่า 100 สาขาในอนาคต
อีกทั้ง OR ยังเดินหน้า Digital & AI Transformation โดยมีแอปพลิเคชัน blueplus+ ซึ่งมีสมาชิกกว่า 10.5 ล้านราย เป็นศูนย์กลางของ OR Ecosystem ที่เชื่อมโยงข้อมูล บริการ และสิทธิประโยชน์จากทุกแบรนด์ในเครือ เพื่อเข้าใจลูกค้าได้แม่นยำขึ้นและพัฒนาบริการเฉพาะบุคคล เช่น Café Amazon Rewards, Instant Redeem และบริการเติมน้ำมันเอง (Self-Serve) ที่ PTT Station รวมถึงต่อยอดสู่ธุรกิจบริการด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (Energy as a Service: EaaS) ผ่านความร่วมมือกับกองบัญชาการกองทัพไทย ในการศึกษาการติดตั้งโซลาร์รูฟ ระบบบริหารจัดการความเย็น และสถานีชาร์จ EV Station PluZ และกับกระทรวงสาธารณสุข ในการนำ EaaS มาใช้กับโรงพยาบาลนำร่อง 4 แห่ง เพื่อมุ่งสู่ระบบสุขภาพคาร์บอนต่ำ ควบคู่กับการสร้างโอกาสให้สังคมผ่านร้าน Café Amazon for Chance 643 สาขา และร้านไทยเด็ดที่สนับสนุนสินค้าวิสาหกิจชุมชน 574 สาขาทั่วประเทศ





