
สหพันธ์ขนส่งฯ บุกพลังงาน จี้ตรึงดีเซล 35 บาท 1 ปี ขู่ขนรถบรรทุก 1,000 คันเข้ากรุง
สหพันธ์ขนส่งฯ บุกกระทรวงพลังงาน จี้ตรึงดีเซล 35 บาทต่อลิตร 1 ปี ชี้ลดภาษี B20-E20 ตัดต้นทุนทิพย์ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ขู่ยกระดับขนรถบรรทุก 1,000 คันเข้ากรุงเทพฯ
KEY
POINTS
- สหพันธ์การขนส่งทางบกฯ และเครือข่าย 13 สมาคม รวมตัวประท้วงหน้ากระทรวงพลังงาน เรียกร้องให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ลิตรละ 35 บาท เป็นเวลา 1 ปี
- ยื่นข้อเรียกร้อง 10 ข้อ รวมถึงการปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ ลดภาษีสรรพสามิต และทบทวนค่าการกลั่น
- ขู่ยกระดับการชุมนุมหากข้อเรียกร้องไม่ได้รับการแก้ไขภายใน 60 วัน โดยอาจนำรถบรรทุก 500-1,000 คันเคลื่อนขบวนเข้ากรุงเทพฯ
สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมภาคีเครือข่าย 13 สมาคม รวมตัวจัดกิจกรรมรวมพลังคนขนส่ง หยุดปล้นประชาชน บริเวณด้านหน้ากระทรวงพลังงาน เรียกร้องรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคาน้ำมัน หลังราคาดีเซลปรับเพิ่มขึ้นกว่า 8 บาทต่อลิตร ส่งผลกระทบต่อต้นทุนภาคขนส่งและประชาชน
บรรยากาศการชุมนุม มีการนำรถบรรทุกติดป้ายข้อความโจมตีกลุ่มทุนพลังงาน พร้อมตั้งเวทีปราศรัยโดยผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและตัวแทนผู้ประกอบการขนส่งที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ยังมีการตั้งโลงศพและวางดอกไม้จันทน์ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านกลุ่มทุนพลังงาน ภายใต้ข้อความหยุดปล้นประชาชน
ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การชุมนุมดังกล่าวเป็นการยกระดับจากกิจกรรม Truck Power ที่จังหวัดชลบุรี หลังจากก่อนหน้านี้เคยยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลแล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน โดยมองว่าการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลในช่วงที่ประชาชนกำลังประสบปัญหาน้ำท่วม สร้างความเดือดร้อนและเพิ่มภาระต้นทุนให้กับทุกภาคส่วน
ข้อเรียกร้อง 10 ข้อ
สำหรับข้อเรียกร้องครั้งนี้มีทั้งหมด 10 ข้อ ทั้งข้อเสนอเดิมและข้อเสนอเพิ่มเติม โดยประเด็นสำคัญคือ ขอให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ลิตรละ 35 บาท เป็นเวลา 1 ปี ปรับโครงสร้างราคาน้ำมันและพลังงานทั้งระบบ ยกเลิกต้นทุนสมมติ
ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเหลือร้อยละ 5 ทบทวนค่าการกลั่น ควบคุมราคาน้ำมันให้เป็นสินค้าควบคุม รวมถึงตรวจสอบกรณีน้ำมันหายไปกว่า 700 ล้านลิตร และหาผู้รับผิดชอบ
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ยุบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. และจัดตั้งคลังน้ำมันสำรองของชาติ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน
รัฐบาลมีเวลาประมาณ 60 วัน ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้อง โดยย้ำว่ามาตรการช่วยเหลือต้องครอบคลุมประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะผู้ประกอบการขนส่งและโลจิสติกส์ หากรัฐบาลเสนอความช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มขนส่ง ทางสหพันธ์ฯ จะไม่รับ เพราะต้องการให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง
ลดภาษี B20-E20 ไม่ได้แก้ปัญหาต้นเหตุ
ส่วนมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน B20 และ E20 รวมถึงการถอดต้นทุนสมมติออกจากโครงสร้างราคาน้ำมันนั้น มองว่ายังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และประชาชนอาจไม่ได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบกลุ่มทุนพลังงานและผู้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการกักตุนน้ำมันอย่างจริงจัง
“ฝากถึงนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้เพิ่มความกล้าในการดำเนินการกับกลุ่มทุนพลังงาน โดยยืนยันว่าข้อเรียกร้องทั้ง 10 ข้ออยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง และรัฐบาลสามารถดำเนินการได้”
อย่างไรก็ดี หากครบกำหนดแล้วยังไม่มีความคืบหน้า จะพิจารณายกระดับการชุมนุม โดยอาจประสานกับกลุ่มผู้ชุมนุมอื่น หรือจัดขบวนรถบรรทุกในเครือข่ายจำนวน 500-1,000 คัน เคลื่อนเข้าสู่กรุงเทพมหานคร แม้ไม่ต้องการสร้างผลกระทบต่อการจราจร แต่ยืนยันว่าจะยกระดับการเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน หากรัฐบาลยังไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหา
ด้านนางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งออกมารับหนังสือข้อเรียกร้อง ระบุว่า ขณะนี้กระทรวงได้รับข้อมูลจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยที่มีพฤติการณ์กักตุนและเก็งกำไรน้ำมันในช่วงเดือนมีนาคม จำนวน 24 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้ประกอบการตามมาตรา 7 รวมอยู่ด้วย ซึ่งมีผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว 6 ราย
กระทรวงพลังงานเตรียมหารือร่วมกับดีเอสไอในสัปดาห์หน้า เพื่อตรวจสอบว่ามีข้อมูลหรือเอกสารส่วนใดที่ต้องเพิ่มเติม เพื่อเร่งรัดการดำเนินคดีและติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องมารับผิดชอบ โดยยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง







