thansettakij
thansettakij
ปตท.ทุ่ม 2.34 หมื่นล้าน ผุดถัง LNG เพิ่ม รับมือวิกฤตพลังงาน จับตาดันค่าไฟฟ้าขยับ

ปตท.ทุ่ม 2.34 หมื่นล้าน ผุดถัง LNG เพิ่ม รับมือวิกฤตพลังงาน จับตาดันค่าไฟขยับ

04 พ.ย. 69 | 05:18 น.
อัปเดตล่าสุด :04 พ.ย. 69 | 05:19 น.

สัญญาณภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อ ปตท.เร่งสต็อก LNG อัด 2.3 หมื่นล้าน สร้างถังเก็บอีก 2 ใบ รองรับวิกฤตพลังงาน สอดรับกับการปรับปรุงร่าง Gas Plan 2024 ใหม่ คนวงการพลังงานชี้ กระทบค่าไฟฟ้าในอนาคต แลกความเสี่ยงก๊าซฯขาดแคลน ส่งผลต่อความมั่นคงพลังงาน

KEY

POINTS

  • ปตท. เสนอโครงการลงทุน 23,476 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างถังเก็บก๊าซ LNG เพิ่ม 2 ถังที่มาบตาพุด เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานและเสริมความมั่นคงของประเทศ
  • การสร้างถังเก็บเพิ่มจะช่วยขยายระยะเวลาการสำรองก๊าซธรรมชาติของประเทศจากเดิมประมาณ 11 วันให้เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินและสร้างความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ
  • ต้นทุนการลงทุนดังกล่าวจะถูกส่งผ่านไปยังอัตราค่าบริการ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าในอนาคตปรับตัวสูงขึ้นเพื่อเป็นหลักประกันความเสี่ยงด้านพลังงาน

ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ที่ทวีความรุนแรงและส่อแววยืดเยื้อ ทั้งจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง และสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ได้กลายเป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดหาและการขนส่งพลังงานทั่วโลก ความไม่แน่นอนบริเวณเส้นทางขนส่งทางทะเลที่สำคัญ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซและพื้นที่ทะเลแดง ที่ส่งผลให้การจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลวในตลาดจรหรือ Spot LNG ขาดหายไปจากระบบ และกดดันราคาพุ่งขึ้น และตกอยู่ในสภาวะผันผวนอย่างหนัก

สะท้อนได้จากปัจจุบันไทยไม่สามารถนำเข้า LNG จากประเทศกาตาร์ ที่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) มีสัญญาระยะยาวจัดส่งให้ปีละ 2 ล้านตัน ให้ครอบคลุมตามสัญญาได้ จำเป็นต้องจัดหา Spot LNG ที่มีราคาแพงราว 16-17 ลำเรือ หรือประมาณ 1.1 ล้านตัน เข้ามาทดแทน เพื่อรองรับวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้น ซึ่งปัจจุบันประเทศต้องนำเข้า LNG ทั้งสัญญาระยะยาว ระยะสั้น และการจัดหาในรูปแบบ Spot LNG คิดเป็นสัดส่วนราว 38% หรือประมาณ 1,836 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากความต้องการใช้ราว 4,853 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (ข้อมูล ม.ค.-เม.ย.69)

สต็อกก๊าซแอลเอ็นจียังต่ำ

ในขณะที่สถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG Terminal) ได้ออกแบบเพื่อรองรับความต้องการใช้ก๊าซธรรม ชาติตามแผนการดำเนินงานปกติ (Business As Usual: BAU) มีความสามารถในการเก็บ LNG รองรับความต้องการใช้ได้ประมาณ 11 วัน และคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการพลังงาน (กกพ.) กำหนดปริมาณเก็บสำรอง LNG เพื่อความมั่นคงไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต (MMSCF) เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการจัดกา( Supply) ก๊าซธรรมชาติ เช่น เหตุการณ์ก๊าซธรรมชาติจากเมียนมาหยุดจ่ายหรือเรือ LNG ไม่สามารถส่งได้ตามกำหนด เป็นต้น ซึ่งยังไม่เพียงพอในการรองรับเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อ Supply อย่างฉับพลันและรุนแรง (Black Swan) เช่น เหตุการณ์พายุที่กระทบการผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งในอ่าวไทยและเรือ LNG ไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ หรือเหตุความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบต่อการจัดหา LNG จากภูมิภาคตะวันออกกลาง

ปตท.ทุ่ม 2.34 หมื่นล้าน ผุดถัง LNG เพิ่ม รับมือวิกฤตพลังงาน จับตาดันค่าไฟขยับ

ระบบพลังงานของประเทศจึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงทั้งด้านการขาด Supply ของเชื้อเพลิงก๊าชธรรมชาติที่อาจนำไปสู่เหตุโรงไฟฟ้าดับฉุกเฉิน (Outage) และด้านต้นทุนของเชื้อเพลิงที่นำมาผลิตไฟฟ้า ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาเพิ่มการออกแบบเผื่อความปลอดภัยไว้ หรือ Safety Margin ไว้อย่างชัดเจนเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงให้แก่ประเทศ

ปตท.ยื่นขอสร้างถังLNGเพิ่ม

ล่าสุดแหล่งข่าวจากคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง กระทบต่อการจัดหา LNG ทางบริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด (PTTLNG) ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่ ปตท.ถือหุ้น 100%ได้ยื่นเรื่องมายัง กกพ.เพื่อขออนุมัติดำเนินการโครงการขยายความสามารถในการให้บริการของสถานีแอลเอ็นจีมาบตาพุด แห่งที่ 1-2 (LMPT1-2) เข้าเป็นสินทรัพย์ภายใต้กรอบบัญชีการกำกับดูแล(Regulatory Account Base; RAB) มาให้พิจารณาถึงความจำเป็นและความคุ้มค่าในการดำเนินงาน ซึ่งได้นำเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบต่อไปแล้ว

ปตท.ทุ่ม 2.34 หมื่นล้าน ผุดถัง LNG เพิ่ม รับมือวิกฤตพลังงาน จับตาดันค่าไฟขยับ

สำหรับโครงการดังกล่าวจะเป็นการก่อสร้างถังเก็บก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG Storage Tank) ขนาดความจุ 250,000 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 2 ถัง พร้อมอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อรองรับและเชื่อมต่อกับกระบวนการปัจจุบัน รวมเงินลงทุนรวม 23,476 ล้านบาท ภายในพื้นที่สถานีแอลเอ็นจี มาบตาพุด แห่งที่ 1 (LMPT1) จำนวน 1 ถัง ใช้เงินลงทุน 11,738 ล้านบาท และภายในพื้นที่ สถานีแอลเอ็นจี มาบตาพุด แห่งที่ 2 หรือสถานีหนองแฟบ (LMPT2) เงินลงทุน 11,738 ล้านบาท ซึ่งโครงการตั้งเป้าหมายกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2573 หรือภายใน 4 ปี หลังจากได้รับอนุมัติจากภาครัฐ

ปตท.ทุ่ม 2.34 หมื่นล้าน ผุดถัง LNG เพิ่ม รับมือวิกฤตพลังงาน จับตาดันค่าไฟขยับ

ปัจจุบันสถานี LMPT1 ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง มีท่าเทียบเรือรับก๊าซรวม 3 ท่า รองรับเรือขนส่ง LNG ขนาด 125,000-264,000 ลูกบาศก์เมตร มีถังเก็บ LNG ขนาดความจุ 160,000 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 4 ถัง คิดเป็นความจุรวม 640,000 ลูกบาศก์เมตร และมีกำลังการแปรสภาพก๊าซฯ (Re-gasification Capacity) รวม 11.5 ล้านตันต่อปี

ขณะที่สถานี LMPT2 ตำบลหนองแฟบ มีท่าเทียบเรือ 1 ท่า ถังเก็บ LNG ขนาดความจุ 250,000 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 2 ถัง ความจุรวม 500,000 ลูกบาศก์เมตร และมีกำลังการแปรสภาพก๊าซฯ รวม 7.5 ล้านตันต่อปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างขยายท่าเทียบเรือที่ 2 เงินลงทุน 3,385 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้บริการของ Shipper หรือรองรับเรือของผู้นำเข้า LNG ได้ในปริมาณที่มากขึ้น ซึ่งการลงทุนเพิ่มถังเก็บ LNG อีก 2 ถัง จะช่วยขยายระยะเวลาการเก็บสำรองก๊าซธรรมชาติจากเดิม 11 วันให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สร้างความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการระบบ และเปิดโอกาสให้สามารถช้อนซื้อ LNG ในช่วงที่ราคาตลาดโลกปรับตัวลดลงมาเก็บสำรองไว้ใช้ในช่วงราคาแพง ช่วยลดต้นทุนการจัดหาพลังงานรวมของประเทศได้ในระยะยาว

ปตท.ทุ่ม 2.34 หมื่นล้าน ผุดถัง LNG เพิ่ม รับมือวิกฤตพลังงาน จับตาดันค่าไฟขยับ

เพิ่มสำรอง LNG ช่วยรับความเสี่ยง

แหล่งข่าวจากระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า โครงการขยายขีดความสามารถในการให้บริการของ LNG Terminal อีก 2 ถัง จะช่วยเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานของประเทศได้มากขึ้น หรือช่วยลดความตรึงเครียดของวิกฤตพลังงานของประเทศได้ระดับหนึ่ง จากปัจจุบันที่มีความสามารถรองรับการจัดหาได้เพียง 19 ล้านตันต่อปี ซึ่งจะช่วยยกระดับระยะเวลาการเก็บสำรองพลังงานของประเทศให้สูงกว่าเกณฑ์ปกติที่มีอยู่ประมาณ 11 วัน ช่วยเป็นชนวนกันชนรองรับวิกฤตความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือเหตุฉุกเฉินระดับ Black Swan ที่อาจส่งผลกระทบต่อเรือขนส่ง LNG ในอนาคต

ทั้งนี้ ยังไม่รวมถึงโครงการ LNG Receiving Terminal 3 ของบริษัท กัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จํากัด (GMTP) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จํากัด ในเครือปตท.ถือหุ้นในสัดส่วน 3% และบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วน 70% ที่มีกำลังการแปรสภาพก๊าซฯ รวม 8 ล้านตันต่อปี อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าเปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์ภายในไตรมาส 2 ปี 2572

สำหรับการขยายถังเก็บ LNG นี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการปรับปรุงร่างแผนก๊าซธรรมชาติ หรือ ร่าง Gas Plan 2024 ที่เคยได้จัดทำไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งจะเข้าไปผนวกเป็นแผนพลังงานชาติ ร่วมกับร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศหรือ PDP 2026 ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของกพช.ในช่วงปลายปีนี้ เนื่องจากแผนเดิมไม่ได้นำปัจจัยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือการจัดกาก๊าซ LNG ในภาวะวิกฤต เข้าไปเป็นปัจจัยตัวแปรอย่างมีนัยสำคัญ โดยร่าง Gas Plan 2024 คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนมกราคม 2570

ปตท.ทุ่ม 2.34 หมื่นล้าน ผุดถัง LNG เพิ่ม รับมือวิกฤตพลังงาน จับตาดันค่าไฟขยับ

ลงทุนเพิ่มกระทบค่าไฟขยับ

แหล่งข่าวจากวงการพลังงาน กล่าวว่า การลงทุนของโครงการขยายการจัดเก็บ LNG ทั้ง 2 ถังนี้ จะส่งผ่านภาระต้นทุนไปยังอัตราค่าบริการไฟฟ้าและค่าบริการก๊าซธรรมชาติในอนาคต ซึ่งจะมีผลต่อค่าไฟฟ้าที่จะตามมาด้วย เนื่องจากอัตราค่าบริการสถานี LNG ส่วนคงที่ (Ld) จะสูงขึ้นกว่าอัตราค่าบริการในรอบปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้ ถือเป็นถือเป็นการจ่ายเบี้ยประกันความเสี่ยง เมื่อเทียบกับทางเลือกในการไม่ลงทุน เพราะหากเกิดวิกฤตการจัดหา LNG ขาดแคลนจนต้องใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาผลิตไฟฟ้าแทน มีผลต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะกระทบต่อกระเป๋าเงินของประชาชนและต้นทุนภาคธุรกิจสูงกว่าหลายเท่าตัว

อีกทั้ง การขยายทั้งถังเก็บก๊าซฯ เพื่อรองรับการนำเข้า LNG และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการระบบพลังงาน โดยเฉพาะการรองรับความต้องการใช้ก๊าซฯ เพื่อผลิตไฟฟ้าของประเทศในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ตลอดจนตอบสนองการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์ รวมถึงเสริมศักยภาพให้ประเทศไทยพร้อมรองรับการเป็นศูนย์กลางการค้าก๊าซธรรมชาติเหลวในภูมิภาค (Regional LNG Hub) ในอนาคต

สอดรับกับการต่อยอดขึ้นเป็นผู้เล่นในธุรกิจ LNG ระดับโลก (Global LNG Player) ในรูปแบบการค้า (Trading) ที่ตั้งเป้าหมายปริมาณการค้าในปีนี้ไว้ที่กวา 3 ล้านตัน และจะเพิ่มเป็น 4 ล้านกว่าตันในปี 2570 ก่อนจะขยับสู่เป้าหมายระยะยาวที่ 10 ล้านตันภายในปี 2573และจะทะยานขึ้นสู่ 15 ล้านตันต่อปีภายในปี 2578

ปตท.มีสัญญาระยะยาวแค่ 6.2 ล้านตัน

สำหรับการจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ตามสัญญาปัจจุบัน (Committed Contracts) ของประเทศประกอบด้วยสัญญาระยะยาวของ ปตท. (PTT Shipper) ในปริมาณรวม 6.2 ล้านตันต่อปี (MTPA) ซึ่งมีการกระจายการจัดหาจากซัพพลายเออร์ชั้นนำในระดับสากล ได้แก่ สัญญาจากประเทศกาตาร์ ปริมาณ 2.0 ล้านตันต่อปี (ระยะเวลาสัญญาปี 2558-2577) สัญญาจากปิโตรนาส (Petronas) ปริมาณ 1.2 ล้านตันต่อปี (ระยะเวลาสัญญาปี 2560-2579) สัญญาจากเชลล์ (Shell) ปริมาณ 1.0 ล้านตันต่อปี (ระยะเวลาสัญญาปี 2560-2580) สัญญาจากบีพี (BP) ปริมาณ 1.0 ล้านตันต่อปี (ระยะเวลาสัญญาปี 2560-2584) และสัญญาจาก PTTGL ปริมาณ 1.0 ล้านตันต่อปี (ระยะเวลาสัญญาปี 2569-2588) เพื่อใช้เป็นพอร์ตหลักในการรุกตลาด Global LNG Trading

ขณะเดียวกัน ในส่วนของสัญญาระยะสั้นของผู้ได้รับใบอนุญาตจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (Shipper) รายอื่น ประกอบด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งมีสัญญาระยะสั้นในปี 2567 ปริมาณ 0.9 ล้านตันต่อปี และต่อเนื่องในช่วงปี 2568-2570 ปริมาณ 0.5 ล้านตันต่อปี ควบคู่ไปกับ บริษัท หินกองเพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (HKH) ที่มีสัญญาระยะสั้นในช่วงปี 2567–2569 ปริมาณ 0.5 ล้านตันต่อปี เป็นต้น