
ผู้ประกอบการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ห่วงเกณฑ์อุดหนุนดันต้นทุนพุ่ง เสี่ยงสวมสิทธิ์
ผู้ประกอบการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ห่วงเงื่อนไขอุดหนุนหลังละ 5 หมื่นบาทเพิ่มต้นทุน Comsys Solar จำกัดรับ 20 หลังหากเกณฑ์ไม่เปลี่ยน วงการเตือนเสี่ยงสวมสิทธิ์ จี้รัฐเปิดติดตั้งเสรี
KEY
POINTS
- เกณฑ์โครงการอุดหนุนของรัฐ เช่น การบังคับทำประกันภัยและวางหลักประกัน ทำให้ผู้ประกอบการต้องบวกต้นทุนเพิ่ม ส่งผลให้ราคาติดตั้งสูงขึ้นกว่าปกติ
- ผู้ประกอบการบางรายกังวลต่อภาระต้นทุนและความเสี่ยง จึงประกาศจำกัดจำนวนการรับงานติดตั้งภายใต้โครงการ เพื่อประเมินผลกระทบและรักษาเสถียรภาพธุรกิจ
- วงการโซลาร์ฯ แสดงความกังวลว่าเงินอุดหนุนอาจจูงใจให้เกิดการสวมสิทธิ์จากพ่อค้าคนกลาง และเสี่ยงเกิดบริษัทที่ตั้งขึ้นเพื่อรับเงินแล้วทิ้งงาน ขาดความรับผิดชอบระยะยาว
นายปอ จิตทนง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Comsys Solar เปิดเผยว่า บริษัทจะรับงานติดตั้งภายใต้โครงการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชน วงเงิน 50,000 บาท รวมไม่เกิน 20 หลัง ก่อนยุติการรับงานใหม่ หากหลักเกณฑ์ฉบับที่มีผลบังคับใช้จริงยังคงมีเงื่อนไขสำคัญตามร่างที่ประกาศไว้ โดยขณะนี้มีลูกค้าสอบถามรายละเอียดการเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง ทั้งผ่านช่องทางแชตและภายในงานบ้านและสวน
การจำกัดจำนวนรับงานเป็นผลจากความจำเป็นในการบริหารความเสี่ยงและรักษาความยั่งยืนของธุรกิจ เพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าที่ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์กับบริษัทไปแล้วประมาณ 2,000 หลัง รวมถึงพนักงานและการให้บริการในระยะยาวได้อย่างต่อเนื่อง
บริษัทต้องประเมินภาระความรับผิดชอบตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การเสนอราคา สำรวจพื้นที่ ออกแบบระบบ เลือกอุปกรณ์ ติดตั้ง ตรวจสอบ ดำเนินเอกสาร และประสานงานกับการไฟฟ้า ไปจนถึงการรับประกันและบริการหลังการขาย ซึ่งล้วนมีต้นทุนและต้องมีผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน
ห่วงหลักประกัน–ประกันภัยเพิ่มภาระธุรกิจ
นายปอ ให้ข้อมูลว่า งานติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่ได้สิ้นสุดเพียงการนำแผงขึ้นหลังคา แต่ต้องมีบุคลากร เงินทุน ระบบบริหารจัดการ และผู้รับผิดชอบตลอดอายุการให้บริการ โดยบริษัทมีระบบรองรับการรับประกันและดูแลหลังการขายตามมาตรฐาน 10 ปีอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักประกันและภาระประกันภัย บริษัทจำเป็นต้องนำต้นทุนทั้งหมดมาประเมินอย่างรอบคอบ เพราะเป็นภาระที่ส่งผลต่อสถานะทางการเงินและความมั่นคงของธุรกิจในระยะยาว
“เงื่อนไขที่เพิ่มขึ้นหมายถึงภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจไม่จำเป็นสำหรับประชาชน หากผู้ประกอบการต้องคำนวณต้นทุนเหล่านี้อย่างครบถ้วน ท้ายที่สุดก็อาจต้องปรับราคาให้สูงขึ้น ซึ่งไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค”
สำหรับเหตุผลที่บริษัทยังคงรับงานภายใต้โครงการจำนวน 20 หลัง เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้พูดคุยและเสนอราคาให้ลูกค้าบางส่วนแล้ว ทั้งรายละเอียดราคา อุปกรณ์ และกำหนดการติดตั้ง จึงต้องการรักษาข้อตกลงและดูแลลูกค้ากลุ่มดังกล่าวเป็นลำดับแรก ส่วนลูกค้าที่มีประเด็นต้องหารือเพิ่มเติม ทีมงานจะติดต่อเป็นรายบุคคลเพื่อชี้แจงรายละเอียดให้ชัดเจน
นอกจากนี้ บริษัทยังต้องการรักษาคำมั่นที่เคยแจ้งไว้ว่า หากโครงการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์วงเงิน 50,000 บาทเปิดดำเนินการ บริษัทจะเข้าร่วม โดยก่อนหน้านี้ไม่ได้คาดการณ์ว่าเงื่อนไขที่กำหนดเพิ่มเติมจะสร้างภาระเกินกว่าระดับที่บริษัทยอมรับได้ และอาจกระทบต่อความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ
ใช้ราคาปกติ ไม่มีส่วนลดเพิ่ม
ลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการในรอบนี้จะได้รับข้อเสนอแพ็กเกจในราคาเต็มตามที่ระบุบนเว็บไซต์ พร้อมรายละเอียดอุปกรณ์ ขอบเขตงาน การรับประกัน และเงื่อนไขการชำระเงินที่ชัดเจน โดยบริษัทจะไม่ปรับขึ้นราคาจากราคาปกติ แต่จะไม่มีส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับงานภายใต้โครงการรอบนี้
เมื่อลูกค้าครบจำนวน 20 หลังแล้ว หากหลักเกณฑ์ฉบับสุดท้ายยังคงเป็นไปตามร่างเดิม บริษัทจะหยุดรับงานใหม่ภายใต้โครงการทันที ส่วนลูกค้าที่วางมัดจำและนัดหมายวันติดตั้งไว้แล้วจะยังได้รับบริการตามข้อตกลง ทั้งการติดตั้ง การดำเนินงาน การรับประกัน และบริการหลังการขายจนครบกำหนด โดยสามารถติดต่อผ่านช่องทางเดิมได้ตามปกติ
ขณะที่ธุรกิจติดตั้งโซลาร์เซลล์และบริการอื่นของ Comsys Solar จะยังดำเนินต่อไปตามปกติ โดยมุ่งนำเสนอโซลูชันที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละครัวเรือน
นายปอ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากหลักเกณฑ์ฉบับสุดท้ายปรับเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นและเป็นธรรมมากขึ้น บริษัทพร้อมพิจารณาแนวทางเข้าร่วมโครงการเพิ่มเติม และจะแจ้งรายละเอียดให้ลูกค้าทราบอย่างชัดเจนก่อนเปิดรับงานใหม่อีกครั้ง
UR Solar รับล็อตแรก 10 หลัง ชี้เงื่อนไขโครงการรัฐดันต้นทุนติดโซลาร์
ด้านบริษัท ยูอาร์โซลาร์ จำกัด (UR Solar) เปิดรับติดตั้งโซลาร์เซลล์ภายใต้โครงการสนับสนุนของภาครัฐล็อตแรกเพียง 10 หลัง เพื่อประเมินขั้นตอนยื่นเอกสาร การอนุมัติ และการเบิกจ่ายเงินสนับสนุน ก่อนพิจารณาขยายบริการเมื่อกระบวนการชัดเจนและบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัทระบุว่า ราคาแพ็กเกจในโครงการจะสูงกว่าราคาปกติ จากต้นทุนตามข้อกำหนด ได้แก่ การล้างแผงเพิ่มเติม 2 ปี ประกันอัคคีภัย 7 ปี และค่าธรรมเนียมกับต้นทุนทางการเงินจากหนังสือค้ำประกันธนาคาร (Bank Guarantee) วงเงิน 50,000 บาทต่อราย รวมถึงภาระอื่นตามเงื่อนไขโครงการ
อย่างไรก็ตาม บริษัท ยืนยันว่าไม่ได้ปรับราคาตามวงเงินสนับสนุน 50,000 บาทของรัฐ และจะแจ้งราคา อุปกรณ์ และเงื่อนไขให้ลูกค้าทราบก่อนตัดสินใจ โดยยังเลือกติดตั้งแพ็กเกจปกตินอกโครงการได้ ส่วนลูกค้าเดิมยังได้รับบริการหลังการขายและการรับประกันตามเดิมทุกประการ
พร้อมกันนี้ UR Solar เสนอให้ภาครัฐทบทวนข้อกำหนดเพื่อลดต้นทุนที่ประชาชนต้องแบกรับ ส่งเสริมการแข่งขันอย่างเท่าเทียม และกำหนดขั้นตอนกับระยะเวลาอนุมัติและเบิกจ่ายให้ชัดเจนและคล่องตัวขึ้น
วงการตั้งคำถามอุดหนุน 5 หมื่นล้านบาท
ด้านแหล่งข่าวจากวงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปรายหนึ่งให้ความเห็นว่า การนำเงินภาษีมาอุดหนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในอัตรา 50,000 บาทต่อหลังคาเรือน สำหรับเป้าหมาย 1 ล้านหลังคาเรือน คิดเป็นวงเงินรวม 50,000 ล้านบาท อาจไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสมและเสี่ยงบิดเบือนกลไกตลาด
แหล่งข่าวประเมินว่า งบประมาณจำนวนมากอาจไหลออกนอกประเทศไปยังผู้ผลิตอุปกรณ์และแผงโซลาร์เซลล์รายใหญ่ เนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นเทคโนโลยีและสินค้าจากประเทศจีน ขณะที่ประชาชนและรัฐบาลต้องแบกรับภาระงบประมาณและภาระหนี้สินในระยะยาว
“การนำเงินภาษีไปลง 50,000 บาทต่อหลัง เพื่อให้คนติดตั้งได้ประโยชน์ เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล เมื่อรัฐบาลใส่เงินลงไป ย่อมต้องเข้ามาควบคุมกำกับดูแลเพราะกลัวเงินจมหรือสูญเสีย ซึ่งสุดท้ายจะกลายเป็นการสร้างเงื่อนไขที่กีดกันผู้ประกอบการบางกลุ่ม และทำให้เกิดปัญหาตามมาไม่รู้จบ”
นอกจากนี้มองว่าเงินอุดหนุนจากรัฐบาลอาจกลายเป็นแรงจูงใจให้กลุ่มฉวยโอกาสและพ่อค้าคนกลางเข้ามาแสวงหาประโยชน์ พร้อมยกบทเรียนในอดีตช่วงที่ภาครัฐให้ราคารับซื้อไฟฟ้าสูงถึง 6 บาทต่อหน่วย ซึ่งตามข้อมูลของแหล่งข่าว เคยเกิดพฤติกรรมกว้านเช่าหลังคาบ้านเพื่อสวมสิทธิ์ขายไฟฟ้าให้รัฐ
สำหรับโครงการอุดหนุน 50,000 บาท แหล่งข่าวประเมินว่า ครัวเรือนที่มีความพร้อมจำนวนมากได้ติดตั้งระบบไปแล้ว ขณะที่ครัวเรือนทั่วไปซึ่งยังไม่ได้ติดตั้งหรือไม่ได้สนใจ อาจกลายเป็นเป้าหมายของพ่อค้าคนกลางที่เข้ามาเสนอจ่ายเงินก้อนเล็กน้อย แลกกับการขอใช้สิทธิ์ในนามเจ้าของบ้าน เพื่อรวบรวมเงินอุดหนุนจากรัฐบาลไปสร้างกำไร
อีกประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังคือ ความเสี่ยงจากบริษัทเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาเพื่อขายอุปกรณ์และรับติดตั้งโดยมุ่งรับเงินอุดหนุน เมื่อได้รับเงินแล้วอาจปิดกิจการ โดยไม่มีบริการหลังการขายหรือดูแลรักษาระบบในระยะยาว ทิ้งภาระให้ประชาชนและรัฐบาลชุดต่อไปต้องตามแก้ไข ทั้งหมดเป็นข้อกังวลต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ
โจทย์มาตรฐานสูง–แข่งขันตัดราคา
แหล่งข่าวให้ความเห็นถึงบทเรียนการกำหนดมาตรฐานและคุณสมบัติอุปกรณ์ในอดีตว่า โครงการที่มีงบประมาณรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องมักประสบปัญหาการหาจุดสมดุลระหว่างคุณภาพงานกับการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการแข่งขัน
หากรัฐบาลกำหนดมาตรฐานและคุณสมบัติไว้สูงเพื่อให้ได้โครงการที่มีคุณภาพ ผู้ประกอบการรายเล็กอาจร้องเรียนว่าถูกกีดกัน แต่หากลดมาตรฐานหรือคุณสมบัติลงเพื่อให้รายเล็กเข้าร่วมแข่งขันได้ ก็อาจเกิดการแข่งขันตัดราคาจนต่ำเกินกว่าจะดำเนินโครงการได้จริง
นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า การประมูลงานที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณรัฐมีความเสี่ยงต่อการวิ่งเต้นและกีดกันคู่แข่ง ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างราคาและการแข่งขันในอุตสาหกรรม จึงต้องพิจารณาการออกแบบโครงการอย่างรอบด้าน
เสนอเปิดติดตั้งเสรี เร่งเชื่อมต่อโครงข่าย
สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายต่อกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แหล่งข่าวเสนอว่า รัฐบาลควรเปิดให้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปได้อย่างเสรีตามแนวทางที่เคยดำเนินการในอดีต โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณอุดหนุน และมุ่งดำเนินการใน 2 เรื่องหลัก ได้แก่
- ขยายโควตาการติดตั้งและอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า ให้กระบวนการเชื่อมต่อระบบ หรือ Grid Connection มีความรวดเร็วและเป็นธรรม
- เปิดให้ราคาและการแข่งขันเป็นไปตามกลไกตลาด โดยให้ผู้บริโภคเลือกซื้อและตัดสินใจเลือกระดับราคา คุณภาพอุปกรณ์ และบริการด้วยตนเอง
“รัฐบาลควรถอยออกมา และปล่อยให้ประชาชนติดตั้งกันเองอย่างเสรี รัฐแค่ช่วยเรื่องการเชื่อมต่อสายส่งให้สะดวกก็พอ วิธีดังกล่าวนี้รัฐไม่ต้องเสียเงินงบประมาณภาษี ประชาชนได้เลือกของที่เหมาะสมด้วยตนเอง ส่วนงานกำกับดูแลที่เข้มงวด ควรเก็บไว้ใช้กับโครงการผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP เพื่อดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้าโดยรวมเท่านั้น”







