
ราคาน้ำมันโลกพุ่ง WTI บวก 2.06% แตะ 93.74 เหรียญ Brent ทะลุ 106 เหรียญ
ราคาน้ำมันโลกทะยานรับศึกตะวันออกกลาง WTI ปิด 93.74 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล Brent ทะลุ 106 เหรียญ หวั่นขนส่งสะดุด ตลาดผวาความขัดแย้งลามกระทบอุปทาน
KEY
POINTS
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้น 2.06% ปิดที่ 93.74 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบ Brent ปิดที่ 106.65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
- ปัจจัยหนุนมาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น หลังกลุ่มฮูตีโจมตีซาอุดีอาระเบีย และความกังวลเรื่องการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
- ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานระหว่างรัสเซียกับยูเครนเป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ผลักดันราคาให้สูงขึ้น
ราคาน้ำมันโลกสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (12 ต.ค.) โดยราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูง
ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานระหว่างรัสเซียกับยูเครน
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 1.89 เหรียญ หรือ 2.06% ปิดที่ 93.74 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.93 เหรียญ หรือ 1.84% ปิดที่ 106.65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ยิงโดรนและขีปนาวุธโจมตีสนามบินหลายแห่งในซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย และได้รับบาดเจ็บประมาณ 300 ราย ซึ่งรวมถึงพลเมืองชาวอเมริกัน 1 ราย
สหรัฐฯอาจเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารกับซาอุฯ
ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ อาจพิจารณาเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารกับซาอุดีอาระเบียเพื่อต่อสู้กับกลุ่มฮูตี
ความกังวลเกี่ยวกับการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงยืดเยื้อเช่นกัน โดยเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้เรือขนส่งบางลำต้องเปลี่ยนเส้นทาง หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังท่าเรือส่งออกน้ำมันดิบหลักของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งท่าเรือแห่งนี้ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการฟื้นฟูการส่งออกน้ำมันดิบในอ่าวเปอร์เซียให้กลับมาใกล้เคียงกับระดับก่อนเกิดสงคราม
นอกจากนี้ ประเด็นที่ว่ารัสเซียและยูเครนจะยุติการโจมตีโรงงานและโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานของกันและกันหรือไม่ ก็ได้กลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญ
ทรัมป์ ระบุว่า รัสเซียและยูเครนได้บรรลุข้อตกลงระงับการโจมตีแหล่งพลังงานของอีกฝ่ายแล้ว แต่ในเวลาต่อมากลับระบุว่ามีการละเมิดข้อตกลงเกิดขึ้น
ยูเครนยันเดินหน้าตอบโต้รัสเซีย
โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ยืนยันว่า ยูเครนจะเดินหน้าตอบโต้ต่อไป หากรัสเซียยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงาน
ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียกำลังเร่งขยายขีดความสามารถในการขนส่งน้ำมันดิบ เพื่อลดการพึ่งพาเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่า ซาอุดีอาระเบียสามารถเพิ่มกำลังการขนส่งได้อีก 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในช่วง 7 ถึง 8 สัปดาห์ข้างหน้า ด้วยการปรับเปลี่ยนท่อส่งก๊าซที่มีอยู่เดิม และมีแผนที่จะเพิ่มกำลังการขนส่งของระบบท่อส่งน้ำมันที่เลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซขึ้นอีก 40% เป็น 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในระยะเวลา 2 ถึง 3 ปีข้างหน้า







