
พลังงาน ปัดกู้เงินอุ้มกองทุนน้ำมันฯ หวั่นดอกเบี้ยเพิ่มภาระประชาชนระยะยาว
จับตาราคาน้ำมันไทย กองทุนติดลบแสนล้าน รัฐยันไม่กู้ หวั่นดอกดยี้ยเพิ่มภาระประชาชนในระยะยาว จ่อใช้ลดภาษี-ดันพลังงานในประเทศก่อน
KEY
POINTS
- กระทรวงพลังงานยืนยันว่าจะยังไม่มีการกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แม้จะติดลบกว่า 1 แสนล้านบาท
- เหตุผลหลักคือไม่ต้องการสร้างภาระหนี้สินและดอกเบี้ยให้กับประชาชนในระยะยาว และจะพิจารณาการกู้เงินเป็นทางเลือกสุดท้าย
- ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ ยังมีกระแสเงินสดหมุนเวียนและสถานการณ์ยังสามารถบริหารจัดการได้
- จะหันมาส่งเสริมการใช้พลังงานที่ผลิตได้ในประเทศแทนการกู้เงิน เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจไทย
นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแนวทางการรับมือวิกฤตการณ์ราคาพลังงานแพงที่ส่งผลกระทบยืดเยื้อทั่วโลก ว่า จะยังไม่มีการกู้เงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แม้ล่าสุดจะติดลบเกิน 1 แสนล้านบาท โดยมองว่ายังไม่ต้องการเพิ่มภาระหนี้ของประชาชนจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
ลั่นยังไม่กู้เงินอุ้มกองทุนน้ำมันฯ
ทั้งนี้ ต้องเรียนว่าหากในระยะยาวสถานการณ์พลังงานของโลกยังยืดเยื้อจนสงผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างมาก และกองทุนน้ำมันฯได้หยิบยกทุกเครื่องมือมาใช้ในการบริหารจัดการราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศหมดแล้ว ก็คงต้องให้ฝ่ายบริหารเป็นผู้ตัดสินใจถึงแนวการกู้เงิน เพราะเป็นหนึ่งในแนวทางที่ได้มีการศึกษาไว้ เพื่อรองรับภาวะวิกฤตราคาพลังงาน
หากส่งสัญญาณไม่ดีว่าจะมีการกู้เงินวันนี้ อาจจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิดได้ โดยต้องเรียนว่าเวลานี้แนวทางดังกล่าวยังไม่มีความจำเป็น ซึ่งขอเน้นย้ำว่าจะไม่มีการกู้เงินหากไม่สิ้นไร้ไม้ตอกอย่างแท้จริง เพราะทุกครั้งที่กู้จะต้องมีเรื่องดอกเบี้ยเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นภาระในระยะยาว โดยหากเลือกได้ก็จะไม่กู้เงินอย่างเด็ดขาด และหันมาส่งเสริมพลังงานที่ผลิตได้ในประเทศ แม้จะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่เม็ดเงินจะกระจายอยู่กับเกษตรกรและห่วงโซ่อุปทานในประเทศ
นางไพลิน ฟุ้งเกียรติ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และผู้อำนวยการสำนักการเงินและบัญชี ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) กล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯยังมีเงินเหลืออยู่ประมาณ 10,000 ล้านบาท แม้ล่าสุดสถานะของกองทุนน้ำมันฯจะติดลบ แต่ยังมีกระแสเงินที่ไหลเข้า โดยต้องทำความเข้าใจก่อนว่ากระแสเงินมีการเข้าและออกเร็ว หากสถานการณ์พลิกกลับด้านไว ก็สามารถที่จะเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯเพื่อลดสถานะที่ติดลบได้ เรียกว่าเป็การบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow)
นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน ของ สกนช. กล่าวว่า จากข้อมูลการชดเชยรายวันของกองทุนน้ำมันฯวันที่ 7 ต.ค. 69 จะอยู่ที่ประมาณ 316 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันประมาณ 289 ล้านบาท และ LPG อยู่ที่ประมาณ 27 ล้านบาทโดยเป็นการชดเชยในระดับที่ควรจะเป็นตามความเหมาะสม จากเดิมที่เคยจ่ายชดเชยอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาท ซึ่งล่าสุดน้ำมันดีเซลชดเชยที่ประมาณ 2 บาทต่อลิตร ซึ่งถือว่ากำลังมี แต่ในช่วงที่เกิดวิกฤตอย่างแท้จริงความผันผวนจากราคาน้ำมันก็มีค่อนข้างสูง โดยจากข้อมูลพบว่าการชดเชยมากที่สุดเกิดขึ้นวันที่ 25 มี.ค. 69 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 26.99 ต่อลิตร ซึ่งสถานการณ์ หรือทิศทางในปัจจุบันถือว่ายังอยู่ในจุดที่สามารถบริหารจัดการได้
กู้เงินต้องดูระยะเวลาที่เหมาะสม
“การกู้เงินเป็นหนึ่งในแนวทางที่ได้มีการศึกษาตามแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง และแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569 – 2572 ที่ผ่านการเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา โดยทุกอย่างจะต้องดำเนินการตามขั้นตอน หรือจังหวะที่เหมาะสม ทั้งการหารือกับกรมสรรพสามิตสำหรับความเป็นไปได้ในการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เป็นต้น“
อย่างไรก็ดี ต้องเรียนว่ากองทุนน้ำมันฯมีพันธกิจในการช่วยเหลือประชาชนให้ใช้ราคาน้ำมันในระดับที่เหมาะสม ไม่ใช่ราคาถูก และไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนแบบรุนแรง หรือที่เรียบกว่าแบบทันทีทันใด เพื่อให้มีระยะเวลาในการปรับตัว







