thansettakij
thansettakij
กองทุนน้ำมันวิกฤต จ่อติดลบ 1 แสนล้าน เล็งกู้เพิ่มระดับแสนล. หวังพยุงราคาดีเซล-เบนซิน

กองทุนน้ำมันวิกฤต จ่อติดลบ 1 แสนล้าน เล็งกู้เพิ่มระดับแสนล. หวังพยุงราคาดีเซล-เบนซิน

22 ก.ย. 69 | 13:17 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ก.ย. 69 | 13:17 น.

กองทุนน้ำมันจ่อทะลุ 1 แสนล้านบาท ติดลบวันละ 700 ล้าน เร่งแผนกู้เงินรอบใหม่ พิจารณา Exit หลังเงินกู้ 2 หมื่นล้านหมดแล้ว หวังพยุงราคาดีเซล-เบนซิน

KEY

POINTS

  • สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าขั้นวิกฤต คาดว่าจะมียอดติดลบแตะระดับ 1 แสนล้านบาทภายในสิ้นเดือนกันยายนหรือต้นตุลาคมนี้
  • กองทุนฯ เตรียมพิจารณาแผนกู้เงินรอบใหม่จากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ โดยประเมินว่าอาจต้องใช้วงเงินสูงถึงระดับแสนล้านบาทเพื่อเสริมสภาพคล่อง
  • วัตถุประสงค์หลักของการกู้เงินคือเพื่อนำมาใช้พยุงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลและเบนซินไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาดโลก

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังอยู่ในภาวะขาดสภาพคล่อง แม้ราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวลดลงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้สถานะกองทุนกลับมาดีขึ้น โดยยอดติดลบปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 92,000 ล้านบาท และยังเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 700 ล้านบาทต่อวัน 

ทัั้งนี้ จากแนวโน้มดังกล่าว คาดว่ากองทุนน้ำมันจะมียอดติดลบแตะระดับ 1 แสนล้านบาทภายในช่วงปลายเดือนกันยายนหรือต้นเดือนตุลาคม 2569 โดยกองทุนจำเป็นต้องเตรียมแผนรองรับด้านสภาพคล่อง และการกู้เงินเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่จะต้องดำเนินการ

เงิน 2 หมื่นล้านใช้หมดแล้ว

สำหรับการกู้เงิน 2 หมื่นล้านบาทที่ผ่านมา เป็นการกู้โดยกองทุนน้ำมันเอง ไม่เกี่ยวข้องกับวงเงินกู้ตามพระราชบัญญัติที่รัฐบาลเคยกำหนดไว้ โดยกองทุนกู้จากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ 2 แห่ง แบ่งเป็น 2 ครั้ง ครั้งละ 1 หมื่นล้านบาท และนำเงินทั้งหมดไปชำระหนี้เดิมแล้ว

“เงินกู้ 2 หมื่นล้านบาทใช้หมดแล้ว เป็นการนำไปชำระหนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากู้มาอีก 1 หมื่นล้านบาทก็ใช้หมด หากถามว่าวงเงินที่จะกู้ต้องเท่าไร ต้องดูเรื่องการครอบคลุมหนี้ก่อนซึ่งอาจต้องไปถึงแสนล้านบาท แต่เรื่องการเบิกเงินเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และน่าจะทยอยเบิกเหมือนรอบที่ผ่านมา”

 

เล็งกู้รอบใหม่แสนล้าน

ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาการกู้รอบใหม่ โดยเบื้องต้นประเมินว่าหากต้องกู้เพื่อให้ครอบคลุมภาระหนี้อาจต้องเตรียมวงเงินระดับแสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม วงเงินที่แท้จริงยังต้องประเมินอีกครั้ง หลังหารือนโยบายกับปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เนื่องจากแนวทางบริหารกองทุนและการดูแลราคาพลังงานจะมีผลโดยตรงต่อวงเงินที่จำเป็นต้องใช้

กองทุนน้ำมันวิกฤต จ่อติดลบ 1 แสนล้าน เล็งกู้เพิ่มระดับแสนล. หวังพยุงราคาดีเซล-เบนซิน

 

การกู้เงินดังกล่าวจะเป็นการกู้จากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ โดยรูปแบบการกู้จะขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยและสถานการณ์ในช่วงเวลานั้น และอาจต้องขอให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเช่นเดียวกับการกู้ในรอบที่ผ่านมา ขณะที่หนี้เดิมของกองทุนเหลืออยู่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เฉพาะเงินต้น โดยกองทุนยังคงต้องชำระดอกเบี้ยตามกำหนดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหนี้เสีย

สำหรับแผนรองรับสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่งเห็นชอบให้ขยายกรอบแผนให้ครอบคลุมถึงปี 2572 จากเดิมที่สิ้นสุดในปี 2567 โดยแผนดังกล่าวยังคงมาตรการดูแลราคาดีเซลและเบนซินที่ระดับ 30 บาท รวมถึงปรับเกณฑ์รองรับความผันผวนของราคาน้ำมัน จากเดิมที่กำหนดการเปลี่ยนแปลง 5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายใน 1 สัปดาห์ เป็น 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนความผันผวนของตลาดน้ำมันที่เพิ่มขึ้น

อีกประเด็นสำคัญคือการเพิ่มบทบาทเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าในภาวะที่ราคาพลังงานโลกมีความผันผวนสูง โดยจะต้องหารือถึงโครงสร้างราคาของไบโอดีเซลและเอทานอล เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบในประเทศยังอยู่ในระดับสูง

กองทุนน้ำมันวิกฤต จ่อติดลบ 1 แสนล้าน เล็งกู้เพิ่มระดับแสนล. หวังพยุงราคาดีเซล-เบนซิน

 

สำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยอมรับว่ายังเป็นปัจจัยที่น่ากังวล เนื่องจากประเมินว่าสถานการณ์สู้รบมีแนวโน้มยืดเยื้อ และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกยังมีโอกาสทรงตัวในระดับสูง แม้ระยะสั้นราคาจะเริ่มปรับตัวลดลงก็ตาม

ทยอย Exit ตรึงราคา-ปรับลดชดเชย

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า กองทุนน้ำมันฯ ยังมีอีกทางเลือกในการลดภาระการอุดหนุน คือการทยอย Exit จากการตรึงราคาหรือปรับลดการจ่ายชดเชย ซึ่งจะช่วยลดการไหลออกของเงินกองทุน แต่จะส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องประเมินผลกระทบต่อประชาชนและหารือกับรัฐบาลว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มหรือแนวทางอื่นเพื่อลดผลกระทบหรือไม่

“การกู้เป็นหนึ่งในวิธีตามแผนวิกฤต แต่ก็มีอีกทางคือการ Exit จากการชดเชย ซึ่งอาจกระทบประชาชนจึงต้องดูว่ากระทบกี่บาท และรัฐบาลจะมีมาตรการอะไรเข้ามาช่วยลดผลกระทบได้บ้าง”

อย่างไรก็ตาม การเตรียมกู้เงินรอบใหม่เป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ เนื่องจากสถานะกองทุนยังไม่สามารถรองรับภาระการอุดหนุนราคาพลังงานได้ในระยะยาว โดยวงเงินและรูปแบบการกู้จะต้องสรุปอีกครั้งภายหลังหารือนโยบายกับผู้บริหารกระทรวงพลังงานชุดใหม่