
ครม.เคาะ 3 แปลงปิโตรเลียม ปตท.สผ.กวาด L1/66-L3/66 ลุ้นแหล่งก๊าซใหม่ป้อนอีสาน
ครม.เคาะ 3 แปลงปิโตรเลียม ปตท.สผ.-แพน โอเรียนท์ฯ คว้าสิทธิสำรวจอีสาน-ภาคกลาง เดินหน้ากระตุ้นลงทุน-จ้างงาน ลดพึ่งพาพลังงานนำเข้า
KEY
POINTS
- คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติผู้ได้รับสิทธิสัมปทานแปลงสำรวจปิโตรเลียมบนบกจำนวน 3 แปลง ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง
- บริษัท ปตท.สผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล 2 แปลง คือ แปลงสำรวจหมายเลข L1/66 และ L3/66
- การสำรวจในแปลง L1/66 และ L3/66 มีเป้าหมายเพื่อค้นหาแหล่งก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่ เพื่อสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าน้ำพองและสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ภาคอีสาน
นายวรากร พรหโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 15 กันยายน 2569 ได้มีมติอนุมัติผู้ได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัมปทานสำหรับแปลงสำรวจบนบก ครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางของประเทศไทย ประกอบด้วย
ปตท.สผ.กวาด L1/66-L3/66
บริษัท ปตท.สผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผู้ได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัมปทานสำหรับแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L1/66 และแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L3/66
แพน โอเรียนท์ เอ็นเนอยี่ (สยาม) ลิมิเต็ด ร่วมกับ CanAsia Energy Corp. เป็นผู้ได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัมปทานสำหรับแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L8/66
ทั้งนี้ ภายหลังจากกระทรวงพลังงานได้เปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม สำหรับแปลงสำรวจบนบก (ครั้งที่ 25) ภายใต้ระบบสัมปทาน ในช่วงปลายปี 2567 ได้มีบริษัทผู้ประกอบการด้านปิโตรเลียมทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมยื่นขอสิทธิฯ ดังกล่าว
โดยได้มีการยื่นขอสิทธิ 4 แปลงสำรวจ จำนวน 8 คำขอ จาก 5 บริษัท ซึ่งกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้พิจารณาคำขอและข้อเสนอจากบริษัทที่ยื่นขอสิทธิอย่างรอบคอบ ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมาย และหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โปร่งใส เป็นธรรม และยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ
ลดพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ
ทั้งนี้ การประกาศผลผู้ชนะได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้รับสัมปทานในแปลงสำรวจดังกล่าว จะทำให้เกิดการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมซึ่งจะสร้างโอกาสในการค้นพบปิโตรเลียมที่จะส่งผลให้ประเทศสามารถพึ่งพาพลังงานปิโตรเลียมที่ผลิตได้ภายในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ สร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L1/66 และ L3/66 หากสำรวจพบปิโตรเลียมและสามารถพัฒนาได้ในเชิงพาณิชย์ จะเป็นแหล่งปิโตรเลียมที่สนับสนุนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าน้ำพองซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าหลักของภาคอีสานได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยที่การเริ่มกิจกรรมสำรวจในพื้นที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในพื้นที่
ยิ่งไปกว่านั้นถ้าสำรวจพบปิโตรเลียมและสามารถพัฒนาเป็นแหล่งผลิตปิโตรเลียมได้จะสร้างผลประโยชน์ให้รัฐในรูปค่าภาคหลวง ภาษีเงินได้ปิโตรเลียมที่จัดเก็บเข้าส่วนกลางและจัดสรรให้ท้องถิ่น ก่อให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพที่มั่นคงให้คนไทย ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตให้กับธุรกิจต่อเนื่องอื่น ๆ เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับร้านอาหาร โรงแรม รวมถึงภาคขนส่งอีกด้วย
โดยขั้นตอนต่อจากนี้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จะจัดพิธีลงนามสัมปทานระหว่าง กระทรวงพลังงานและบริษัทผู้ชนะการประมูล ทั้งนี้ สำหรับแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L6/66 อยู่ระหว่างขั้นตอนการเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาผลผู้ชนะการประมูลต่อไป







