thansettakij
thansettakij
เซอร์ โทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร งาน Gastech 2026 Bangkok

‘โทนี่ แบลร์’ ชี้ทางรอดอาเซียน บาลานซ์ฟอสซิล-พลังงานสะอาด เร่งรับมือ AI บูม

14 ก.ย. 69 | 07:47 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ก.ย. 69 | 07:49 น.

'เซอร์ โทนี่ แบลร์' กล่าวบนเวที Gastech 2026 Bangkok ชี้ภูมิรัฐศาสตร์เดือดหนุนราคาน้ำมันแตะ 100 ดอลลาร์ อาเซียนต้องเร่งพัฒนาทั้งก๊าซธรรมชาติ-พลังงานหมุนเวียน ยกฝรั่งเศสต้นแบบใช้นิวเคลียร์ลดคาร์บอน แนะประสานความร่วมมือคุมเข้มเทคโนโลยี AI

KEY

POINTS

  • "โทนี่ แบลร์" อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กล่าวบนเวที Gastech 2026 แนะอาเซียนสร้างสมดุลระหว่างการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลควบคู่ไปกับการลงทุนพลังงานสะอาดและนิวเคลียร์ เพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น
  • ชี้ว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะทำให้ความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น 3 เท่าภายในปี 2035 ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องเตรียมรับมือ
  • พร้อมแนะประสานความร่วมมือคุมเข้มเทคโนโลยี AI เพราะปัจจุบันเทคโนโลยี AI ทำให้ศักยภาพสมองมนุษย์สูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จำเป็นต้องมีขอบเขตการควบคุม

14 กันยายน 2569 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เซอร์ โทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เปิดเผยในงาน Gastech 2026 Bangkok : The new politics of energy and power ว่า ความมั่นคงทางพลังงานในปัจจุบันกลายเป็นส่วนหนึ่งของเอกราชและความมั่นคงโดยรวมของประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อมา 4 ปีครึ่ง รวมทั้งความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านในช่องแคบที่เข้าสู่เดือนที่ 7 จนราคาน้ำมันที่ทรงตัวระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ทุกประเทศทั่วโลกต้องกลับมาทบทวนนโยบายพลังงานของตนเองในขณะนี้

สำหรับสถานการณ์ช่องแคบที่เป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกซึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งนั้น เห็นว่า วิธีเดียวที่จะแก้ปัญหาได้คือต้องทำให้ฝ่ายที่กดดันภูมิภาคเข้าใจว่าการกระทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่ประชาคมโลกรับไม่ได้ พร้อมยืนยันว่าเส้นทางเดินเรือดังกล่าวจำเป็นต้องเปิดให้ใช้งานได้ตามปกติ

ส่วนของนโยบายพลังงานเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากภาคอุตสาหกรรมและปัญญาประดิษฐ์ (AI) นั้น อ้างอิงรายงานของ IEA ที่ระบุว่า ความต้องการพลังงานสำหรับ AI จะเพิ่มขึ้นสามเท่าภายในปี 2035 แบลร์ ยอมรับว่า ประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคอาเซียน ทั้งอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย มีความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นทุกปี 

ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพัฒนาการจัดหาก๊าซธรรมชาติควบคู่ไปกับการลงทุนพลังงานหมุนเวียนที่ยังคงมีมูลค่าสูงกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลเดิม โดยชี้ว่าประเทศผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ที่สุด 3 ประเทศคือจีน สหรัฐฯ และอินเดีย ต่างดำเนินนโยบายมุ่งหาพลังงานราคาถูกและสร้างความสมดุลระหว่างฟอสซิลกับพลังงานหมุนเวียนเช่นกัน

"การปฏิบัติกับคนที่ทำงานในอุตสาหกรรมฟอสซิล น้ำมัน และก๊าซเหมือนเป็นคนไม่ดีนั้นไม่ถูกต้อง เพราะโลกยังคงมีความต้องการเชื้อเพลิงฟอสซิล เราจึงต้องการทางออกที่ปฏิบัติได้จริง ซึ่งเทคโนโลยีจะเข้ามาตอบโจทย์ เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และระบบการเงินภาคเอกชนที่สนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในบ้านแล้วขายพลังงานส่วนเกินกลับเข้าสายส่ง" เขาระบุ

ส่วนรวมถึงพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งผมเคยศึกษาไว้ พลังงานนิวเคลียร์เคยเติบโตในยุค 60 และ 70 แต่ต้องหยุดชะงักจากความกังวลเรื่องอุบัติเหตุ โดยฝรั่งเศสเป็นตัวอย่างของประเทศที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างถูกต้องและสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ 

พร้อมเรียกร้องให้ภาคการเมืองนำประเด็นพลังงานออกจากมือของนักรณรงค์ แล้วส่งต่อให้ผู้กำหนดนโยบายที่ยึดหลักฐานเชิงประจักษ์เป็นแนวทางปฏิบัติ โดยย้ำว่าการทำให้ผู้กำหนดนโยบายรู้สึกว่าการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเพื่อการพัฒนาประเทศเป็นเรื่องถดถอยนั้นถือเป็นข้อผิดพลาดร้ายแรงสำหรับประเทศกำลังพัฒนาในปัจจุบัน

อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ยังแสดงความเห็นต่อกระแสข่าวความกังวลเรื่องความเสี่ยงของ Al ต่อมนุษยชาติ โดยมองว่าโลกกำลังอยู่ในการปฏิวัติทางเทคโนโลยีที่มีความสำคัญเทียบเท่าหรือมากกว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 19 เนื่องจากเป็นการปฏิวัติที่ตัวปัญญาเองมีการพัฒนาต่อเนื่องแบบเร่งสปีด 

ทั้งนี้ยังเห็นด้วยว่าจำเป็นต้องมีขอบเขตการควบคุม แต่ระบุว่าการควบคุมจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ จีน และประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีหลักอื่น ๆ ร่วมกัน เพราะปัจจุบันเทคโนโลยี AI ทำให้ศักยภาพสมองมนุษย์สูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน