
ราคาน้ำมันโลกพุ่ง WTI ปิด 85.76 เหรียญ หลังสหรัฐฯ-อิหร่านปะทะรอบใหม่
ราคาน้ำมันในตลาดโลกเดือด WTI พุ่ง 2.36 เหรียญ แตะ 85.76 เหรียญ เบรนท์แตะ 90.49 เหรียญ หลังศึกสหรัฐฯ-อิหร่านปะทุรอบใหม่ หวั่นอิหร่านป่วนฮอร์มุซ กระทบอุปทาน
KEY
POINTS
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดตลาดพุ่งขึ้น 2.83% แตะที่ 85.76 เหรียญต่อบาร์เรล หลังเกิดการปะทะกันรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
- ความขัดแย้งเริ่มต้นจากสหรัฐฯ โจมตีฐานยิงจรวดของอิหร่านใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนที่อิหร่านจะยิงขีปนาวุธและส่งโดรนตอบโต้ใส่ฐานทัพสหรัฐฯ
- เหตุการณ์ปะทะกันสร้างความกังวลต่ออุปทานน้ำมันโลก เนื่องจากกระทบต่อการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญ
ราคาน้ำมันโลกสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (31 ส.ค.) หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านได้เปิดฉากปะทะกันรอบใหม่
ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าสถานการณ์ความขัดแย้งที่ล่วงเข้าสู่เดือนที่ 6 นี้อาจจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 2.36 เหรียญ หรือ 2.83% ปิดที่ 85.76 เหรียญ/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 2.39 เหรียญ หรือ 2.71% ปิดที่ 90.49 เหรียญ/บาร์เรล
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีฐานยิงจรวด 2 แห่งของอิหร่านบนเกาะลารัค ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ในวันอาทิตย์ (30 ส.ค.) หลังพบว่ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) กำลังเตรียมการยิงจรวดที่บรรจุทุ่นระเบิดทางน้ำลงสู่ช่องแคบฮอร์มุซ
อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธข้ามแดนตอบโต้ใส่ฐานทัพสหรัฐฯ 2 แห่งในจอร์แดน นอกจากนั้นยังส่งโดรนโจมตีฐานทัพอากาศ อัล มินฮัด (Al Minhad Air Base) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โดยพุ่งเป้าไปที่จุดประจำการทหารและฝูงเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้กรณีที่สมาชิกของ IRGC และพลเรือนชาวอิหร่าน ถูกสังหารบนเกาะลารัค
ทรัมป์ประกาศตอบโต้อิหร่าน
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศว่าจะตอบโต้อิหร่าน หลังจากที่อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน พร้อมกับขู่ว่าจะทำลายเกาะคาร์กให้ย่อยยับ โดยเกาะคาร์กเป็นสถานีส่งออกน้ำมันที่สำคัญของอิหร่าน
ทั้งนี้ การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งพลังงานของโลก ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งขณะนี้เข้าสู่เดือนที่ 6 แล้ว
ข้อมูลการเดินเรือล่าสุดระบุว่า จำนวนเรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงสุดสัปดาห์ ลดลงเหลือเพียง 5 ลำต่อวัน ซึ่งก่อนเกิดสงครามนั้น มีเรือแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซถึงวันละ 125 – 140 ลำ
นักวิเคราะห์จาก PVM Oil Associates ระบุว่า ความเสี่ยงด้านอุปทานจะยังคงมีอยู่ และคาดว่าปริมาณน้ำมันสำรองจะยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์และหลายเดือนข้างหน้า ขณะที่สงครามอิหร่านมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงดุลยภาพด้านความมั่นคงที่เป็นอยู่เดิมในตะวันออกกลาง
สำหรับความเคลื่อนไหวอื่น ๆ นั้น ทรัมป์ ระบุเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า น้ำมันที่ได้จากข้อตกลงกับเวเนซุเอลาจะถูกนำมาใช้เพื่อเติมคลังปิโตรเลียมสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ (SPR) ซึ่งลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 44 ปี
นอกจากนี้ มีรายงานว่า บริษัท Chevron และ GE Vernova ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานของสหรัฐฯ พร้อมด้วยบริษัท ONGC ของอินเดีย, บริษัท Eni ของอิตาลี และบริษัท GeoPark ของโคลอมเบีย เตรียมลงนามในข้อตกลงขั้นสุดท้ายในเวเนซุเอลา หลังมีการเจรจานานหลายเดือนเพื่อสรุปโครงการพลังงานในเวเนซุเอลาซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกกลุ่มโอเปก







