
ราคาน้ำมันโลกพุ่ง WTI แตะ 83.53 เหรียญ หวั่นสหรัฐฯ-อิหร่านเจรจาสันติภาพสะดุด
ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่ง WTI ทะยาน 1.58% แตะ 83.53 เหรียญ หวั่นสหรัฐฯ-อิหร่านเจรจาสันติภาพสะดุด ทรัมป์ไม่ฟื้น MOU อิหร่าน-รัสเซียขู่ตอบโต้ ดันความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
KEY
POINTS
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวสูงขึ้นปิดที่ 83.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
- นักลงทุนหวั่นว่าการเจรจาสันติภาพอาจหยุดชะงัก หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ ไม่สนใจที่จะกลับไปใช้เงื่อนไขข้อตกลงเดิมกับอิหร่าน
- สหรัฐฯ ยืนยันว่าจะไม่เจรจากับอิหร่าน และจะมุ่งเน้นการใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อกดดันต่อไป
ราคาน้ำมันโลกสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (26 ส.ค.)
หลังจากหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ไม่สนใจที่จะกลับไปใช้เงื่อนไขตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่เคยตกลงไว้กับอิหร่านเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา
ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนกังวลว่าการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ อาจหยุดชะงัก
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 1.30 เหรียญ หรือ 1.58% ปิดที่ 83.53 เหรียญ/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 1.86 เหรียญ หรือ 2.12% ปิดที่ 89.70 เหรียญ/บาร์เรล
แหล่งข่าวระบุกับวอลล์สตรีท เจอร์นัลว่า รัฐบาลทรัมป์ได้เน้นย้ำกับประเทศที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางว่า ไม่มีความสนใจที่จะฟื้นฟูข้อตกลง MOU ที่ทำร่วมกับอิหร่านในเดือนมิ.ย. ซึ่งท่าทีดังกล่าวของสหรัฐฯ ส่งผลให้ความพยายามทางการทูตที่ดำเนินมาตลอดสัปดาห์นี้มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น
ทรัมป์ยันสหรัฐฯไม่เจรจาอิหร่าน
ทรัมป์ ระบุกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวในเวลาต่อมาว่า สหรัฐฯ ไม่ต้องการพูดคุยกับอิหร่าน และจะมุ่งเน้นไปที่การใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อกดดันอิหร่าน และจะลงโทษประเทศที่ทำธุรกิจกับอิหร่านเช่นกัน
โฆษกของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะยังไม่เปิดให้เรือสัญจร จนกว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามเงื่อนไขของอิหร่านภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่ทำร่วมกันในเดือนมิ.ย. โดยเงื่อนไขดังกล่าวรวมถึงการยุติการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน การชดเชยความเสียหาย และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน
สำหรับความเคลื่อนไหวอื่น ๆ นั้น บริษัท Kuwait Integrated Petroleum Industries ของรัฐบาลคูเวต ได้เริ่มเดินเครื่องการกลั่นน้ำมันดิบที่โรงกลั่น Al-Zour อีกครั้ง หลังจากโรงกลั่นดังกล่าวถูกโดรนของอิหร่านโจมตีในเดือนพ.ค.
ส่วนสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครนทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากรัสเซียเตือนว่าอาจจะโจมตีเป้าหมายทางทหารของอังกฤษทั้งภายในและภายนอกยูเครน เพื่อตอบโต้ยูเครนที่โจมตีรัสเซียด้วยขีปนาวุธพิสัยไกลที่สนับสนุนโดยอังกฤษ







